The Oriental Hotel TEAM ตอน 9


The Oriental Hotel TEAM ตอน 9

จากคำว่า “ขอบคุณ” ที่แขกคนหนึ่งกล่าวแล้วยิ้มตอบแทนการบริการอันดีของอิทธิพลเมื่อ 18 ปีที่แล้ว 10 ปีให้หลังเขาก็ได้ เข้ามาอยู่ในโอเรียนเต็ล โรงแรมที่คนโรงแรมทุกคนใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาทำ เขายอมรับว่า ถ้าวันนี้เขาไม่ได้ใส่ยี่ห้อโอเรียนเต็ลแล้ว value ของเขาคงลดลง แต่ที่ได้ติดตัวไปตลอดก็คือทักษะและความรู้จากหลักสูตรอบรม ซึ่งปีที่ผ่านมามีหัวข้ออบรมมากถึง 200-300 หัวข้อ

หลักสูตรต่างๆ ที่เอกธนา ฝ่ายซ้ายคราม ผู้จัดการฝ่ายการเรียนรู้และพัฒนา Human Resource สร้างสรรค์ มีหลากหลายทั้งที่เกี่ยวกับการทำงานโดยตรง เช่น คอร์สอบรมเรื่อง Luxury Service, Team Building, How to open wine, Extra smile to Thai & Asian ฯลฯ และหลักสูตรที่หลายคนเห็นชื่อแล้วอาจงงว่าเกี่ยวตรงไหน เช่น การดูนพลักษณ์, ศิลปะการหัวเราะ, ศิลปะการหายใจ, อบรมธรรมะ, ทักษะการใช้ชีวิต ฯลฯ หลายหลักสูตรไม่มีสอนในโรงเรียนการโรงแรมที่สวิตเซอร์แลนด์ และอาจหาไม่ได้ที่ไหนในโลก

การนำธรรมะเข้ามาใช้ อย่างโปรแกรม “เว้นวรรคชีวิต” ที่จะมีการพาพนักงานไปปฏิบัติ ธรรมที่สวนโมกข์ 5 วัน จัดทุกๆ ปี หรือการนำนักจิตวิทยามาสร้าง “มุมสบายใจ” คล้ายๆ คลินิกรับปรึกษาปัญหาความเครียดย่อมๆ ในโรงแรม เพื่อสร้างความสบายใจและความสุข ให้พนักงาน

“ฝรั่งไม่มี เขาจะเป็นเรื่องของ standard อย่างเดียว เพราะเขาไม่เข้าใจ อาจจะไม่รู้ ไม่มีคำว่า service mind หรือถ้ามีก็ไม่เหมือนเรา เพราะคนไทยทำงานด้วยใจ หมายถึง ใจของเขาเป็นอย่างไรตอนนั้น โกรธ โมโห หรือไม่สบายใจ แต่โชคดีที่เราเป็นคนไทย คือเรามีใจเอื้ออาทร โอบอ้อมอารีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันก็มีอยู่ในใจเราอยู่แล้ว แค่มาปัดฝุ่น คุณมีอยู่นะ คุณเอาออกมานะ ขุดออกมานะ ทำให้เขามั่นใจ” จุดแข็งของเอกธนาคือเขามีความเข้าใจคนไทยอยู่ในสายเลือด ขณะเดียวกันก็มีความรู้แบบตะวันตกอยู่ในหัว

เอกธนาจบการศึกษาด้านการโรงแรมจาก Les Roches Hotel School โรงเรียนการโรงแรมชื่อดังติดอันดับ 1 ใน 3 ของสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นทำงานในโรงแรมทั้งในประเทศ สวิตเซอร์แลนด์และประเทศไทย เป็นเวลากว่า 20 ปี ในธุรกิจ luxury hotel โดยกว่า 8 ปีมาแล้วที่เขาอยู่โอเรียนเต็ล

“ปณิธานของผมคือจะทำอย่างไรให้พนักงานมีความสุขที่เขาได้ทำงาน มีความสุขที่เขาได้อยู่กับโอเรียนเต็ล มีความสุขในการครองชีพ ให้เขารู้จักสมดุลระหว่างอาชีพการทำงานและอยู่บ้าน ผมพยายามสร้างทักษะการใช้ชีวิตให้เขา เพราะเราเชื่อมั่นว่า ถ้าเรามีความสุข สุขนั้นจะล้นออกมาสู่คนข้างๆ ทันที” เป้าหมายของพนักงานคนอื่นคือทำให้แขกมีความสุข เป้าหมายของเอกธนาก็คือทำให้พนักงานมีความสุข บนความเชื่อว่า พนักงานที่มีความสุขก็จะทำให้แขกมีความสุข

การที่จะทำให้พนักงานเต็มใจเข้ารับการอบรม เปิดใจรับเนื้อหาและได้สาระกลับไป เขาดีไซน์วีธีการนำเสนอที่ไม่ใช่แค่เปิดห้องและยืนพูด แต่มีความสนุก อารมณ์ขัน และความตื่นเต้นมาช่วยสร้างบรรยากาศ เช่น ห้องเรียนสนามหญ้าหน้า Author Lounge หรือ walk rally ที่สวนลุม หรือจัดเล่นเกมไปต่างจังหวัด ฯลฯ หลายๆ ครั้งที่เป็นหลักสูตร team building ของทั้งโรงแรม มร.เคิร์ทจะไปด้วย

นอกจากงานพัฒนาและฝึกอบรม เอกธนายังจัดโปรแกรมการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการบริหารจัดการให้กับพนักงาน โดยให้ทั้งความรู้และวุฒิการศึกษา เช่น หลักสูตร Mini MBA ร่วมกับจุฬาฯ และ Hotel School Project ระดับปริญญาตรีร่วมกับมหาวิทยาลัย ราชมงคล ฯลฯ วันนี้เขากำลังพัฒนาหลักสูตร ปริญญาโทร่วมกับจุฬาฯ เพื่ออัพเดทความรู้และวิทยาการใหม่ๆ ให้กับพนักงานระดับผู้บริหาร การสอนทั้งหมดจัดขึ้นที่โรงแรมในช่วงโลว์ซีซั่น โดยย้ำว่า เหล่านี้เป็นทุนเรียน ฟรี!!

“ผมว่าในโรงแรมด้วยกัน ไม่มีที่ไหนกล้าลงทุนทำแบบนี้หรอก”

จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมพนักงานโอเรียนเต็ลจึงมีการพัฒนาทักษะอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดดไปได้ไกลกว่าพนักงานในหลายๆ โรงแรม และก็ไม่น่าแปลกใจที่พนักงานทุกคนจะรักและอุทิศเพื่อโรงแรมได้มากมาย ถึงขนาดใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตในโอเรียนเต็ลและเกษียณตัวเองที่นี่ ทั้งนี้ก็เพราะโอเรียนเต็ลรักและอุทิศให้พนักงานมากมายเช่นกัน โดยเฉพาะโอกาสดีๆ ที่หากไม่ได้ทำที่นี่ชาตินี้ก็คงหาไม่ได้แล้ว

ดังนั้น เมื่อพนักงานมีความสุข ยิ้มอย่างมีความสุข ทักทายแขกอย่างมีความสุข ส่งมอบบริการให้แขกด้วยความสุข เชฟก็ปรุงอาหารอย่างมีความสุข therapist ก็สัมผัสแขกด้วยความสุข จึงไม่น่าแปลกใจ ที่แขกบางคนจะซาบซึ้ง ถึงกับเอ่ยปากว่า “ถ้าสวรรค์มีจริง ฉันหวังว่าจะมีความสะดวกสบายและน่าอยู่เหมือนที่โอเรียนเต็ล”


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *