3 ส่วนอันตราย… สถิติภัยอาชญากรรมสูงสุด

3 ส่วนอันตราย… สถิติภัยอาชญากรรมสูงสุด
เมื่อเช้านี้พี่เหมี่ยวอ่านหนังสือพิมพ์สังเกตเห็นว่า 2-3 วันที่ผ่านมาพื้นที่ข่าวหน้าหนึ่งเกือบครึ่งหน้ามีแต่ข่าวอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็น มิจฉาชีพ จี้ ปล้น ฆ่าชิงทรัพย์ และอาชญากรรมทางเพศ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นล้วนแต่สร้างความหวาดกลัวและวิตกกังวลให้กับหลายๆ คน
เมื่อเราไม่สามารถรู้ได้ว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไร การหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงที่จะเกิดอาชญากรรมถือเป็นวิธีการป้องกันตัวเองออกจากสภาวะการเสี่ยงน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
… มีข้อมูลจากสถิติที่น่าสนใจจากการรับแจ้งเหตุอาชญากรรมจากหมายเลข 191 พบว่าในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) มีสถิติการแจ้งเหตุจำนวนมาก และเป็นพื้นที่ที่มีสะพานลอย ป้ายรถเมล์และจุดเปลี่ยวมากเช่นกัน
โดยข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2ว่า การปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมได้จัดพื้นที่เสี่ยงภัยไว้ 3 ส่วนคือ 1. บริเวณห้างสรรพสินค้าและสวนจตุจักร เพราะเคยมีคดีเกิดขึ้นเยอะ เช่น ล้วงกระเป๋า ตกทอง ฉกกระเป๋า ซึ่งแนวทางการป้องกันคือประสานงานเจ้าหน้าที่ของห้างและจตุจักรเพื่อติดตั้งกล้องวงจรปิดและส่งสายตรวจเดินเท้าเข้าไปติดป้ายเตือน
2. สถานีขนส่งหมอชิต เกิดเหตุกรรโชกทรัพย์และหลอกลวงทางเพศบ่อย จึงได้ดำเนินการป้องกันโดยการทำประวัติบุคคลเร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อบรมอาสาสมัครและตั้งจุดตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ขนส่งและ 3. ตามจุดต่างๆ เช่น พื้นที่ว่าง เปลี่ยวรกร้าง สะพานลอย ป้ายรถเมล์ ซึ่งมีมากพอสมควรเพราะพื้นที่ในเขตของ บก.น.2 เป็นพื้นที่ที่กว้างมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี จึงทำให้เกิดเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ขึ้นเยอะ โดยเฉพาะ ..
1.บริเวณสวนสมเด็จย่า ถนนพหลโยธิน
2.ถนนลาดพร้าว บริเวณสะพานลอยปากซอย ลาดพร้าว 15 และ
3. เขตดอนเมือง สายไหม คันนายาว ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับจังหวัดนนทบุรีและจังหวัดปทุมธานี ซึ่งส่วนมากคนร้ายจะใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ จึงต้องป้องกันโดยการตั้งด่านตรวจทำประวัติรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยโดยเดือนหนึ่งได้ประมาณ 2,000 คัน
นอกจากนี้ยังได้มีการอบรมผู้ขับขี่ วินจักรยานยนต์รับจ้างให้รู้จักสังเกตและตรวจตราช่วยเหลือลูกค้า โดยการจัดตั้งวินจักรยานยนต์รับจ้างไว้ตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตามตรอกซอกซอยและสะพานลอยเพื่อแจ้งข้อมูลให้ตำรวจทราบ
ทั้งนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังแนะนำเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิงว่า ควรหลีกเลี่ยงสถานที่เปลี่ยวหรือหาเพื่อนเดิน แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรรู้จักสังเกตบริเวณรอบๆ ว่ามีคนเดินตามแบบกระชั้นชิดหรือไม่ เพราะตามสัญชาตญาณคนร้ายจะต้องเข้าประชิดตัวเหยื่อเพื่อประทุษร้ายต่อทรัพย์ ส่วนคนร้ายที่ใช้รถจักรยานยนต์ชิงทรัพย์ต้องอาศัยการจดจำรูปพรรณคนร้ายและรถจักรยานยนต์ให้ได้มากที่สุดเพื่อง่ายต่อการติดตามค่ะ
และนี่ก็คือเรื่องราวเตือนภัยในวันนี้ ถ้าน้องๆ คนไหนมีประสบการณ์เตือนภัยดีๆ ก็สามารถมาเล่าสู่กันฟังได้ที่นี่นะคะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *