24 มีนา “วันวัณโรคโลก”

24 มีนา “วันวัณโรคโลก”
• คุณภาพชีวิต
• เรื่องเด่น
ติดเหล้า-บุหรี่ เสี่ยงเพิ่ม 3 เท่า!!

วันที่ 24 มีนาคมของทุกปีเป็น “วันวัณโรคโลก” ปัจจุบันโรควัณโรคยังคงระบาดทั่วโลก มีผู้ติดเชื้ออยู่ประมาณ 2 พันล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรทั่วโลก (มีการประเมินว่าประชากรโลกในเดือนมีนาคม 2552 คือ 6.76 พันล้านคน) เป็นผู้ป่วยที่แสดงอาการราว 16 – 20 ล้านคน และมีผู้ป่วยเสียชีวิตปีละประมาณ 3 ล้านคน และองค์การอนามัยโลกยังจัดให้ไทยเป็นประเทศในกลุ่มที่ยังไม่สามารถควบคุมวัณโรคได้

วัณโรคเป็นโรคเก่าแก่ที่มีมานานหลายปี เกิดจากเชื้อกลุ่ม ไมโคแบคทีเรีย (Mycobacteria) ซึ่งส่วนใหญ่เป็น Mycobacterium tuberculosis ที่พบบ่อยและรู้จักกันดีที่สุดคือ วัณโรคปอด พบว่า ผู้ที่เป็นวัณโรคร้อยละ 85 จะเป็นวัณโรคปอด ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการไอ มีเสมหะ มีไข้ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร เหนื่อยอ่อน บางคนอาจไอเป็นเลือดหรือเจ็บหน้าอก

แต่ก็พบวัณโรคได้ทุกระบบของร่างกาย เช่น วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งมีอาการปวดศีรษะ ชัก, วัณโรคกระดูก พบได้บ่อยที่สุดที่กระดูกสันหลัง ทำให้ปวดหลัง หลังแข็ง ถ้าเป็นมากอาจเป็นอัมพาตได้

นอกจากนั้น ยังพบวัณโรคของกระดูกหัวเข่าและสะโพกได้บ่อยรองลงมา, วัณโรคระบบน้ำเหลือง ที่พบบ่อยที่สุด คือ วัณโรคของต่อมน้ำเหลืองที่ข้างคอ มักเป็นข้างเดียว ไม่ค่อยเจ็บ อาจเป็นหนองจนแตกออกมาได้

วัณโรคระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ มีอาการตั้งแต่เจ็บบั้นเอว ถ่ายปัสสาวะลำบาก ในเพศชายอาจมีอัณฑะบวม ในหญิงมีอาการคล้ายโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ และทำให้เป็นหมัน

วัณโรคระบบทางเดินอาหาร เป็นได้ตั้งแต่ปากจนถึงทวารหนัก โดยอาจพบแผลเรื้อรังไม่หายที่ปากหรือที่ทวารหนัก ถ้าเป็นที่หลอดอาหารจะกลืนลำบาก เป็นที่กระเพาะจะมีอาการปวดเหมือนเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร เป็นที่ลำไส้เล็กจะมีน้ำหนักลด เป็นที่ลำไส้ใหญ่จะปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเป็นโลหิตสด

นอกจากนั้น ยังพบวัณโรคต่อมหมวกไต, วัณโรคหัวใจ ที่มักเป็นที่เยื่อหุ้มหัวใจ ฯลฯ ผิวหนัง ก็เป็นวัณโรคได้ และถูกมองข้ามได้บ่อย

นพ.ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์อเมริกันบอร์ดสาขาโรคผิวหนัง เปิดเผยถึงโรควัณโรคที่เกิดกับผิวหนังว่า

“วัณโรคผิวหนังนั้นแสดงอาการได้หลายรูปแบบ คือ เป็นตุ่ม มีผิวขรุขระคล้ายหูด หรือมีชื่อเฉพาะว่า ทูเบอร์คูโลสิส เวอร์รูโคซ่าคิวติส (Tuberculosis verrucosa cutis) มักพบตามตำแหน่งของผิวหนังที่บาดเจ็บง่ายจึงติดเชื้อ เช่น หัวเข่า, ข้อศอก, มือ, เท้า และก้น พบในผู้ที่สัก, เจาะ, ใส่ห่วง ที่ใช้เครื่องมือไม่สะอาดได้ อีกชนิด คือ เป็นก้อนนูนโตหรือเป็นแผลลุกลามทำให้เกิดแผลและเสียโฉมเหมือนโดนหมาป่ากัดแทะ เรียกว่า ลูปัส วัลการิส (Lupus vulgaris) โดยคำว่า lupus แปลว่า หมาป่า

หรืออาจเกิดจากการลุกลามแพร่กระจายโดยตรงจากอวัยวะที่อยู่ใกล้เคียงผิวหนัง เช่น ต่อมน้ำเหลือง, กระดูก และข้อ พบเป็นก้อนแข็ง, แตกเป็นแผลและแผลเป็น เรียกว่า สโครฟูโลเดอร์มา (Scrofuloderma)

ชนิดเป็นตุ่มกระจายเหมือนเม็ดข้าวฟ่าง หรือเรียกว่า มิเลียรี (Miliary TB) เกิดจากเชื้อวัณโรคแพร่กระจายจากปอดไปตามกระแสเลือดสู่อวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย รวมถึงผิวหนังด้วย วัณโรคผิวหนังชนิดนี้รุนแรงมาก ทำให้เสียชีวิตได้

และวัณโรคผิวหนังชนิดสุดท้าย คือ ชนิดทูเบอร์คิวลิด (Tuberculid) พบเป็นตุ่มหรือก้อนใต้ผิวหนังที่น่อง อาจแตกออกเป็นแผล หรืออาจมีลักษณะเป็นตุ่ม มีสะเก็ดที่หัวเข่า, ข้อศอก, ก้น และลำตัวช่วงล่าง ตุ่มเหล่านี้หายได้เองแต่จะทิ้งรอยแผลเป็นไว้

อยากจะขอเตือนว่า วัณโรคยังคงระบาดในคนไทยสูงมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัย, ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ, เป็นเอดส์, ติดยา, เบาหวาน, มะเร็ง และโรคไตระยะสุดท้าย พบว่า ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดวัณโรคเพิ่มเป็น 3 เท่า

ส่วนการสูบบุหรี่นั้นเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการรับเชื้อวัณโรค, เพิ่มอัตราเสี่ยงของผู้ที่รับเชื้อมาแล้วที่จะป่วยด้วยวัณโรค และเพิ่มอัตราตายในผู้ที่เป็นวัณโรคอยู่แล้ว พบว่า ร้อยละ 60 ของผู้ที่เสียชีวิตจากวัณโรคเกิดจากการสูบบุหรี่ ดังนั้น การสูบบุหรี่ไม่ได้แค่ทำให้เกิดมะเร็งปอดอย่างที่รู้กันดี แต่การสูบบุหรี่ยังทำให้เป็นวัณโรค และยังทำให้วัณโรคอาการทรุดลงจนเสียชีวิตได้

วัณโรคจะยังคงระบาดไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในประเทศไทย หากคุณยังมี “พฤติกรรมทำลายคุณภาพชีวิต” อยู่ร่ำไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

Update 24-03-52

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *