GEORGE SOROS & QUANTUM FUND ตอน 9

GEORGE SOROS & QUANTUM FUND ตอน 9 งานการกุศลของยอดนักเก็งกำไร

ในช่วงแรกของการทำงานของเขา งานการกุศลยังเป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลจากความคิดของ จอร์จ โซรอสมาก ต่อมาเขาก็ตระหนักได้ว่า เหตุการณ์ที่เปรียบเหมือนกับเส้นแบ่งเขตชีวิตของเขา ได้แก่เหตุการณ์ที่เขาหนีจาก “สังคมปิด” ที่เข้าครอบงำฮังการี ประเทศบ้านเกิดของตน นับแต่จากบ้านมา เขาได้ลิ้มรสชาติแห่งอิสรภาพ ครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษและต่อมาที่สหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นทำไมไม่ลองให้คนอื่น ๆ ในยุโรปตะวันออกและสหภาพโซเวียตมีโอกาสได้สัมผัสบ้าง?
โซรอสจึงตัดสินใจว่า เขาจะใช้อำนาจทางการเงินของตนในการส่งเสริมสังคมเปิด ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถมีความเป็นอิสระ สามารถพูดถึงความคิดและดำเนินรอยตามความประสงค์ส่วนตนได้โดยอิสระ
ความจริงแล้ว โซรอสเริ่มกิจกรรมสาธารณกุศลของตนเป็นครั้งแรกในแอฟริกาใต้ ในปี 1979 เขาระบุว่ามหาวิทยาลัยเคพทาวน์ เป็นสถานที่ที่ดูเหมือนจะอุทิศตนให้กับการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสังคมเปิดมาก ด้วยเหตุนี้เขาจึงเสนอที่จะให้ทุนการศึกษาแก่นักผิวดำ ทว่าความพยายามดังกล่าวกลับกลายเป็นสิ่งเลวร้าย เมื่อโซรอสพบว่าเงินของตนถูกใช้ไปเพื่อให้การสนับสนุนแก่นักศึกษาที่ลงทะเบียนเป็นนักศึกษาอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ และมอบให้แก่นักศึกษาใหม่เพียงน้อยนิด ดังนั้นเขาจึงเพิกถอนการให้ทุน
ในปี 1984 หลังจากตั้งมูลนิธิในฮังการีแล้ว โซรอสตัดสินใจที่จะขยายกิจกรรมการกุศลของตนต่อไป เขาได้เข้าไปที่จีนในปี 1986 และถูกทำให้หลงใหลด้วยความคิดที่ว่า จะตั้งมูลนิธิแห่งหนึ่งในประเทศคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่สุดของโลกให้ได้ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในประเทศจีน แต่มันก็ไม่ได้ยับยั้งโซรอสในการเดินหน้าสู่ยุโรปตะวันออกและอดีตสหภาพโซเวียตต่อไป
ในปี 1987 เขาจึงเริ่มความพยายามในสหภาพโซเวียต จนกระทั่งถึงปี 1988 จึงเข้าไปที่โปแลนด์ และเชคโกสโลวะเกียในปี 1989 แต่ที่ ๆ ท้าทายเขามากที่สุดคือโรมาเนีย ดังนั้นโซรอสจึงตัดสินใจเดินทางไปเยือนโรมาเนียในเดือนมกราคม ด้วยความหวังว่าจะสามารถตั้งมูลนิธิขึ้นที่นั่น
มูลนิธิเริ่มเปิดดำเนินงานในเดือนมิถุนายน ปี 1990 โดยใช้ชื่อว่า มูลนิธิเพื่อสังคมเปิด (Foundation for an Open Society) การตั้งมูลนิธิตั้งแต่แรกเริ่มไม่ใช่งานที่ง่ายเลย เพียงแค่การลงประกาศรับสมัครเจ้าหน้าที่มูลนิธิก็ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า เช่นเดียวกับการประกาศให้ทุนการศึกษา แม้ว่าคอมมิวนิสต์จะถูกโค่นอำนาจไปแล้ว แต่โรมาเนียยังคงเป็นแดนแห่งความลี้ลับและน่าสงสัย นอกจากนี้เขาได้ตั้งมูลนิธิ โอเพน เอสโทเนีย และมูลนิธิในลักษณะเดียวกันใน แลตเวีย และลิธัวเนีย เพื่อให้การฝึกอบรมด้านธุรกิจและการบริหาร ให้ทุนแก่นักศึกษาในการไปศึกษาเล่าเรียน หรือเดินทางไปต่างประเทศ และฝึกสอนภาษาอังกฤษ
ในเดือนธันวาคมปี 1992 โซรอสประกาศโครงการให้ความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งขึ้นมา นั่นคือการบริจาคเงินจำนวน 100 ล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในอดีตสหภาพโซเวียต
นับแต่ปี 1987 โซรอสได้เปิดสำนักงานมูลนิธิขึ้นทั่วยุโรปตะวันออก ค่าใช้จ่ายของเขาเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ความพยายามในการให้ความช่วยเหลือของเขาเติบโตขึ้นในปี 1990 เมื่อเขาก่อตั้งมหาวิทยาลัยยุโรปกลาง หรือ ซีอียู ซึ่งมีวิทยาเขตในปราก และบูดาเปสต์ รับนักศึกษาจำนวน 400 คนจากประเทศต่าง ๆ 22 ประเทศ ซีอียูคือความฝันของโซรอส เป็นโครงการที่มีความหมายสำหรับเขามากที่สุด ในฤดูใบไม้ผลิปี 1994 อาณาจักรการกุศลของโซรอสได้ขยายจำนวนเป็น 86 แห่งใน 26 ประเทศ เมื่อสองปีก่อนเขาได้ให้เงินไปแล้ว 500 ล้านดอลลาร์ และเขาให้สัญญาว่าจะให้เงินอีกครึ่งพันล้านดอลลาร์
ผู้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของโซรอสบางคนเชื่อว่า วัตถุประสงค์เดียวของงานการกุศลของโซรอสก็คือ ทำให้เขามีช่องทางเข้าถึงข้อมูลได้ดีขึ้น เพื่อที่ว่าเขาจะสามารถลงทุนด้วยความชาญฉลาดมากขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตามโซรอสได้กล่าวว่า “งานมูลนิธิทำให้ผมเข้าใกล้สำนึกเกี่ยวกับความพึงพอใจที่แท้จริงยิ่งกว่าการทำเงินจำนวนมหาศาลเสียอีก”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *