'Payroll Plus' กับดักมนุษย์เงินเดือน

‘Payroll Plus’ กับดักมนุษย์เงินเดือน

แผนโยกย้ายเงินออมกำลังจะถูกนับหนึ่งอีกครั้ง โดยธนาคารข้ามชาติ

…ไขรหัสรบสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เกมที่ต้องการเป็น key player ในตลาดเมืองไทยในธุรกิจแบงกิ้ง กับ “Payroll Plus” ประตูที่จะเชื่อมต่อมนุษย์เงินเดือนสู่คลังสินค้าธนาคาร

ด้วยข้อจำกัดจำนวนสาขา และการเข้าถึงผู้บริโภคท้องถิ่นของธนาคารต่างชาติ ทำให้เกมธุรกิจจึงต้องมีเชิงชั้นที่แพรวพราวกว่า

กรณีศึกษาล่าสุดที่อยู่ในความสนใจของมนุษย์เงินเดือนขณะนี้กับ “Payroll Plus” บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูง 2% ต่อปี แบบไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชี ไม่กำหนดจำนวนเงินคงเหลือขั้นต่ำในบัญชี แถมฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตรใหม่ครั้งแรก และค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM สำหรับพนักงานที่มีเงินเดือนประจำตั้งแต่ 15,000 บาท ของธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด

ที่สำคัญเปิดกว้างทั้งในลักษณะของการเปิดบัญชีเป็นรายบุคคล และในรูปของบริษัท เกมล่าเงินออมช่วง “ขาลง” ดอกเบี้ยอย่างนั้นหรือ นัยทางธุรกิจคงไม่ใช่แค่นั้นแน่ เพราะเป้าหมายด้านเงินออม หรือที่ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ให้คำจำกัดความว่า “Wealth Management” คือ ต้องการเป็น key player ในตลาดเมืองไทยที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกันกับลูกค้า

“Wealth Management เป็นคำจำกัดความที่ยังค่อนข้างใหม่สำหรับตลาดเมืองไทย จึงทำให้ยังมีช่องว่างหรือโอกาสที่เปิดกว้างอยู่ เราจึงเริ่มจากการให้ความรู้กับผู้บริโภค ให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจในความหมาย หลักการบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งไม่ได้อยู่ที่การทำงานหนักเพื่อออมเงินเท่านั้น แต่จะต้องรู้จักหาวิธีทำให้เงินงอกเงยด้วยตัวของมันเองได้ด้วย” โก๊ะ เต็ก เอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจบริหารการเงินและลงทุน ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด บอกเช่นนั้น

และนี่เองที่ทำให้เชื่อได้ว่า “Payroll Plus” ไม่ใช่แค่แหล่งระดมเงินออมของธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด หากแต่เป็นการขยับเข้าไปใกล้กลุ่มลูกค้าที่มีเงินเดือนประจำ ซึ่งถือว่าเป็นฐานที่ใหญ่มากของประเทศไทยขณะนี้

นอกจากจะขยายฐานไปสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่แล้ว บัญชีเงินฝากประเภทนี้ยังทำหน้าที่ “ทูต” สื่อสารแบรนด์สแตนชาร์ตไปยังผู้บริโภค และเลือกจังหวะขาลงดอกเบี้ยเพื่อเป็นการเพิ่มกระแส

“เป้าหมายของเราไม่ใช่การขายผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินทีละตัว หรือตัวใดตัวหนึ่งเป็นครั้งๆ ไป แต่เราใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ เหล่านี้เพื่อสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว”

โก๊ะ เต๊ก เอง เล่าถึงนโยบายด้านเงินออมของธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด พร้อมกับยกตัวอย่างว่า การที่ “Payroll Plus” จับกลุ่มลูกค้าที่มีเงินเดือน 15,000 บาทขึ้นไป เพราะคนกลุ่มนี้เป็นคนกลุ่มใหญ่ ที่มีรายได้ประจำและยังมีเงินออมเหลือในแต่ละเดือน

ขณะเดียวกันผลการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์เงินเดือนพบว่า คนจำนวนมากจะทิ้งเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์โดยได้รับผลตอบแทนน้อยมาก โดยประมาณ 20-30% ของเงินที่เหลือใช้ในแต่ละเดือน จะถูกทิ้งอยู่ในบัญชีที่มีผลตอบแทนต่ำ จะย้ายไปเข้าบัญชีฝากประจำหลายคนก็กลัวว่าอาจต้องใช้เงินฉุกเฉิน การฝากประจำย่อมไม่สะดวก เพราะมีกำหนดเงื่อนไขเวลาในการฝากประจำ หากถอนก่อนก็จะเสียผลประโยชน์ตอบแทนทันที

ดังนั้น Payroll Plus จึงเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นที่จะให้ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการทางการเงินของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด โดยมีผลประโยชน์ตอบแทนที่ดีจากเงินฝากเป็นตัวกระตุ้น

“เราเชื่อว่าลูกค้าไม่ได้หยุดเติบโตเพียงแค่นี้ เป้าหมายของเราคือการเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า และสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวกับลูกค้า ฉะนั้น หากลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่ดีจากธนาคารของเราแล้ว ก็จะต่อยอดไปถึงผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ จากเงินออม ไปสู่บัตรเครดิต ไปสู่สินเชื่อ ไปสู่การลงทุนด้วยกองทุนต่างๆ ที่เรามีบริการให้คำแนะนำและดูแลให้ ไปสู่การปกป้องคุ้มครองสินทรัพย์ ประกันภัยต่างๆ จนครบวงจร” โก๊ะ เต๊ก เอง กล่าว

แต่การที่มีเครือข่ายทั่วโลก และมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย ก็ทำให้สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด มีความได้เปรียบเชิงยุทธ์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในแง่ของการนำความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยีระดับสากลมาสนองตอบความต้องการของลูกค้า และการเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดได้อย่างทันท่วงที

ประตูสู่การเป็น “key player ในตลาดเมืองไทย” ของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ได้ถูกเปิดขึ้นอีกบานแล้วกับ “Payroll Plus” บัญชีเงินออมที่มี “ดอกเบี้ย” ล่อใจ รอเพียงมนุษย์เงินเดือนเปิดรับ เกมนี้ก็จะถูกนับหนึ่งแบบมีนัย

ที่มา : http://www.bangkokbizweek.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *