Leadership : ภาวะผู้นำผู้นำแนวใหม่ คือ นักฟังและผู้สนับสนุนที่ดี

Leadership : ภาวะผู้นำผู้นำแนวใหม่ คือ นักฟังและผู้สนับสนุนที่ดี
เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย
การเป็นผู้นำในเศรษฐกิจยุคใหม่ ย่อมมีความแตกต่างไปจากการเป็นผู้นำในแบบเดิมๆ เพราะโลกเราเปลี่ยนแปลงทุกวินาที ลูกน้องคุณก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน
คนทำงานสมัยนี้อาศัยอยู่ในสังคมแห่งความรู้อย่างที่เราเรียกว่า Knowledge – based Society ข้อมูลต่างๆ อยู่ใกล้เพียงปลายนิ้วคลิก การเป็นผู้นำสมัยนี้ จึงต้องเปลี่ยนจาก “ผู้บัญชาการ” (commander) มาเป็น “ผู้สนับสนุน” (facilitator) เจ้านายที่เอาแต่สั่งและเผด็จการกับลูกน้องอย่างเดียวนั้นจะรู้สึกว่า การทำงานในบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย และการยอมรับแนวคิดใหม่ๆ เป็นเรื่องยากเย็นสำหรับเขา

ผู้นำแบบเก่าเคยชินกับการบอก หรือสั่งงานลูกน้องแต่เพียงอย่างเดียว ในขณะที่ ผู้นำแบบใหม่ใช้วิธีตั้งคำถาม ผู้นำแบบใหม่ใช้วิธีตั้งคำถาม ผู้นำแบบเก่ายึดติดอยู่กับวิธีแก้ปัญหาของตนแต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่ ผู้นำแบบใหม่เปิดกว้างต่อความคิดและข้อเสนอใหม่ๆ ผู้นำแบบเก่าคิดว่าโลกนี้มีเพียงสีขาวกับสีดำ ในขณะที่ผู้นำใหม่มองเห็นเฉดสีเทาเข้มอ่อน
การสื่อสารกับลูกน้องในโลกยุคข้อมูลข่าวสารทำให้ผมรู้สึกดีว่า โลกนี้ไร้พรมแดนจริงๆ ไม่มีกำแพงใดๆ มาขวางกั้นความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้อีกต่อไป ตัวคุณเองและลูกน้องของคุณมีแหล่งข้อมูลเดียวกัน ไม่ว่าข้อมูลนั้น จะเป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Harvard หรือ Stanford หรือว่าจะเป็นข่าวเด่นประเด็นร้อนจาก CNN ทุกคนสามารถเข้าถึงได้เหมือนๆ กันหมด

จริงอยู่ครับ คุณอาจจะเป็นเจ้านาย และคุณอาจเป็นคนคอยบอกอะไรต่อมิอะไรให้ลูกน้อง แต่อย่าลืมนะครับว่า มันไม่ได้แปลว่า คุณรู้ดีที่สุด การที่คุณพูดคุยกับเขาในลักษณะของ Facilitator คือ รู้จักป้อนคำถามให้ถูกจุด จับประเด็นสำคัญได้ ให้การสนับสนุนเขา นอกจากจะทำให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมมากกว่าแล้ว เขายังรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการบริหารด้วย
ถ้าคุณเอาแต่สั่ง สั่ง และสั่ง จงระลึกไว้เลยว่าคุณกำลังเสี่ยงต่อการเปิดฉากโต้แย้งได้ง่ายๆ ซึ่งในที่สุดคุณเองอาจต้องยอมจำนน ถ้าลูกน้องของคุณมีข้อมูลเหนือกว่า

ผมจะเล่ากรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงให้ฟังเมื่อไม่นานนี้ลูกน้องของผมคนหนึ่งอีเมลมาหาผมเกี่ยวกับวิธีใหม่ในการรับมือ กับเอเยนซีโฆษณาผมไม่เคยได้ยินวิธีนี้มาก่อนเลยถามไปว่า “คุณได้ข้อมูลพวกนี้มาจากไหน” เขาตอบว่า “ผมอ่านมาจากเว็บไซต์ของสำนักงานใหญ่ของบริษัทเราเองครับ”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *