Tag: ลัทธิโมจื้อ

ปรัชญาเปรียบเทียบ

ปรัชญาเปรียบเทียบ วิธีการในปรัชญาเปรียบเทียบ 1. ศึกษาเชิงภาษาเปรียบเทียบ (Philological approach) เป็นการหาความเข้าใจปรัชญาจากการศึกษาคำศัพท์ในระบบปรัชญาที่ต่างกัน แมกซ์ มีลเลอร์, บลูมฟิลด์ ใช้วิธีการนี้ 2. ศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ (Historical approach) ศึกษาเกี่ยวข้องกันทางประวัติศาสตร์ อันจำทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความคิดต่างระบบและเห็นการเกิดขึ้นของความคิดใหม่ ๆ ในระบบนั้น ๆ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร 3. ศึกษาเชิงเปรียบเทียบโดยตรง (Comparative approach) เป็นการเปรียบเทียบกันระหว่างระบบความต่างวัฒนธรรม หรือระหว่างระบบความคิดในวัฒนธรรมเดียวกัน จะทำให้เห็นความเหมือนระหว่างระบบความคิดตลอดไปจนถึงสาเหตุของความเหมือนความต่างเหล่านั้น
Read More

เปรียบเทียบ ปรัชญาอินเดียกับปรัชญาสมัยใหม่

เปรียบเทียบ ปรัชญาอินเดียกับปรัชญาสมัยใหม่ 1. ความคิดของเบคอน (1561-1626) คล้ายกับลัทธินยายะ ไวเศษิก กล่าวคือความคิดทางวิทยาศาสตร์ของเขาคล้ายนยายะและสสารนิยมของเขาก็คลายกับไวเศษิก นอกจากนี้เบคอนยังเชื่อพระเจ้าด้วย (ศตวรรษที่ 17) 2. เดดาริต (1596-1650) ก็เสนอความคิดแบบทวินิยมเหมือนลัทธิสางขยะ เพราะฉะนั้นความคิดของเดดาริตจึงมิใช่ของใหม่อย่างที่ชาวโลกเชื่อถือกัน ความคิดเรื่องจิตกับกายของเดดาริตก็เหมือนกับความคิดเรื่องบุรุษกับประกฤติ ส่วนความคิดเรื่องพระเจ้าของเขาก็เหมือนกับปรัชญาเวทานตะ แต่ความคิดทางกลไกลของเขาละเอียดกว่าของอินเดีย (ไวเศษิก) 3. สสารนิยมของฮอบส์ (1588-1679) ก็คล้ายกับความคิดของจารวาก ถือว่าจิตเกิดจากสสาร ความคิดเน้นการเคลื่อนไหลของมันสมอง 4. จิตนิยมของสปิโนช
Read More

เปรียบเทียบ ปรัชญาอินเดียกับปรัชญากรีก

เปรียบเทียบ ปรัชญาอินเดียกับปรัชญากรีก 1. ปรัชญาของพวกไอโอนิก ธเลส (624-547 BC) เหมือนกับปรัชญาพระเวทและอุปนิษัท จึงน่าได้รับความคิดนี้ไปจากอินเดียหรือนักคิดพวกนี้อาจจะไม่ใช่ชาวกรีกด้วยซ้ำไป – ความคิดเรื่องการดูดของแม่เหล็กเหมือนกับความคิดของสางขยะ – ความคิดเรื่องน้ำเป็นปฐมธาตุของสิ่งทั้งปวงก็มีปรากฏอยู่ในพระเวท – ความคิดของอแมกซิเมเพสเรื่องอากาศหรืออีเธอร์เป็นปฐมธาตุของโลกก็มีปรากฏอยู่ในอุปนิษัทและเวทานตะ – นักคิดในสำนักนี้เชื่อว่ามีวิญญาณหรือเชื่อชีวิตอยู่ในธาตุต่าง ๆ ทั้งสิ้น ความคิดนี้ก็คล้ายกับเรื่องบุรุษมีอยู่ในสิ่งทั้งปวงนั่นเอง 2. ความคิดของพวกอีเลียติก (540 BC) ก็คล้ายกับพรามวิทยาหรือเวทานตะ คือพูดถึงมายา (ปรากฏการณ์ทางผัสสะ) และเน้นความสำคัญของเหตุผลมากกว่าความประจักษ์ทางอายตนะทั้ง
Read More

ปรัชญาอินเดียกับปรัชญาตะวันตก

ปรัชญาอินเดียกับปรัชญาตะวันตก 1. ศาสนาน่าจะมีมาก่อนปรัชญา เพราะมนุษย์เชื่อก่อนคิดด้วยเหตุผล แต่มูลฐานของปรัชญาก็คือศาสนานั้นเอง เช่นเรื่องจิตเป็นอมตะเป็นต้น 2. ความคิดทางศาสนาเริ่มต้นด้วยการนับถือผีบรรพบุรุษก่อน แล้วพัฒนามาเป็นนับถือพระเจ้าองค์เดียวแล้วจึงเกิดมีศาสนาที่ไม่มีพระเจ้า 3. ความคิดทางปรัชญาก็คล้ายกับศาสนา คือเริ่มแรกก็เชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ มีวิญญาณ ปรากฏการณ์ธรรมชาติเป็นไปด้วยอำนาจของวิญญาณ ต่อมาจึงเชื่อว่า ธรรมชาติผู้-เมียเป็นตัวก่อให้เกิดโลก ต่อมาจึงมีความคิดเกี่ยวกับจิต (บุรุษ) ซึ่งเป็นตัวผู้ สสารหรือรูปธาตุ (ประกฤติ) ซึ่งถือว่าเป็นตัวเมีย ความคิดในลักษณะนี้เป็นปรากฏอยู่ในหลายชาติจึงน่าจะเป็นได้ว่า วิวัฒนาการทางปรัชญานั้นเองเกิดขึ้นในชาตินั้น ๆ โดยไม่ต้องอาศัยรับเอามาจากชาติอื่น 4.
Read More

ความแตกต่างระหว่างปรัชญาตะวันออก – ตะวันตก

ความแตกต่างระหว่างปรัชญาตะวันออก – ตะวันตก 1. ปรัชญาตะวันตก หมายถึงความรู้เรื่องหลักคือหลักเกี่ยวกับโลกและชีวิต ส่วนปรัชญาตะวันออก หมายถึงความรู้อันประเสริฐคือความรู้ที่ทำให้หลุดพ้นจากโลกียะ 2. ปรัชญาตะวันตก เป็นการพยายามหาทางทำลายความสงสัย ส่วนปรัชญาตะวันออก เป็นความรู้หลังจากหมดความสงสัยแล้ว 3. ปรัชญาตะวันตก เป็นการประติดประต่อความคิดของหลาย ๆ คนเข้าด้วยกัน โดยที่แต่ละคนก็คิดกันคนละฐาน ส่วนปรัชญาตะวันออก อาศัยความตรัสรู้ของคนใดคนหนึ่งเป็นฐานแล้วขยายต่อออกไปตามเหตุผล หรือความสามารถทางสติปัญญาของนักคิดหรือผู้อธิบายแต่ละคน 4. ปรัชญาตะวันตกเริ่มจากความสงสัย ส่วนปรัชญาตะวันออก เริ่มต้นจากความหมดสงสัยหรือความรู้แจ้ง 5. ปรัชญาตะวันตก
Read More

ปรัชญาสางขยะ

ปรัชญาสางขยะเป็นปรัชญาที่เก่าแก่ และมีอิทธิพลต่อวรรณคดีโบราณของอินเดียอย่างแพร่ หลาย บางครั้งก็เรียกว่า”สางขยะสูตร”สำหรับคัมภีร์ฉบับย่อและคัมภีร์ฉบับละเอียดเรียกว่า สางขยปรวจนะ สางขยะ หรือสางขยา แปลว่า จำนวน การนับ หรือความรู้อันถูกต้อง โดยการระบุสิ่งที่เป็นรากฐานของความรู้หรือความรู้ขั้นสมบูรณ์ # ความรู้ที่สามารถแยกปุรุษะออกจากประกฤติ จัดเป็นทวินิยม คือกล่าวถึงความรู้ความจริง 2 ประการคือ ปุรุษะ และประกฤติ # มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปรัชญาโยคะมาก จนถือกันว่าปรัชญาสางขยะเป็นภาคทฤษฎี โยคะเป็นภาคปฏิบัติ ญาณวิทยา ของปรัชญาสางขยะ โลกนี้มีสิ่งที่มีอยู่จริงๆเพียง 2
Read More

ปรัชญาจีน

ปรัชญาจีน ๑. ลักษณะปรัชญาจีน ก่อนกล่าวถึงลักษณะปรัชญาจีน ก็ใคร่กล่าวถึงศาสนาในยุคโบราณของจีนสักเล็กน้อย ชาวจีนเชื่อว่าตามธรรมชาติต่างๆล้วนแต่มีเทพเจ้าสิ่งสถิตอยู่ ถ้ามนุษย์ทำให้เทพพอใจ ก็จะทรงประทานสิ่งที่ดีงามให้ แต่ถ้าไม่ทรงโปรดก็จะทรงบัลดาลให้มีภัยพิบัติต่างๆ ความจริงความเชื่อแบบนี้ก็มีอยู่ทั่วไปในทุกประเทศ ทั้งนี้ก็เพราะมนุษย์ยังขาดความเข้าใจในเรื่องธรรมชาติ จึงพากันสร้างเทพเจ้าหรือพระเจ้าขึ้นมา จากความไม่เข้าใจของตนแล้วก็พากันบูชาสิ่งที่ตนสร้างขึ้นมานั่นเอง เทพเจ้าที่ชาวจีนเชื่อถือมีลักษณะเหมือนมนุษย์ทั้งรูปร่าง หน้าตา และอารมณ์ต่างๆ และในบรรดาเทพด้วยกันก็มีองค์หนึ่งเป็นจอมเทพ ชาวจีนเรียกจอมเทพว่า เทียน และชาวจีนก็เชื่อว่า จอมเทพองค์นั้น ตนไม่มีสิทธิ์เซ่นสรวงบูชาได้ มีแต่พระมหากษัตริย์เท่านั้นที่สามารถทำการบูชาเซ่นสรวงจอมเทพได้ จึงเป็นเหตุให้เกิดมีราชพิธีบูชาเซ่นสรวงเทพเจ้าอย่างใหญ่โตขึ้นมา เช่น พระราชพิธีเซ่นสังเวยฟ้าดิน พระราชพิธีเซ่นสังเวยพระอาทิตย์ พระจันทร์
Read More

ลักษณะทั่วไปของปรัชญาอินเดีย

ลักษณะทั่วไปของปรัชญาอินเดีย ความหมายของปรัชญาอินเดีย มีผู้เข้าใจว่า “ปรัชญาอินเดีย” หมายถึงปรัชญาฮินดู ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกับความเป็นจริง ความหมายที่ถูกต้องของคำว่า “ปรัชญาอินเดีย” ก็คือ หมายถึงปรัชญาทุกสำนักหรือทุกระบบที่เกิดขึ้นในอินเดีย หรือที่คิดสร้างสรรค์ขึ้นไว้โดยศาสดาและนักคิดที่เคยมีชีวิตอยู่หรือกำลังมีชีวิตอยู่ในอินเดีย เพราะฉะนั้น ปรัชญาอินเดียจึงไม่ได้หมายถึงเฉพาะแต่ปรัชญาฮินดู แต่หมายรวมถึงปรัชญาอื่นที่ไม่ใช่ปรัชญาฮินดูด้วย เช่น พุทธปรัชญา ปรัชญาเชน เป็นต้น ความแตกต่างระหว่างปรัชญาอินเดียกับปรัชญาตะวันตก ปรัชญาอินเดียมุ่งแสวงหาความจริงเกี่ยวกับโลกและชีวิตเช่นเดียวกับปรัชญาตะวันตกแต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ ปรัชญาตะวันตกมุ่งแสวงหาความจริงหรือข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวโดยไม่พยายามที่จะปฏิบัติตนเพื่อให้เข้าถึงความจริงที่ได้แสวงหาพบแล้ว เพราะฉะนั้นนักปรัชญาตะวันตกจึงอาจดำเนินชีวิตไปในทางที่ตรงกันข้ามกับแนวความคิดทางปรัชญาของตนก็ได้ อีกอย่างหนึ่ง ปรัชญาตะวันตกส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับศาสนาหรือออกเป็นคนละส่วนกับศาสนา แต่ปรัชญาอินเดียไม่สามารถแยกออกจากศาสนาได้เด็ดขาด ทั้งนี้เพราะนักปรัชญาหรือนักคิดชาวอินเดียนั้น เมื่อแสวงหาความจริงจนพบแล้ว ก็พยายามที่จะปฏิบัติตนตามวิธีการที่กำหนดขึ้นไว้
Read More

ปรัชญาตะวันออก

ปรัชญาตะวันออก ในวัฒนธรรมตะวันตก คำว่า ปรัชญาตะวันออก มีความหมายกว้างๆ ครอบคลุมถึงแนวคิดทางปรัชญาของ “ตะวันออก” กล่าวคือ ทางเอเชีย ที่รวมถึงจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และพื้นที่ทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วมหาวิทยาลัยในประเทศตะวันตก การเรียนการสอน และภาควิชาปรัชญาจะมุ่งศึกษาเฉพาะวิถีคิดและแนวคิดทางปรัชญาตะวันตก (แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นในหลายๆที่) ดังนั้นการใช้คำว่า “ปรัชญา” ในแวดวงวิชาการตะวันตก มักหมายถึงแนวคิดทางปรัชญาที่มีรากฐานมาจากกรีกโบราณ และปรัชญาตะวันออกมักถูกมองข้าม อย่างไรก็ตามการเชื่อมโยงระหว่าง “ตะวันออกและตะวันตก” ในปัจจุบันนี้ ช่วยลดช่องว่างทางวัฒนธรรมดังกล่าวไปได้มาก (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)
Read More

ลัทธิฝ่าหลุนกง

ลัทธิฝ่าหลุนกง ประวัติความเป็นมาของลัทธิฝ่าหลุนกง ในประเทศจีนไม่ยอมรับลัทธินี้ เจ้าลัทธิคือ นายหลี่หงจื้อ ซึ่งแต่เดิมฝ่าหลุนกงเป็นสำนักด้านพลังลมปราณ นายหลี่หงจื้อได้นำเอาท่ามวยไท้เก๊กผสมท่ามวยสำนักต่างๆ ท่ารำไทยผสานกันเป็นท่าเฉพาะของการฝึก “พลังศักยภาพ” และนำเอาคำศัพท์ของศาสนาพุทธ เต๋า และคริสต์ มาผสมกันจนเกิดเป็นคำศัพท์เฉพาะของฝ่าหลุนกง สร้างความเชื่อถือให้แก่ผู้ฝึกฝ่าหลุนกงเป็นจำนวนมาก เมื่อมีคนนับถือมาก นายหลี่หงจือได้ใช้ผู้ที่ฝึกฝ่าหลุนกงเป็นเครื่องประท้วงก่อกวนรัฐบาลจีน ในช่วงแรกรัฐบาลยอมรับให้ฝ่าหลุนกงเป็นการฝึกเพื่อสุขภาพและส่งเสริม แต่เมื่อฝ่าหลุนกงเริ่มมีการเคลื่อนไหวก่อกวนรัฐบาลขึ้น รัฐบาลจีนจึงเริ่มทำการปราบปรามฝ่าหลุนกง เมื่อรัฐบาลจีนทำการปราบปรามจริง นายหลี่หงจื้อจึงอพยพหนีไปอเมริกาแต่ยังคงก่อกวนรัฐบาลจีนอยู่โดยผ่านอุปกรณ์สื่อสารซึ่งรัฐบาลจีนก็ทำการปราบปรามได้อย่างไม่เต็มที่ แนวคิดและหลักคำสอนของฝ่าหลุนกง หลักธรรมของฝ่าหลุนกงผู้นำพูดแนวคิดบางประการมาจากศาสนาอื่น สร้างตนเองให้เป็นเทพเจ้าหยั่งรู้และสร้างทฤษฎีโลกยุคสุดท้ายให้ประชาชนหวาดกลัวและปฏิเสธวิทยาศาสตร์ โลกเปรียบเสมือนที่ทิ้งขยะจักรวาล มนุษย์ที่อยู่บนโลกเป็นเหมือนขยะที่ตกลงมาจากสวรรค์ที่ไม่ต้องการแล้ว ฝ่าหลุนกงโดยหลี่หงจื้อเท่านั้น สามารถจะนำพวกผู้ฝึกฝ่าหลุนกงกลับขึ้นสู่สวรรค์ได้
Read More