8 เคล็ดลับ ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง

8 เคล็ดลับ ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
คุณภาพชีวิต เรื่องเด่น
ชี้…..คนอ้วนก็เสี่ยง

ในขณะที่เรามีความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่ดีมากในด้านการป้องกันและรักษาโรคมะเร็งแต่กระนั้นมะเร็งก็ยังคงเป็นสาเหตุของการตายอันดับต้นๆ โดยคิดเป็น 12% ของผู้เสียชีวิตทั่วโลก และยังเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของหลายประเทศในเอเชีย ประมาณกันว่าอัตราการเกิดโรคมะเร็งจะเพิ่มเป็นเท่าตัวในปี พ.ศ.2573 ข้อเท็จจริงที่น่าตื่นเต้นและน่าส่งเสริมคือ การพบว่ามะเร็งหลายชนิดสามารถป้องกันได้โดยการเลือกรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างฉลาดมาใช้นั่นเอง

ชนิดของมะเร็งที่กำลังปรากฏเพิ่มขึ้นมากที่สุดในประเทศแถบเอเชียขณะนี้คือ “มะเร็งประเภทที่สัมพันธ์กับทางเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่มีคุณภาพ” ทั่วทั้งภูมิภาคอย่างจีน, ฟิลิปปินส์, ไทย, สิงคโปร์ ทั้งพื้นที่ในเมืองและชนบท อัตราการเกิดของโรคมะเร็งที่มักพบโดยทั่วไปในประเทศทางตะวันตก เช่น มะเร็งปอด, มะเร็งทรวงอก และมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาของสถานะเศรษฐกิจและสังคม อาหารและการโภชนาการอาจช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคบางชนิด ตัวอย่างเช่น การติดเชื้อและภาวะขาดสารอาหาร (ทุพโภชนาการ) แต่เปรียบเสมือนดาบสองคม เนื่องจากอีกด้านหนึ่งของการพัฒนาเหล่านี้ย่อมมาพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของโรคที่เกิดจากวิถีการดำเนินชีวิตซึ่งรวมถึงโรคมะเร็ง

ในขณะที่เราหันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนทรัพยากรอาหารให้เพิ่มมากขึ้น นี่เอง จึงทำให้มีจำนวนผู้ที่มีแคลอรี่เพิ่มมากขึ้น แต่เคลื่อนไหวร่างกายลดน้อยลงเช่นกัน หากเป็นเช่นนั้น แคลอรี่ที่จำเป็นของคนกลุ่มนี้ย่อมต้องลดน้อยลงด้วย ผลจากการขาดความสมดุลของพลังงาน (มีปริมาณแคลอรี่มากเกินไป และการมีกิจกรรมทางด้านร่างกายที่ไม่เพียงพอ) จึงนำไปสู่การเพิ่มระดับไขมันของร่างกาย

จากผลการตรวจสอบโดยละเอียดเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและมะเร็งเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า ความเชื่อมโยงกันระหว่างการที่อ้วนมากเกินไป และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคมะเร็งของคุณนั้นมีความชัดเจนมาก กองทุนวิจัยมะเร็งโลก (World Cancer Research Fund) และรายงานของสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติสหรัฐ (American Institue for Cancer Research Report) ปี พ.ศ.2550 ได้ระบุไว้ว่า การรักษาระดับน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพให้คงที่ได้ตลอดชีวิต อาจเป็นหนทางหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันเพื่อต่อต้านมะเร็ง

โรคอ้วนนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่า ไปเพิ่มระดับฮอร์โมนและปัจจัยความเจริญเติบโตบางตัวที่อาจช่วยให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโต คนที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วนนั้นยังเพิ่มภาวะการต่อต้านอินซูลินอีกด้วย โดยเฉพาะเมื่อพบว่า ไขมันส่วนมากอยู่รอบๆ เอว ซึ่งหมายถึงระดับอินซูลินที่เพิ่มขึ้น การมีระดับอินซูลินที่สูงๆ นั้น เป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่

เคล็ดลับเพื่อลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งจาก AFIC เพื่อช่วยคุณลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งมีดังนี้

1. ไม่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งหลายชนิด ซึ่งรวมถึงโรคมะเร็งปอด, มะเร็งในช่องปาก, มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่

2. สร้างสมดุลของพลังงานทั้งเข้าและออก การเพิ่มระดับของไขมันในร่างกายเกิดขึ้นเมื่อเรารับประทานอาหารมากกว่าที่เราเผาผลาญ โดยผ่านระดับกิจกรรมทางร่างกายของเราเอง ดังนั้นเฝ้าควบคุมปริมาณ, สร้างสมดุลระหว่างอาหารที่คุณเลือก และเผาผลาญพลังงานให้มากกว่าเดิม โดยเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น

3. กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ พยายามทำกิจกรรมและเคลื่อนไหวร่างกายในระดับที่เหมาะสมให้ได้อย่างน้อยวันละ 30 นาที ให้ได้เกือบทุกวันในแต่ละสัปดาห์

4. ทานผักและผลไม้ ซึ่งอุดมไปด้วยไฟโตเคมิคอล, วิตามิน และเกลือแร่ ซึ่งอาจช่วยป้องกันและต่อต้านมะเร็ง คุณควรตั้งเป้าไว้อย่างน้อย 5 ส่วนต่อวัน พยายามทานให้หลากหลายทั้งชนิดและสีให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

5. รับประทานธัญพืช เลือกขนมปังเส้นใยสูงและซีเรียล เพื่อเพิ่มการทานอาหารประเภทกากใยของคุณ

6. เลือกเนื้อไม่ติดมัน ปริมาณเนื้อแดงไม่ติดมันที่รับประทานใน 1 สัปดาห์ ควรจำกัดอยู่ที่ 3-4 หน่วยบริโภค และเลือกเนื้อไก่ (ไม่ติดหนัง), ปลา, อาหารทะเล, ไข่ไก่, เต้าหู้และพืชตระกูลถั่วซึ่งเป็นอีกแหล่งหนึ่งของโปรตีน เนื้อที่ผ่านการแปรรูป (อย่างเช่น แฮม, ไส้กรอกแฟรงค์เฟิร์ต, ซาลามี่) ควรรับประทานเป็นบางครั้งบางโอกาส

7. จำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ หากคุณดื่ม ตั้งเป้าในแต่ละวันให้ไม่เกิน 2 แก้ว มาตรฐานสำหรับผู้ชาย และ 1 แก้วสำหรับผู้หญิง

8. ระมัดระวังเกลือ ควบคุมปริมาณเกลือและอาหารที่ใช้เกลือเป็นตัวถนอมอาหารที่คุณทาน คุณควรตั้งเป้าบริโภคเกลือที่คุณทานในแต่ละวันไม่ควรมากกว่า 6 กรัม (โซเดียม 2.4 กรัม) อ่านฉลากโภชนาการเพื่อตรวจสอบปริมาณเกลือในอาหารแปรรูป

หากเราสามารถปฏิบัติตัวได้ดังนี้แล้ว เชื่อแน่ว่าคุณก็จะเป็นอีกคนหนึ่งที่มีสุขภาพดี และห่างไกลจากโรคมะเร็งได้ไม่ยาก

ที่มา : หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *