Systemic Risk

Systemic Risk
คือความเสี่ยงในลักษณะลูกโซ่ เมื่อสถาบันหนึ่งในระบบไม่สามารถชำระภาระผูกพันเมื่อถึงกำหนดเวลาต้องชำระ แล้วส่งผลให้สถาบันอื่นๆ ไม่สามารถชำระภาระ ผูกพันตามไปด้วย มีผลกระทบต่อระบบการชำระเงินในวงกว้าง ในกรณีที่เลวร้าย อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน และระบบเศรษฐกิจ
Systemic Risk เป็นความเสี่ยงที่ธนาคารกลาง และองค์กรผู้ดูแลระบบการชำระเงิน ให้ความสนใจมากที่สุด
ขนาดของผลกระทบจาก Systemic Risk ขึ้นกับ
1. ระยะเวลาที่ความเสี่ยงประเภท Credit และ Liquidity มีโอกาสเกิดในระหว่างที่รอให้ผลการชำระเงินเสร็จสิ้น
2. โอกาสที่การชำระดุลไม่เป็นไปตามที่คาด อันเนื่องจากไม่มีวิธีการหรือเงิน กองกลางสำหรับชดเชยการขาดดุลเมื่อสถาบันสมาชิกแห่งใดแห่งหนึ่งประสบปัญหาทางการเงิน
สาเหตุของ Systemic Risk
1. ปัญหาสภาพคล่อง ลักษณะการแผ่ขยายปัญหาการขาดสภาพคล่องจากธนาคารหนึ่งไปยังธนาคารอื่น ๆ
2. ความล้มเหลวของระบบทำให้ไม่สามารถกู้ยืมระหว่างสถาบันการเงิน อาจเกิดจากระบบขัดข้อง หรือขาดความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน
3. ความเสี่ยงระดับมหภาคที่ส่งผลต่อตลาดหลักทรัพย์และตลาดเงินตราต่างประเทศ เช่น ราคาหลักทรัพย์ตกต่ำ ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำ กระทบต่อสภาพคล่องในระบบและต่อสถาบันการเงินหลายแห่ง
4. ความตื่นตระหนกต่อข้อมูลข่าวสาร ข่าวสารที่ชี้ถึงความล้มเหลวของธนาคารหนึ่ง ทำให้ผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ไม่แน่ใจในฐานะการดำเนินงานในธนาคารอื่น ๆ
5. ความผันผวนในตลาดเงิน สถาบันการเงินที่ร่วมในตลาดที่มีความผันผวนสูง มีโอกาสเกิดปัญหาด้านเครดิตและสภาพคล่องเพิ่มสูง ถ้ามิได้วางแผนจัดการอย่างรอบคอบ หรือมีระบบควบคุมที่รัดกุมพอ
6. การแข่งขันที่สูงในธุรกิจการเงิน และการใช้เทคนิคบริหารเงินที่มีความเสี่ยงสูง นำไปสู่ความเสี่ยงระหว่างผู้ให้บริการชำระเงินกับลูกค้า เช่น ลูกค้าได้รับวงเงินสินเชื่อสูงสามารถใช้เงินทันทีภายในวันนั้น ก่อนการชำระดุลระหว่างธนาคารจะแล้วเสร็จ
7. การขยายตัวของธุรกรรมระหว่างประเทศ โอกาสเสี่ยงในลักษณะข้ามประเทศ อาจเกิดจากความแตกต่างของเวลา ความสอดคล้องของระบบการชำระเงินในแต่ละประเทศ กรอบกฎหมายและระบบธนาคารตัวแทน (Correspondent Bank)
การแก้ไข Systemic risk
1. ผู้ใช้ระบบสามารถติดตามและควบคุมระดับความเสี่ยงของตน การติดตามดูแล หากเป็นระบบรวมศูนย์จะควบคุมได้ดีกว่า
2. ลดระยะเวลาระหว่างการส่งคำสั่งโอนเงินและการชำระดุล
3. ลดหรือจำกัดขนาดหรือมูลค่าชำระเงินที่เป็น unsettled balance สำหรับระบบที่เป็น RTGS (Real Time Gross Settlement) และ DVP (Delivery-Versus-Payment) จะไม่มีปัญหา ดังกล่าว
4. เตรียมการควบคุมผลกระทบจากความล้มเหลวในการชำระดุล เช่น มีข้อตกลงในการแบ่งสรรความเสี่ยง (risk-sharing) มีหลักทรัพย์วางเป็นประกัน
5. จูงใจผู้ใช้ระบบให้ช่วยควบคุมความเสี่ยงที่ตนอาจเป็นผู้ก่อ
6. กฎหมายบังคับใช้กับกระบวนการชำระดุลที่ ชัดเจน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *