E-COMMERCE กับกฏหมาย (5)

E-COMMERCE กับกฏหมาย (5)

การวางหลักเกี่ยวกับสัญญาและกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับสิทธิ
ผู้บริโภคมีสิทธิของตนที่ดำรงอยู่อย่างอิสระและแน่นอน ไม่ว่าผู้ค้าทางอินเตอร์เน็ทจะเห็นชอบที่จะระบุถึงสิทธินั้นในสัญญาหรือไม่ก็ตาม เนื่องมาจากเป็นความต้องการของผู้มีอำนาจสาธารณะ(ความต้องการขององค์กรหรือหน่วยงานสาธารณะ เช่น องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค)ต้องการที่จะให้ความคุ้มครองผู้บริโภคจากการวางข้อสัญญาอันไม่เป็นธรรมที่ได้แพร่กระจายอยู่อย่างเงียบๆ (จากการทำข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมซึ่งแพร่กระจายอย่างกว้างขวางมากทีเดียว) โดยจุดประสงค์ของข้อสัญญาและเงื่อนไขที่กฎหมายมองว่าไม่เป็นธรรมนั้น คือ เพื่อหลบเลี่ยงความรับผิดชอบจากการขายสินค้าที่บกพร่องหรือราคาไม่เป็นธรรม หรือให้ข้อมูลที่ไม่เพียงพอ หรือผิดเกี่ยวกับสินค้าที่จะขาย เว็บไซต์จำนวนมากยังคงมีข้อสัญญาและเงื่อนไขอันไม่เป็นธรรมอยู่ แม้ว่าในความเป็นจริงนั้น ในหลายๆประเทศ การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย หรืออีกนัยหนึ่ง คือเป็นสิ่งที่ต้องห้ามนั่นเอง สาเหตุที่ข้อสัญญาและเงื่อนไขเหล่านั้นยังคงถูกเขียนไว้ เพราะความหวังอันน้อยนิดที่คาดว่าผู้บริโภคจะไม่รู้ไม่ได้ใส่ใจถึงสิทธิทั้งหลายของตน ในประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย ข้อสัญญาจะคัดลอกต่อๆกันจากผู้ค้าทางอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะตามมา
ตัวอย่างของข้อสัญญาอันไม่เป็นธรรมที่พบจากเว็บไซท์ thaigems.com หนึ่งในบริษัทธุรกิจ e-commerce ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบริษัทหนึ่ง โดยข้อสัญญาในเว็บได้ถูกเขียนขึ้นอย่างดี บางข้อนั้นมีความไม่เป็นธรรมและอาจส่งผลเสียหายต่อบริษัทเอง อย่างเช่นข้อที่ว่า “thaigems.com ไม่ได้มีการกำหนดระบุเนื้อหาเกี่ยวกับ ความเหมาะสม, ความสมบูรณ์, ความเหมาะสมกับเวลา, ความรับผิด, ข้อกำหนดที่ได้รับการบังคับใช้โดยกฎหมายในขอบเขตอำนาจของคุณ หรือความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล, วัตถุดิบ, สินค้า, และบริการที่ได้บรรยายหรือปรากฏอยู่บนเว็บนี้ไม่ว่าการใดก็แล้วแต่ ข้อมูล, วัตถุดิบ, สินค้าและบริการทั้งหมดแสดงตามลักษณะที่ปรากฎโดยไม่มีการรับประกันในทุกประเภท รวมถึงทั้งการรับประกันโดยปริยายและข้อสัญญาเรื่องความเหมาะสมเกี่ยวกับสินค้าโดยทั่วไปและเรื่องความเหมาะแก่การใช้ประโยชน์เฉพาะอย่าง สิทธิ และเหตุที่ไม่ละเมิด”
“thaigems.com(Thaigem.com) ไม่ได้มีการกำหนดระบุเนื้อหาเกี่ยวกับ ความเหมาะสม, ความสมบูรณ์, ความเหมาะสมกับเวลา, ความรับผิด, ข้อกำหนดที่ได้รับการบังคับใช้โดยกฎหมายในขอบเขตอำนาจของคุณ” ส่วนแรกในประโยคนี้ในส่วนนี้สำหรับคนโดยทั่วไปแล้วอาจจะไม่เข้าใจ เว้นแต่สำหรับทนายที่มีความคุ้นเคยอยู่กับกฎหมายสัญญาโดยเฉพาะสัญญาคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งข้อความสัญญาลักษณะนี้นั้นจะไม่สามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมายเนื่องจากผู้บริโภคไม่สามารถที่จะเข้าใจความหมายของข้อสัญญาได้ ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทจะต้องร่างข้อสัญญาขึ้นมาให้ทุกๆประโยคมีความชัดเจนมากพอและสามารถเข้าใจได้ง่ายแม้แต่คนธรรมดาทั่วไป ที่อาจจะไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักและไม่ใช่ทนายความ “thaigems.com(Thaigem.com) ไม่ได้มีการกำหนดระบุ(ไม่ได้มีการกล่าวถึงเลย)เนื้อหาความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล, วัตถุดิบ, สินค้า, และบริการที่ได้บรรยายหรือปรากฏอยู่บนเว็บนี้ไม่ว่าการใดก็แล้วแต่” ส่วนที่สองนี้ในประโยคแรกมีความหมายโดยชัดเจนว่าผู้ซื้อไม่สามารถเชื่อสิ่งใดในเว็บนี้ได้เลย ซึ่งไม่มีบริษัทที่มีความรับผิดชอบใดที่จะกล้าเขียนขึ้นมาเช่นนี้(บริษัทที่มีความรับผิดชอบมากพอจะไม่กล้าเขียนข้อความหรือประโยคเช่นนี้) “ข้อมูลทั้งหมด, วัตถุดิบ, สินค้าและบริการทั้งหมดแสดงตามลักษณะที่ปรากฎโดยไม่มีการรับประกันในทุกประเภท รวมถึงทั้งการรับประกันโดยปริยายและข้อสัญญาเรื่องความเหมาะสมเกี่ยวกับสินค้าโดยทั่วไปและเรื่องความเหมาะแก่การใช้ประโยชน์เฉพาะอย่าง สิทธิ และเหตุที่ไม่ละเมิด (จะไม่มีการรับประกันใดๆทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขแห่งการซื้อขาย หรือความเหมาะสมสำหรับจุดประสงค์โดยเฉพาะของการใช้สินค้า ชื่อสัญญา และจะไม่เป็นการละเมิดใดๆทั้งสิ้น) ” ในประโยคที่สอง ข้อสัญญาเดียวกันนี้มีความหมายว่า ผู้ซื้อต้องยอมรับทุกอย่าง พูดง่ายๆคือ ถ้าสั่งซื้อโต๊ะ แต่ผู้ซื้อได้รับเตียงเป็นต้น ในความหมายของสัญญานี้คือ เป็นการขายสินค้าโดยไม่มีการรับประกันใดๆทั้งสิ้น คือ รับเงินค่าสินค้าโดยไม่ให้ความรับผิดชอบในสินค้าที่จำเป็นต่อผู้บริโภค ซึ่งข้อสัญญาดังกล่าวนี้ไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
(เงื่อนไขเช่นนี้ไม่สามารถยกเป็นข้อต่อสู้ในศาลได้ซึ่งมันเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค)นอกจากนี้ยังส่งผลถึงการทำลายลดจำนวนผู้บริโภคด้วย (การทำลายความเชื่อใจของผู้ซื้ออีกด้วย)
มีข้อสัญญาและเงื่อนไขหลายอย่างที่ผู้ขายจำต้องจดจำให้ดี เรียกว่า การรับประกันโดยปริยาย หากผู้ขายไม่ได้แสดงไว้ในรูปแบบใดก็ตาม ผู้ขายจำต้องมีภาระที่จะปฏิบัติตามข้อสัญญาเหล่านั้นเสมอเว้นเสียแต่ว่าผู้บริโภคจะได้ยอมรับข้อสัญญายกเว้นนั้นโดยชัดแจ้ง ในกฎหมายการค้าของประเทศอังกฤษ 1979 ได้ระบุไว้เกี่ยวกับการรับประกันโดยปริยายไว้ อย่างเช่น “ สินค้าต้องอยู่ในคุณภาพที่น่าพึงพอใจ, สินค้าต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้บริโภค และสิ่งสำคัญสำหรับการค้าทางอินเตอร์เน็ทคือ หากสินค้าเป็นสินค้าที่ขายตามข้อมูลอ้างอิงที่บรรยาย สินค้าต้องเป็นไปตามที่บรรยายไว้ มันเป็นการจำเป็นที่ผู้ขายจำต้องยอมรับในการรับประกันนี้ ด้วยเหตุแรกที่ว่า ถึงอย่างไรก็ตามผู้ค้าจะต้องถูกบังคับให้กระทำอยู่ดีตามกฎหมาย และที่สำคัญคือ การยอมรับนี้จะได้ก่อให้เกิดความไว้วางใจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการเจรจาทางอินเตอร์เน็ท (การทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต)

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *