10 ธุรกิจ ‘เดอะ วินเนอร์’

10 ธุรกิจ ‘เดอะ วินเนอร์’

เมื่อเร็วๆ นี้เราเพิ่งนำเสนอรายงานเกี่ยวกับธุรกิจสินค้าประเภท “ดีไอวาย” หรือสินค้า Do-It-Yourself ทำเอง-ประกอบเอง ซึ่งกำลังเป็นธุรกิจทำเงินในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกากำลังถดถอย เนื่องจากผู้บริโภคมีแนวโน้มตัดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยลงเพื่อเก็บเงินสดไว้กับตัวให้มากที่สุด อะไรที่ทำเองได้ก็หันมาทำเองเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

สื่ออเมริกันมีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับธุรกิจดาวรุ่งท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจซบเซาเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจให้เช่าสินค้าทุกประเภท ธุรกิจโรงรับจำนำ แม้กระทั่งธุรกิจหมอดูซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในยามที่บรรดาที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพกำลังมี “ชื่อเสีย” และได้รับความเชื่อถือน้อยลงทุกที นับตั้งแต่ที่คลื่นวิกฤติในภาคสถาบันการเงินถล่มสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา

ล่าสุด นิตยสารยูเอส นิวส์ แอนด์ เวิลด์ รีพอร์ท ได้รวบรวมรายชื่อธุรกิจ 10 ประเภทที่ถือเป็น “ผู้ชนะ” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอย ผู้ชนะเหล่านี้บ้างก็เป็นธุรกิจที่สามารถฝ่าคลื่นลมเศรษฐกิจได้ดี บ้างก็เป็นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากสภาวะวิกฤติ จะมีอะไรบ้างนั้น ลองมาติดตามกันเลยดีกว่า เผื่อว่าจะมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์บ้านเราได้บ้าง

1. ธุรกิจเกี่ยวกับสวนครัว เรื่องนี้มีที่มาจากผลการสำรวจของสมาคมการทำสวนแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งชี้ว่า เจ้าของครัวเรือนในสหรัฐฯ มีแผนปลูกพืชผัก-ผลไม้ เพื่อบริโภคเองมากขึ้นในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นจากสถิติเมื่อปี 2551 ถึง 19% เนื่องจากต้องการประหยัดค่ากับข้าวและอาหารสด นอกจากนี้ บริษัท แอตลี เบอร์พีฯ บริษัทผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์รายใหญ่ที่สุดในโลก ยังคาดหมายว่า ยอดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักของบริษัทในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่กลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบคือ ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ไม้ดอก-ไม้ประดับ เหตุจากพื้นที่ปลูกมีจำกัดและงบใช้จ่ายในครัวเรือนก็มีน้อยลง

2. ธุรกิจหนังแผ่น-โรงภาพยนตร์ บริษัท เน็ตฟลิกซ์ฯ ผู้ให้บริการเช่าแผ่นดีวีดีภาพยนตร์ เผยว่ายอดใช้บริการในไตรมาสสุดท้ายปี 2551 เพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และรายได้ทั้งปีของปีที่แล้วก็เพิ่มขึ้น 19% ขณะที่ยอดจำหน่ายตั๋ว ณ โรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้นเช่นกันในอัตราเกือบๆ 15% สะท้อนว่า ความบันเทิงราคาประหยัดจากโลกภาพยนตร์คือสิ่งที่ผู้คนปรารถนาในยุคที่ต้องรัดเข็มขัด

3. ธุรกิจนิยาย ขายฝันและขำขัน บริษัท ฮาร์เลอควินฯ ผู้พิมพ์หนังสือนิยายแนวโรมานซ์รายใหญ่ที่สุดในโลก เผยว่ายอดจำหน่ายในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้น 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 108 ล้านบาท) ในช่วงไตรมาส4 ปีที่แล้ว และไม่เพียงนิยายรักหวานซึ้งที่มีแนวโน้มรุ่ง เชนร้านหนังสือชื่อดัง “บอร์เดอร์ส” มีรายงานเช่นกันว่า หนังสือแนวหลุดจากความเป็นจริง เช่นนิยายวิทยาศาสตร์และแฟนตาซีก็ขายดีเช่นเดียวกันกับหนังสือแนวตลกฮาขำขัน

4. ธุรกิจถุงยางอนามัย เดือนมกราคมที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายถุงยางอนามัยในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการหันหาความบันเทิงภายในบ้านมากขึ้น และอีกส่วนคือหลายครอบครัวต้องการประวิงเวลาการมีบุตรออกไปก่อนจนกว่าเศรษฐกิจจะเอื้ออำนวย

5. ธุรกิจบริการเขียนจดหมายสมัครงานและประวัติบุคคลเพื่อการสมัครงาน ตลาดสหรัฐฯ กำลังต้องการผู้ให้บริการด้านนี้เป็นอย่างยิ่ง สมาคมผู้เขียนประวัติบุคคลเพื่อการสมัครงาน หรือ National Resume Writers Association เปิดเผยว่า สมาชิกของสมาคม 54% มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจกำลังเสื่อมถอย โรบิน เฟลด์เบิร์ก นายกสมาคม ซึ่งมีบริษัทให้บริการเขียนจดหมายและประวัติเพื่อการสมัครงานเช่นกัน เผยว่า ระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคมที่ผ่านมา ยอดใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 300% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่เจอรี่ บิล ผู้ให้บริการอิสระเผยว่า ยอดลูกค้าของเขาเพิ่มขึ้น 46% และงานก็ยุ่งมากจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเองแล้วในขณะนี้ เมื่อแยกออกเป็นประเภทงานยังพบด้วยว่า จดหมายสมัครงานในด้านธุรกิจร้านอาหาร บริการด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยวมีเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่จดหมายสมัครงานเกี่ยวกับบริการด้านการเงินมีจำนวนลดลง (ข้อมูลจากบริษัท พีเตอร์สัน เรซูเมเอดจ์ฯ)

6. มหาวิทยาลัยของรัฐ แม้เศรษฐกิจถดถอยจะพลอยทำให้งบประมาณของมหาวิทยาลัยรัฐบาลเหือดแห้งลง แต่กลับมียอดผู้ยื่นสมัครเรียนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะค่าเล่าเรียนถูกกว่ามหาวิทยาลัยเอกชน ยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยแห่งรัฐคอนเนกติกัต คาดว่าผู้ยื่นสมัครเรียนปีนี้ทั้งปีจะเพิ่มขึ้น 11% ขณะที่มหาวิทยาลัยโอเรกอนและมหาวิทยาลัยเท็กซัส มียอดผู้สมัครเรียนเพิ่มขึ้นแล้ว 12% และ 6% ตามลำดับ

7. ธุรกิจช็อกโกแลต ชีวิตอาจจะลำบากขึ้นบ้าง ต้องประหยัดมากขึ้นและมีเงินใช้น้อยลง แต่หลายคนก็ต้องการความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความหอมหวานให้ชีวิตได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินมากนัก และนั่นก็หมายถึงความสุขบนปลายลิ้นจากช็อกโกแลตขมๆหวานๆ ยอดขายช็อกโกแลตเฮอร์ชีย์ ผู้ผลิตช็อกโกแลตรายใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ เผยว่า กำไรเพิ่มขึ้น 51.4% ในไตรมาส 4 ปี 2551 จากยอดขายที่เพิ่ม 2.6% บวกกับมาตรการลดต้นทุนและแคมเปญโฆษณา ขณะที่บริษัท แคดเบอรีฯ ทำกำไรเพิ่ม 30%

8. ฟาสต์ฟูดแมคโดนัลด์ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แมคโดนัลด์ เชนร้านอาหารจานด่วนรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เผยยอดขายในร้านสาขาที่เปิดบริการ 1 ปีขึ้นไป ขยับสูงขึ้น 6.8 % ซึ่งเป็นอานิสงส์จากการที่ผู้บริโภคลดการเข้าร้านอาหารที่ต้องจ่ายแพงกว่า หันมาใช้บริการอาหารจานด่วน ราคาประหยัด

9. เว็บไซต์บริการจัดหางาน เว็บไซต์ประเภทนี้มียอดคนเข้าไปค้นข้อมูลเพิ่มถึง 20% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทวิจัย นีลเส็น ออนไลน์ เผยว่า ตัวเลขที่ขยับสูงขึ้นนี้ไม่ได้มาจากผู้ว่างงานที่สนใจเข้ามาดูช่องทางหางานบนเว็บไซต์เท่านั้น แต่จำนวนมากเป็นผู้มีงานอยู่แล้วแต่เข้ามาดูช่องทางไว้ก่อน นอกจากสื่อออนไลน์แล้ว ผู้ต้องการหางานยังใช้สื่อดั้งเดิมอย่างหนังสือหรือนิตยสารแนะนำช่องทางอาชีพ ทำให้ยอดขายขยับสูงขึ้นด้วย

10. ธุรกิจเครื่องชงกาแฟ สำหรับคอกาแฟคั่วบดที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งคงไม่ลดลงแน่หากเดินเข้าร้านสตาร์บัคส์ทุกวัน ทางเลือกที่ถูกกว่าคือ การซื้อหาเครื่องชงกาแฟสักเครื่องมาติดตั้งที่บ้าน เพื่อลงมือชงเอง แนวโน้มดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตกาแฟคั่วบดแบบบรรจุซองให้ลูกค้าไปชงกับเครื่องที่บ้าน พลอยขายดิบขายดีไปด้วย เช่น บริษัท กรีน เมาเท่น คอฟฟี่โรสเตอร์ ยอดขายเพิ่มขึ้น 56% (ณ ไตรมาสสุดท้ายปี 2551) ขณะที่ผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟอย่างบริษัท มิสเตอร์ คอฟฟี่ส์ฯ ทำยอดขายเพิ่มเกือบ 5% ในปีที่ผ่านมา

ที่มา :www.matichon.co.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *