สุขภาพ : สธ.เตือนอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาใช้น้ำมันงา-มะพร้าวบ้วนปาก เทรนด์ใหม่คนรักสุขภาพฮิตใช้น้ำมันมะพร้าว-น้ำมันงา บ้วนปากเพื่อรักษาโรคในช่องปาก เผยสรรพคุณดีไม่แพ้น้ำยาบ้วนปาก ขณะที่รอง ผอ.แพทย์แผนไทยเตือนอย่าหลงเชื่อเพราะสรรพคุณของน้ำมันทั้งสองชนิดดีต่อผิวพรรณมากกว่า กระแสความแรงของสมุนไพรธรรมชาติยังคงมีต่อเนื่อง ล่าสุดมีผู้นำน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันงามาใช้เป็นยารักษาโรคในช่องปากซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตามองของกลุ่มคนผู้รักษ์สุขภาพ ภญ.ดร.อัญชลีจูฑะพุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุขบอกว่า เคยได้ยินมาเช่นกันว่ามีคนนำน้ำมันงาและน้ำมันมะพร้าวไปบ้วนปากแต่ก็ไม่แพร่หลายนักเพราะน้ำมันทั้งสองชนิดนั้นเป็นน้ำมันที่คนส่วนใหญ่นำมาใช้เพื่อบำรุงผิวพรรณมากกว่า อย่างไรก็ตามขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้น้ำมันทั้งสองชนิดบ้วนปากว่าอย่างพยายามนำน้ำมันทั้งสองนั้นมาบ้วนปากเพราะสรรพคุณจริงๆ อาจจะไม่ใช้รักษาโรคในช่องปากแต่หากจะใช้สมุนไพรในการรักษาโรคในช่องปากก็ขอแนะนำให้ใช้น้ำมันกานพลูเพราะน้ำมันกานพลูมีสรรพคุณใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน ใช้น้ำมันที่ได้จากการกลั่นดอกตูมของดอกกานพลู 4-5 หยดใช้สำลีพันปลายไม้ จุ่มน้ำมันจิ้มลงในรูฟันที่ปวดจะทำให้อาการปวดทุเลา และใช้แก้โรครำมะนาดก็ได้ หรือใช้ทั้งดอกเคี้ยวแล้วอมไว้ตรงบริเวณที่ปวดฟันเพื่อระงับอาการปวด หรือใช้ดอกกานพลูตำพอแหลกผสมกับเหล้าขาวเพียงเล็กน้อยพอแฉะใช้จิ้มหรืออุดฟันที่ปวด ระงับกลิ่นปากใช้ดอกตูม 2-3 ดอก อมไว้ในปาก จะช่วยทำให้ระงับกลิ่นลงได้