Winning – โดย แจ๊ค เวลซ์ และ ซูซี่ เวลซ์ (ตอน 3)

Winning – โดย แจ๊ค เวลซ์ และ ซูซี่ เวลซ์ (ตอน 3)
Post Today – สัปดาห์นี้เป็นตอนสุดท้ายจากการสรุปบางส่วนจากหนังสือ Winning ของแจ๊ค เวลซ์ ซึ่งเราจะพูดถึงบทที่ 7 เรื่องบริหารคน โดยมี 6 ข้อ คือ …
1.ยกระดับฝ่ายบุคคลให้สูงขึ้น อย่างน้อยเทียบเท่ากับฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคลที่เก่งต้องเป็นทั้งพระและพ่อแม่ คือ รับฟังคนของเรา และกำกับเรื่องวินัยได้ดี แจ๊คเล่าว่าในอดีตฝ่ายบุคคลถูกมองแบบผิดๆ เพราะว่า
a.เรื่องคนเป็นเรื่องที่จับต้องได้ยาก นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่คิดว่าตนเองไม่มีปัญหาในการบริหารคน เรามักได้ยินบ่อยๆ ว่า “ผมให้ความสำคัญกับคน” แต่หาได้ทำหรือรู้จริงแต่อย่างใด กลับไม่คิดว่าต้องพึ่งฝ่ายบุคคล
b.ติดกับดักงานเอกสารและงานธุรการมากไป
c.สมัย ค.ศ. 1960-1970 ที่จีอีฝ่ายบุคคลจะเป็นเหมือนมาเฟียสามารถทำให้ใครรุ่งหรือร่วงได้ แถมไม่ค่อยมีกระบวนการโปรโมตที่เป็นระบบเท่าไรนัก
2.ประเมินผลงานด้วยวิธีการที่เป็นระบบแบบจริงจังโดยมีแนวทาง คือ
a.ง่ายและชัดเจน การประเมินผลงานควรมีไม่เกินสองหน้ากระดาษ โดยบอกว่าทำอะไรได้ดี และต้องปรับปรุงอะไร
b.ต้องวัดกันที่ผลงานตามที่ได้ตกลงกันล่วงหน้า
c.แบบเป็นทางการอย่างน้อยปีละครั้ง ถ้าให้ดีทุก 6 เดือน อย่างไม่เป็นทางการทำบ่อยเท่าที่จะทำได้ ทุกวันหรือทุกโอกาสที่ทำงานร่วมกันกับคนของเรา บอกให้เขารู้ว่าเขาทำได้ดีมากน้อยเพียงใด และอยู่ในระดับไหนเมื่อเทียบกับคนอื่น
d.ต้องมีการระบุแผนงานพัฒนาและเรียนรู้ในการประเมินผลงานด้วย
3.มีระบบสำหรับการให้รางวัล จูงใจ การยอมรับผลงาน และฝึกอบรม อย่าปล่อยให้คนเก่งๆ ต้องมาลาออกเพราะว่าไม่มีคนหรือระบบที่บอกกับเขาว่า เขาทำงานได้ดีเพียงใด นอกจากนี้อย่าละเลยเรื่องฝึกอบรม โดยเฉพาะคนเก่งๆ เขาอยากยกระดับตัวเองให้ดียิ่งขึ้น
4.มีวิธีการแบบมืออาชีพเมื่อต้องจัดการเรื่องของคน คือ
a.สหภาพ สร้างสัมพันธภาพกับสหภาพตลอดเวลา หมั่นพูดคุย พบปะและสื่อสารกับสหภาพอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอให้เกิดการสไตรก์แล้วค่อยมาสร้างสัมพันธภาพกัน
b.ดาวรุ่ง พวกดาวรุ่งอาจจะเป็นมารได้หากจัดการไม่ดี เมื่อใดก็ตามที่ดาวรุ่งเริ่มทำอะไรออกนอกลู่นอกทางแบบไม่ใช่มืออาชีพ อย่ากลัวหรือปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ หัวหน้าภายใต้การสนับสนุนของฝ่ายบุคคล ต้องเรียกเขามาคุยทันที บอกสิ่งที่เขาทำผิดอย่างตรงไปตรงมา อย่าปล่อยให้ดาวรุ่งเอาบริษัทเป็นตัวประกัน และพร้อมหากว่าเขาลาออกให้มีคนแทนได้ใน 8 ชั่วโมง
c.พวกดีแล้วล้มไป บางคนอาจจะมาจากสาเหตุนานาประการที่เคยเก่งแล้วตกไป อาจจะต้องโยกย้ายหรือหาทางจุดประกายกระตุ้นให้เขาเก่งเหมือนเดิม อย่าปล่อยให้เสียของ บางครั้งทำให้คนอื่นติดเชื้อไปด้วย
d.พวกก่อกวน เผชิญหน้าแบบตรงไปตรงมา หลายๆ กรณีอาจจะต้องนำเขาออกจากพื้นที่ หลายคนแก้ไขลำบาก พวกนี้ทำให้เสียบรรยากาศเปล่าๆ
5.ที่จีอีสมัยแจ๊คมีการแบ่งคนตามผลงานเป็น 3 กลุ่ม คือ คนเก่ง 20% ปานกลาง 70% ต่ำ 10% พวกผลงานต่ำหากไม่ดีขึ้น จะถูกให้ออก แต่แจ๊คเตือนว่าอย่าลืมว่างานส่วนใหญ่ในองค์กรเดินไปได้ เพราะคนกลุ่มปานกลาง นี่คือกระดูกสันหลัง คือคนทำงานที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน อย่าละเลยพวกเขา โดยไปมุ่งดูแลเฉพาะคนเก่งเท่านั้น แล้วลืมพัฒนาและจูงใจคนกลุ่มใหญ่ ใช้เวลากว่า 50% กับคนกลุ่มนี้ ประเมินเขา สอนเขา ให้กำลังใจเขา แจ๊คแนะนำว่าในกลุ่มคนระดับปานกลางนั้นก็มี 3 ระดับเช่นกัน ฉะนั้นต้องพัฒนาคนในกลุ่มนี้ตามระดับของเขา แจ๊คเน้นว่าการจัดกลุ่มนั้นเป็นไปตลอดเวลา อย่าคิดว่าอยู่ตรงไหนแล้วถูกตีตราตลอดไป ระบบมีไว้เพื่อให้คนตื่นตัวและพัฒนาตนเอง
6.จัดองค์กรให้แบนราบ องค์กรที่มีขั้นตอนมากก็เสียเวลาและค่าใช้จ่าย การลื่นไหลของข้อมูลช้ามีขั้นตอนสับสนวุ่นวาย ผู้จัดการควรมีสายงานบังคับบัญชาดูแลลูกน้องอย่างน้อยสิบคนที่รายงานตรงกับเขา พยายามมีคนรายงานตรงกับผู้จัดการแต่ละคนให้มากกว่า 30-50% ของระดับปกติ
บทสรุปทั้ง 3 สัปดาห์นี้ นำมาเล่าเพียง 3 บท ยังมีเหลือรอให้ท่านอ่านอีก 17 บท รีบไปหามาอ่านกันนะครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *