Hollywood Model คืออะไร

Hollywood Model คืออะไร
มีบทความที่น่าสนใจ เรื่อง “Replicating the Hollywood Model” ของซู บุสเชลล์ (Sue Bushell) ผู้บริหารด้าน IT ซึ่งเผยแพร่ในนิตยสาร CIO Australia’s Magazine for Information Executives ประเทศออสเตรเลีย อธิบายเรื่องของ “Hollywood Model” โดยสรุปได้ว่า การทำงานแบบ Hollywood Model เริ่มต้นที่การเขียนสคริปต์ ซึ่งจะระบุกิจกรรมส่วนย่อย ๆ ทีละส่วน แล้วนำมากำหนดระยะเวลาดำเนินการ โดยทีมงานจะต้องมีวิสัยทัศน์
และเข้าใจตรงกันตั้งแต่เริ่มต้น มาตกลงกันในเรื่องกระบวนงานที่จะทำให้งานสำเร็จ โดยทุกคนที่มีส่วนร่วมและตกลงใจที่จะทำงานด้วยกัน จัดทำตารางเวลาขึ้นมาเพื่อให้ยอมรับร่วมกัน เมื่อผู้อำนวยการสร้างได้ขยาย “วิสัยทัศน์” ให้สมาชิกของทีมทราบแล้ว ก็มอบหมายงานให้สมาชิกทำตามที่แต่ละคนถนัด โดยทุกคนจะต้องคำนึงถึงภาพรวม “the big vision” เป็นสำคัญ และจะต้องบอกให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (stakeholders) ทราบว่า จะทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เสร็จเมื่อไรค่าใช้จ่ายเท่าไร หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องการให้เปลี่ยนแปลง ผู้อำนวยการสร้างก็ต้องนำไปพิจารณา(ต่อรอง/หาข้อสรุป)กับทีมงานให้แน่ชัด เมื่อลงมือปฏิบัติงานแล้วก็จะต้องมีการรายงานความก้าวหน้าของงานและค่าใช้จ่าย โดยหากพบว่าเกิดความล่าช้าจนงานไม่สามารถเสร็จตามกำหนด จะต้องพิจารณาแก้ไขทันที หากงบประมาณบานปลาย จะต้องเป็นความรับผิดชอบของทีมงานในการไปหางบประมาณมาเพิ่มเติม
Hollywood Model เป็นรูปแบบของคณะบุคคลที่มีความสามารถในสาขาวิชาชีพของตัวเองในด้านต่างๆ ผ่านกระบวนการคัดสรร จากผู้อำนวยการโครงการ หรือผู้บริหารโครงการ ซึ่งจะทำหน้าที่หลอมรวมผลงานหรือประกอบความสามารถเฉพาะด้านที่โดดเด่นจากคณะบุคคลต่างๆนั้นขึ้นเป็นผลงานชิ้นเดียว เหมือนเราจะสร้างภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่ง เราจะต้องมีความคิดรวบยอด แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นส่วนๆตามภารกิจ แล้วคัดเลือกคนที่มีความสามารถในแต่ละด้านมาช่วยกันทำให้เสร็จสมบูรณ์ออกมาเป็นภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง
Hollywood Model เป็นรูปแบบการทำงานที่จำลองเอาวิธีการสร้างภาพยนตร์สมัยใหม่ของฮอลลีวูด มาใช้ในการทำงาน ซึ่งภารกิจของผู้สร้างภาพยนตร์ก็คือ การสร้างอารมณ์ร่วมของผู้ชมให้เชื่อและคล้อยตามกับการดำเนินเรื่องให้ตลอดรอดฝั่ง จนเกิดความประทับใจ ต้นทุนในการสร้างอารมณ์ร่วมของผู้ชมให้เชื่อและคล้อยตามได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ชมมีความฉลาดขึ้นและต้องการเห็นสิ่งใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันให้ผู้สร้างต้องหานวัตกรรมใหม่ๆ ในการสร้างอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จก็จะส่งผลตอบแทนที่เป็นกำไรจำนวนมหาศาล ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars ถือเป็นต้นแบบของ Hollywood Model โดยที่ในปี ค.ศ.๑๙๗๗ โลกตื่นตะลึงไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่นำเอาผู้แสดงนำหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก มาร่วมงานกับผู้กำกับหน้าใหม่ ผสานกับเนื้อเรื่องวิทยาศาสตร์อวกาศแฟนตาซี หนังทำรายได้ติดอันดับหนึ่งหนังทำเงินตลอดกาลในยุคนั้น เบื้องหลังความสำเร็จของ ภาพยนตร์เรื่อง Star Wars มาจากส่วนผสมจากทีมงานสร้างที่เก่งๆ ในแต่ละด้าน เช่นกล้องถ่ายควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบใหม่หมด การสร้างแบบจำลองความละเอียดสูง คอมพิวเตอร์กราฟพิก ระบบเสียงใน โรงภาพยนตร์แบบระบบดอลบี้เป็นครั้งแรก ดนตรีประกอบ ทีมงานจำนวนหลายร้อยคนนี้มีหลายส่วนที่ไม่เคยพบ หรือรู้จักกันเลยในระหว่างการสร้างนอกจากผู้กำกับการแสดงที่รับผิดชอบชิ้นงานทั้งหมด และนำเอาชิ้นงานทั้งหมดในแต่ละด้านมาถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์ม
รูปแบบของ Hollywood Model เป็นรูปแบบที่ใช้ภารกิจและผลงานเป็นตัวตั้ง เมื่อมีงานหรือภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ ก็จัดประกอบกำลังขึ้นมาทำเป็นบริษัทเสมือน (Virtual company) ประกอบไปด้วยคนเก่งๆหลากหลายประเภท ทุ่มเทความสามารถทำภารกิจให้เสร็จสิ้น แนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของตัวแบบการดำเนินธุรกิจแบบฮอลลีวูด ก็คือ “วิธีการจัดการ” ให้มีกลุ่มคนซึ่งมีความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศในด้านต่างๆ เข้ามาทำงานร่วมกันเพื่อให้งานหรือโครงการหนึ่งๆ สำเร็จ การทำงานร่วมกันของกลุ่มต่างๆ ไม่ใช่เป็นเพียงการประสานงาน (Coordination)
หรือการให้ความร่วมมือ (Cooperation) แต่มีความหมายลึกซึ้งไปจนถึงการร่วมแรงร่วมใจ (Collaboration) ซึ่งเป็นการสร้างพลังร่วม (Synergy) โดยเมื่อเสร็จงานหรือโครงการแล้ว ต่างคนก็จะแยกย้าย (Disband) ไปทำงานในโครงการใหม่อื่นๆ กับผู้เชี่ยวชาญกลุ่มอื่นๆ ต่อไป ปัจจุบันรูปแบบการบริหารแบบฮอลลีวูดถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในธุรกิจอุตสาหกรรมและการบริการในสหรัฐอเมริกา
การประยุกต์ใช้สไตล์ฮอลลีวูดในการบริหารจัดการ
กรมการปกครอง มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าศตวรรษ มีการปรับเปลี่ยนบทบาท ภารกิจ อำนาจหน้าที่มาเป็นระยะ แต่ยังคงภารกิจหลักในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชนในพื้นที่ ภารกิจของกรมการปกครอง จะต้องดูแลเอาใจใส่ทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่ ที่มีความแตกต่างทั้งด้านวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม ซึ่งก่อให้เกิดความหลากหลายของปัญหา จำเป็นต้องเอาใจใส่ ดูแลและแก้ไขปัญหาโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างกลุ่มองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีความพึงพอใจและมีความสุขใจมากยิ่งขึ้น จึงอาจมีความสงสัยอยู่ว่าจะนำวิธีการสร้างภาพยนตร์ของฮอลลีวูดมาใช้สำหรับการบริหารราชการของกรมการปกครองในยุคปัจจุบันได้หรือไม่
ขณะนี้หลายองค์กรเริ่มประยุกต์ใช้สไตล์ฮอลลีวูดในการบริหารจัดการแล้ว แม้ว่าอาจจะไม่เต็มรูปแบบ ลักษณะเด่นของการจัดองค์กรและวิธีการบริหารฮอลลีวูดคือ การมีค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) ที่ควบคุมได้ มีต้นทุนผันแปร (Variable Cost) ที่สอดคล้องกับผลผลิตของงานหรือโครงการ ให้ความสำคัญและใช้ผู้ที่มีความสามารถเป็นเลิศ (ซึ่งมักจะหายากเพราะขาดแคลน) (Highly Specialized and Scarce Talent) และอาศัยคนที่มีทักษะในการบริหารและนำกระบวนการสร้างสรรค์ (Creative Process)
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในการนำตัวแบบการดำเนินธุรกิจแบบฮอลลีวูดไปใช้ในการบริหารอย่างได้ผลคือการผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทยาและเวชภัณฑ์ ในธุรกิจดังกล่าวเจ้าของหรือผู้บริหารของบริษัทจะเริ่มดำเนินงานโครงการด้วยการติดต่อบริษัทที่ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนา (Research and Development) เพื่อว่าจ้างให้วิเคราะห์ วิจัย หาลู่ทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เมื่อได้แนวคิดและวิธีการตามวัตถุประสงค์แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะติดต่อกับบริษัทผู้ผลิต (Manufacturer) ให้ผลิตยาและเวชภัณฑ์ซึ่งมีสูตรและสรรพคุณตามที่กำหนด และสุดท้ายก็ติดต่อกับบริษัทจัดจำหน่าย (Distribution) เพื่อช่วยกระจายยาและเวชภัณฑ์ไปยังผู้บริโภคหรือลูกค้าโดยผ่านโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งจากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่ารูปแบบวิธีการจัดการแบบฮอลลีวูด ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานประจำไว้จำนวนมาก ๆ แต่จะจ้างเฉพาะพนักงานซึ่งต้องทำงานหลักที่จำเป็น (Small Core of Employees ) ทำให้ค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Expenses) เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง รวมถึงค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ไม่สูงเกินไป ส่วนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตและการจัดจำหน่าย ก็จะมีความยืดหยุ่นและแปรผันไปตามชนิดของผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดี

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *