AEC : สิงห์จูงมือคาร์ลสเบอร์กบุกเออีซี

AEC : สิงห์จูงมือคาร์ลสเบอร์กบุกเออีซี

สิงห์ จับมือคาร์ลสเบอร์ก ต่อยอดธุรกิจเบียร์อาเซียน พร้อมเดินหน้าขยายตลาดทั่วโลก กระตุ้นตลาดเบียร์ 1.3 แสนล้านบาทคึกคัก

หลังประกาศจับมือระหว่าง คาร์ลสเบอร์ก กรุ๊ป ประเทศเดนมาร์ก กับบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ในการตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ เพื่อทำหน้าที่ด้านการตลาด การจัดจำหน่ายเบียร์คาร์ลสเบอร์ก ในเมืองไทยและในอาเซียน ส่งผลให้สมรภูมิเบียร์ 1.3 แสนล้านบาทในเมืองไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง

แหล่งข่าวในวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การจับมือของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างคาร์ลสเบอร์ก และบุญรอด บริวเวอรี่ (สิงห์) ในครั้งนี้ถือเป็นการประกาศรุกตลาดอย่างจริงจังของทั้ง 2 บริษัท โดยเป็นการผนึกเอาจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัทมาไว้ด้วยกัน โดยสิงห์ เองถือเป็นแบรนด์เบียร์อันดับ 1 ในประเทศ มีความพร้อมทั้งด้านการผลิต กระจายสินค้า รวมถึงเครือข่ายการขนส่ง ขณะที่คาร์ลสเบอร์ก เป็นแบรนด์เบียร์ระดับโลก ที่รู้จักเป็นอย่างดี และมีช่องทางการจำหน่ายอยู่ทั่วโลก ถือเป็นใบเบิกทางให้สิงห์สามารถขยายช่องทางการจำหน่ายได้ครอบคลุมและหลากหลายมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีจำหน่ายเฉพาะในร้านอาหารไทยเท่านั้น

ขณะที่คาร์ลสเบอร์กเอง มองว่าตลาดเบียร์ในเมืองไทย เป็นตลาดที่ใหญ่และมีศักยภาพโอกาสในการขยายตลาดยังมีอยู่ โดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ในปี 2558 ไทยถือเป็นศูนย์กลางของอาเซียน โอกาสในการขยายตลาดในอาเซียนจึงมีสูงมาก การเป็นพันธมิตรครั้งนี้จึงมีโอกาสที่จะต่อยอดไปสู่ตลาดอาเซียนได้อย่างดี

โดยปัจจุบันสิงห์ มุ่งเน้นการทำตลาดในตลาดเบียร์เซ็กเมนต์อีโคโนมี หรือเบียร์ลีโอ และเซ็กเมนต์สแตนดาร์ด คือเบียร์สิงห์เท่านั้น ยังขาดเบียร์ในระดับพรีเมียม การร่วมมือกันครั้งนี้จึงเป็นการเสริมพอร์ตของสิงห์ ซึ่งเป็นผู้นำตลาดมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี สิงห์เองมุ่งมั่นที่จะขยายตลาดในต่างประเทศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเบียร์สิงห์จะมีวางจำหน่ายในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก แต่ยังถูกจำกัดพื้นที่การขายในร้านอาหารไทยเท่านั้น จึงเท่ากับช่องทางการจำหน่ายยังแคบอยู่มาก เพราะสัดส่วนการจำหน่ายเบียร์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป จะพบว่า กว่า 70% เป็นช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านค้าสมัยใหม่

นอกจากนี้สิงห์ ได้วางแผนเพิ่มการส่งออกเบียร์ให้ได้ 30% จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 10% แต่ที่ผ่านมาสิงห์ต้องประสบปัญหาถูกบล็อกตลาดจากเบียร์ท้องถิ่น รวมถึงเบียร์อินเตอร์แบรนด์ ทำให้ไม่สามารถขยายช่องทางการจำหน่ายให้หลากหลายได้ แม้สิงห์เองจะพยายามสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักผ่านการเป็นผู้สนับสนุนทีมสโมสรฟุตบอลชั้นนำอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเชลซี แต่ก็ทำได้เพียงการสร้างการรับรู้ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น และยังไม่สามารถกระตุ้นยอดขายโดยรวมได้มากขึ้น

ทั้งนี้แม้ปัจจุบันสิงห์จะมองตลาดอาเซียนเป็นหลัก แต่ที่ผ่านมาพบว่าสิงห์เองพยายามเดินหน้าขยายตลาดด้วยการปูพรมไปยังประเทศต่างๆ แต่ก็ยังมียอดการขายน้อยมากเมื่อเทียบกับยอดขายในประเทศ ทำให้การลงทุนทำตลาดในต่างประเทศต้องใช้เม็ดเงินสูง การผลักดันให้ยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นจึงเป็นเป้าหมายสำคัญในระยะสั้นที่สิงห์ต้องเร่งทำให้สำเร็จ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 32 ฉบับที่ 2,780 วันที่ 4-6 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *