7 โรครุมผู้บริหาร

7 โรครุมผู้บริหาร
• คุณภาพชีวิต
ภัยเงียบที่คนเดินดินก็เป็นได

ไม่เพียงแต่เรา ๆ ท่าน ๆ คนเดินดินธรรมดาเท่านั้นที่ต้องเจอโรคภัยแวะเวียนมาถามหากันอยู่ ผู้บริหารองค์กรรวมถึงผู้บริหารประเทศก็ไม่เว้นเช่นกัน แถมยังรุมเร้ามากกว่าเรา ๆ ท่าน ๆ ด้วยซ้ำ

อย่างรายล่าสุดคุณ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่วูบหมดสติขณะยืนพูดปาฐกถา

ก่อนหน้านี้ในยุครัฐบาลขิงแก่ นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เคยเกิดอาการวูบลกลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี เคยหมดสติบนเวทีงานวันข้าวหอมมะลิ สมชาย สุนทรวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยวูบกลางที่ปรุชุมคณะรัฐมนตรี เช่นเดียวกับ ยิ่งพันธ์ มนะสิการ อดีต ส.ส.และ แคล้ว นรปติ อดีต ส.ว. ก็ล้วนเคยเป็นลมหมดสติกลางที่ประชุมรัฐสภามาแล้ว

เหตุไม่ใช่เรื่องใด นอกจากการใช้ชีวิตประจำวันของเหล่าบรรดาผู้บริหารที่ต้องนั่งประชุมนานหลายชั่วโมง ใช้ความคิดเคร่งเครียดตกเย็นก็ต้องไปงานสังสรรค์ อาหารที่ทานตามงานก็ไม่ได้เหมาะกับโภชนาการ เวลาพักผ่อนก็ไม่เพียงพอ เวลาในการออกกำลังกายเข้าฟิตเนสก็น้อยเต็มที

โดย 7 โรค ยอดฮิต ในกลุ่มผู้บริหารทั้งหลายพึงระวัง

1. โรควูบ ภัยใกล้ตัวจากการทำงาน ซึ่งอาการ วูบมาจาก 2 สาเหตุหลัก คือ อาการวูบเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้สูญเสียการทรงตัวชั่วคราว จึงล้มลง เนื่องจากพักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด หรือนั่นนานเกินไป และอีกสาเหตุคือ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

2. โรคหลอดเลือดสมอง เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของคนไทยไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือลูกจ้างธรรมดา ในสภาพอัมพฤกษ์ อัมพาต รวมทั้งสูญเสียการมองเห็น การพูด

3. โรคหลอดเลือดหัวใจ เกิดจาการตีบและแข็งตัวของหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ในระยะแรกอาจไม่พบอาการผิดปกติ กระทั่งเส้นเลือดตีบมากขึ้นจึงเริ่มปรากฏอาการ เพศชายมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง ประกอบกับหากอ้วนลงพุง เป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคความดันโลหิตสูงก็ยิ่งเป็นแรงกระตุ้น

4. โรคความดันเลือดสูง เป็นต้นตอของโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวาย โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจขาดเลือด และหัวใจล้มเหลว ทุกวันนี้ประชากรวัยผู้ใหญ่กว่าร้อยละ 20 ทั่วโลกกำลังเผชิญกับโรคความดันเลือดสูงนี้

5. โรคเบาหวาน เกิดจากระบบการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ โดยร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้อย่างเต็มที่ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือมีภาวการณ์ดื้อต่ออินซูลิน ผลที่ตามมาคือ ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ มากเกินกว่าที่ท่อไตจะดูดซึมกลับได้ ร่างกายจึงขับน้ำตาลออกไปในปัสสาวะ ถือว่า เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด และเส้นเลือดตีบในสมอง ทั้งยังเป็นสาเหตุหลักที่ต้องสูญเสียอวัยวะ

6. โรคอ้วนลงพุง เป็นกลุ่มความผิดปกติของไขมันในเลือด ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้เป็นโรคอ้วนลงพุงจึงมีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ที่สำคัญคนไทยกว่าร้อยละ 29 กำลังเผชิญโรคอ้วนลงพุง

7. โรคเครียด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องมีความรับผิดชอบรับรู้ปัญหาต่าง ๆ อย่างผู้บริหารหรือคนธรรมดากินข้าวแกงก็เครียดได้เช่นกัน เพราะสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ด้วยแล้ว ทุกคนมีโรคนี้ได้อย่างทัดเทียมกัน

ดังนั้นวิธีการดูแลสุขภาอย่างง่าย 3 ขั้นตอน เพื่อหลีกเลี่ยงโรคที่เกิดจากการทำงานมีดังนี้ 1. จัดระบบงานที่เหมาะสม โดยระยะเวลาการทำงานต้องไม่ควรทำมากกว่า 48 ชม. / สัปดาห์ 2. มีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ 3. ตรวจเฝ้าระวังทางสุขภาพเป็นประจำ

ในส่วนของการคลายเครียด สามารถจัดการได้ 3 วิธีง่าย ๆ ดังนี้ 1. อย่าเข้าหาความเครียด 2. ต้องมีวิธีรับรู้ความเครียด และรับรู้อย่างเป็นระบบ นั่นคือ ปัญหาอยู่ที่ไหนก็แก้ที่นั่น 3. หาวิธีบำบัดความเครียด เช่น ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่เหมาะสม และตรวจสุขภาพเป็นระยะ

เมื่อสุขภาพของผู้บริหารประเทศ ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการพัฒนาประเทศแข็งแรงแล้ว หลังว่าจะพาประเทศชาติไปสู่การพัฒนาที่เจริญยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเพื่อจะได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชนไว้เดินรอยตามด้วย

ที่มา : จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *