IKEA : อีกกรณีของ CSR ที่โดดเด่น

IKEA : อีกกรณีของ CSR ที่โดดเด่น
คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์ โดย รศ.ดร.ธีรยุศ วัฒนาศุภโชค teerayout@acc.chula.ac.th ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3978 (3178)
ประเด็นของซีเอสอาร์หรือความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรยังฮอตไม่เสื่อมคลายครับ แม้ว่าจะเป็นประเด็นที่พูดถึงกันมาพักใหญ่ๆ แล้วก็ตาม ดังนั้นจึงยังต้องค้นหาแนวคิดและการปฏิบัติที่สมเหตุสมผล และนำสู่ประโยชน์ของทั้งองค์กรและสังคมโดยรวม
แต่บ่อยครั้งก็มักจะมีผู้ที่ยังสับสนกับแนวคิดการทำ CSR ที่กว้างขวางในองค์กร ในลักษณะของซีเอสอาร์เชิงกลยุทธ์ โดยเป็นการผนวกแนวคิดของความรับผิดชอบต่อสังคมนี้กับยุทธศาสตร์หลักของกิจการเลย และนำสู่การปฏิบัติและสอดแทรกเข้าทุกกระบวนการของกิจการ เพื่อสร้างความตระหนักในความรับผิดชอบ ต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดด้วย และสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในที่สุด
ในวันนี้จึงจะนำกรณีของกิจการหนึ่งซึ่งถือว่ามีการนำแนวคิดซีเอสอาร์นี้ไปใช้อย่างกว้างขวาง และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นั่นคือ IKEA ซึ่งเป็นกิจการเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ที่ทันสมัยเตะตาในระดับโลก
โดย IKEA นี้ได้ทำการผสมผสานและยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม และได้กำหนดเป็นหนึ่งประเด็นหลักในภารกิจ และวัตถุประสงค์ของกิจการ โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดหลัก (key performance indicators) ประเมินความสำเร็จทางด้านของซีเอสอาร์อย่างเคร่งครัดและ ต่อเนื่อง
แน่นอนว่าคงจะนำความสำเร็จของซีเอสอาร์นี้ไปเชื่อมโยงกับผลประกอบการทางการเงิน โดยเฉพาะในระยะสั้นได้อย่างชัดเจน แต่กิจกรรมทางด้านสังคมนี้จะไปกระทบกับภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น ความเข้าใจอันดีระหว่างกิจการกับลูกค้า และสาธารณชนในระยะยาวมากกว่า ซึ่งถือเป็นการประเมินในเชิงคุณภาพที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย
เริ่มจากพันธกิจของกิจการที่มุ่งเน้น “Create a better everyday life for many” ซึ่ง many ในที่นี้ หมายถึงกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่ม ซึ่งทำให้กิจการสามารถผสมผสาน แนวคิดเกี่ยวกับสังคม สิ่งแวดล้อม จริยธรรมต่างๆ เข้าสู่กลยุทธ์และแนวคิดทุกด้านขององค์กรได้อย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่แค่ลูกค้าหรือผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ IKEA กินความกว้างกว่านั้น รวมถึงพนักงาน ผู้บริหาร คู่ค้า องค์กรรัฐที่เกี่ยวข้อง ชุมชน และสาธารณชน สังคมในระดับชาติและนานาชาติที่กิจการเอื้อมมือเข้าไปถึงด้วย
และได้นำการผสมผสานแนวคิดด้านซีเอสอาร์เข้าไปในการวางแผนกลยุทธ์ของกิจการ เริ่มจากการพิจารณาคุณภาพของวัตถุดิบ เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ของ IKEA เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ จึงต้องคำนึงถึงประเด็นด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ค่อนข้างมาก แน่นอนว่าคงจะเลี่ยงการตัดไม้ไม่ได้ แต่จะไม่ให้เกิดผลลบจากการทำลายป่า โดยกิจการจะเน้นว่าวัตถุดิบไม้ที่จะนำมาใช้นั้น จะย้ำว่าต้องมาจากการใช้ไม้ยางพาราที่แก่จนหมดสภาพการให้น้ำยางแล้ว ซึ่งปกติสวนยางก็ต้องโค่นทิ้ง เพื่อเพาะปลูกลอตใหม่ต่อไป แต่กิจการจะนำมาเป็นวัตถุดิบเพื่อหมุนเวียนเงินให้กับเกษตรกร และมีแผนการปลูกป่าทดแทนในทันทีอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่ไปรุกล้ำป่าตามธรรมชาติเด็ดขาด ก็ถือเป็นการลดปัญหาที่จะกระทบต่อสภาพแวดล้อมลงอย่างมาก
ส่วนในประเด็นของกระบวนการผลิตนี้ได้มีการวิจารณ์อย่างมากถึงผลทางลบต่อสุขภาพระยะยาว ของการใช้สารฟอร์มัลดีไฮน์ ซึ่งอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจอย่างมาก ถึงขนาดจะเป็นสารก่อมะเร็งกันได้ทีเดียว IKEA ก็จะเข้าไปตรวจเข้มกระบวนการผลิตของซัพพลายเออร์ที่รับจ้างผลิตให้กับกิจการอย่างเคร่งครัด ว่าต้องไม่มีการปนเปื้อนของสารเหล่านี้
การใช้แรงงานก็เป็นประเด็นสำคัญเช่นกัน เนื่องจากมีการใช้แรงงานเด็กที่เป็นปัญหาอยู่ทั่วไป ทำให้ IKEA กำหนดนโยบายการผลิตของกิจการเลยว่า ต้องไม่มีการใช้แรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย ในการผลิตของซัพพลายเออร์เด็ดขาด เนื่องจากกิจการมีการเอาต์ซอร์ซการผลิตไปยังประเทศกำลังพัฒนาทั้งจีนและเวียดนาม จึงต้องคุมเข้มเรื่องนี้ ถือเป็นกลยุทธ์หลักเพราะ ถือเป็นภาพลักษณ์และการใส่ใจสังคมของกิจการ
IKEA เคลมว่าทำให้ลดการใช้แรงงานเด็กที่ผิดกฎหมายและมนุษยธรรมลงถึง 80,000 คนทั่วโลก เพราะถือว่าการจ้างงานเด็กแม้ว่าจะช่วยเหลือในระยะสั้น แต่จะทำให้เกิดผลร้ายต่อครอบครัวในระยะยาว เนื่องจากเด็กจะขาดโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน มีการบาดเจ็บสูง กลายเป็นภาระต่อสังคมในระยะยาว
รวมถึงการใช้กลยุทธ์เอาต์ซอร์ซ 100% ไปยังผู้รับจ้างผลิตของเราแต่ละราย หมายถึงว่าทุกรายที่รับจ้างเรานั้น ควรต้องผลิตให้แต่ IKEA ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่แนบแน่น ควบคุมได้ในทุกนโยบาย รวมถึงทำการวิจัย และพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลทางลบต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด
นอกจากนี้การจัดจำหน่ายของกิจการเองก็ผสมผสานซีเอสอาร์อย่างเด่นชัด โดยการตอบสนอง ต่อสังคมปัจจุบันซึ่งเน้นเรื่องของภาวะ โลกร้อน ผลกระทบจากการปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศ
ดังนั้นร้านของ IKEA จะเริ่มปรับใหม่ทั้งหมด ให้ลดการใช้พลังงาน ใช้หลอดประหยัดไฟ ปรับเปลี่ยนเป็นอาคารอัจฉริยะ และจำกัดการปล่อยคาร์บอนลงเหลือให้น้อยที่สุด
รวมถึงการขนส่งก็จะเริ่มใช้รถไฟฟ้าในหลายประเทศ และมีเป้าหมายคือการพึ่งพาพลังงานที่สะอาด และหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ในการขนส่ง อาทิ ในสวิส เริ่มใช้รถไฟฟ้าในการขนส่งทั้งหมดแล้ว
ที่กล่าวมาเป็นแค่ตัวอย่างคร่าวๆ ยังมีอีกหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง และสามารถจะนำไปประยุกต์ใช้ให้กิจการของเรากลายเป็น องค์กรแห่งความรับผิดชอบ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *