อ้วน หนัก หนา ปรมาโรคาถามถึง


“อ้วน หนัก หนา ปรมาโรคา”ถามถึง
• อาหาร
• เรื่องเด่น
ย้ำอย่ากินตามใจปาก เลี่ยงอาหารขยะ ออกกำลังกายบ่อยๆ
“อ้วน หนัก หนา ปรมาโรคา” เป็นชื่อเรื่องของบทความที่เคยเขียนเมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้ว ปัจจุบันโรคอ้วนก็ยังเป็นปัญหา และเป็นปัญหามากขึ้นถึงขั้นระบาดไปทั่วโลก ทำให้โรคที่ตามมากับความอ้วน เช่น โรคเบาหวาน พลอยเป็นโรคระบาดไปทั่วโลกด้วย องค์การอนามัยโลกกำลังเป็นห่วงในเรื่องนี้มาก
การที่โรคอ้วนระบาดเนื่องจากว่าคนเราทุกวันนี้มีกินกันมาก แต่ไม่ได้กินดีอยู่ดีตามที่ควรจะเป็น แต่เป็นการกินผิดๆ กินอาหารขยะกันมากมาย โดยเฉพาะเด็กๆ ถูกพ่อค้ามอมเมา เยาวชนตกเป็นเหยื่อนักการตลาด มีโฆษณาอาหารขยะในสื่อเป็นประจำ
ที่ประเทศพัฒนา เช่น สหรัฐอเมริกา เขามีกลุ่มคนผู้หวังดีต่อชาติร่วมมือกันต่อต้านอาหารขยะ มีการรณรงค์หลายรูปแบบ รวมทั้งการล็อบบี้ผู้แทนราษฎรให้ออกกฎหมายคุ้มครองเยาวชน ห้ามขายอาหารขยะในโรงเรียน ฯลฯ
ในขณะที่รัฐบาลไทยยังไม่ได้ลงมือทำอะไรกับอาหารขยะ คนไทยที่รักสุขภาพทั้งหลายจึงควรลงมือทำกันเองไปก่อน โดยงดการกินอาหารขยะ พยายามลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักที่ได้ผลที่สุดคือการลดอาหาร เช่น ลดปริมาณที่กินในมื้อเย็นลง ร่วมกับการออกกำลังกาย ไม่ใช่การออกกำลังกายอย่างเดียวแต่ไม่ควบคุมอาหาร การออกกำลังกายจะช่วยพยุงน้ำหนักตัวเอาไว้ไม่ให้ขึ้น การลดอาหารที่ดีอีกวิธีหนึ่ง คือ กินอาหารมังสวิรัติที่ถูกวิธี
อาหารมังสวิรัติมีผลดีหลายอย่าง คือ นอกจากลดน้ำหนักได้แล้วยังสามารถช่วยให้โรคต่างๆ หลายอย่างดีขึ้น เช่น เบาหวาน โรคหัวใจดีขึ้น สมองเสื่อมช้าลง
จากการวิจัย มาธา แคลร์ มอริส ที่มหาวิทยาลัย รัชยูนิเวอร์ซิตี เมดิคัลเซ็นเตอร์ ที่ชิคาโก เมื่อไม่นานมานี้พบว่าการกินอาหารที่มีผักมากมีผลทำให้สุขภาพของสมองดีขึ้น คือ สมองเสื่อมช้าลง เขาทำการศึกษาเป็นเวลา 6 ปี พบว่าคนที่กินอาหารที่มีผักมากวันละ 2 มื้อมีความเสื่อมน้อยกว่าคือดูหนุ่มกว่าวัย 5 ปี จากการวิจัยที่ชิคาโกซึ่งทำการศึกษาในผู้ชายและผู้หญิงจำนวนเกือบ 2,000 คนพบว่าการกินผักมากมีแนวโน้มทำให้สมองเสื่อมช้าลง ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน แต่เป็นงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ไปในแนวทางเดียวกับที่เขาเคยทำการศึกษาในผู้หญิงมาแล้ว
การวิจัยที่ชิคาโกที่ว่านั้นเขาใช้อาหารที่มีผักวันละ 2 จาน (ส่วนเสิร์ฟ) ผักที่สำคัญของเขาคือ ผักโขม และ เคล ซึ่งเขาคิดว่าเป็นผักที่ให้ประโยชน์มากเนื่องจากมีวิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยต้านสารก่อความเสื่อมของเซลล์
โดยทั่วไปผักมีวิตามินอีมากกว่าผลไม้ ซึ่งเขาไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับการลดความเสื่อมในการวิจัยชิ้นนั้น การกินผักของคนไข้ที่เขาทดลองส่วนมากมักจะกินกับน้ำมันชนิดที่ดีซึ่งช่วยการดูดซึมวิตามินอีและสารต้านอนุมูลอิสระให้เป็นไปได้ด้วยดี น้ำมันที่ดีที่ว่านั้นช่วยทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดต่ำ ซึ่งทำให้หลอดเลือดไม่ตีบหรือตันจึงมีผลดีต่อสุขภาพของสมอง งานชิ้นนี้บ่งชี้ถึงผลดีของผักไม่ใช่ผลไม้ ทำให้คิดไปได้ว่าการกินผักมากมีผลดีจริง ไม่ใช่แค่บ่งชี้ว่าคนกินผักมีสุขนิสัยที่ดีเท่านั้น
งานวิจัยนี้มีผู้เข้าร่วม 1,946 คน ซึ่งมีอายุ 65 ปีหรือมากกว่า คนเหล่านี้ได้กินผักใบเขียว (หั่นแล้ว) มื้อละครึ่งถ้วยตวง หรือ 1 ถ้วยตวงถ้ายังไม่หั่น เขาทำการทดสอบการทำงานของสมอง 3 ครั้งในห้วงเวลาการทดลอง 6 ปี โดยทั่วๆ ไปคนเรามีความเสื่อมถอยของการทำงานของสมอง แต่คนที่กินผักมากกว่าวันละ 2 ถ้วยมีความเสื่อมน้อยกว่ากลุ่มที่กินไม่ถึงหรือไม่กินผักถึง 40% ผลการทดสอบทางสมองของกลุ่มกินผักมากที่เขาทำมาได้มีค่าเท่ากับผลการทดสอบสมองของคนที่หนุ่มกว่านั้น 5 ปี การศึกษานี้ยังพบว่าคนที่กินผักมากส่วนมากมีสุขนิสัยที่ดี คือ มีการเคลื่อนไหวร่างกายมากกว่า ซึ่งเรารู้มาแล้วว่าดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด แสดงว่าอะไรที่ดีต่อหัวใจก็ดีต่อสมองด้วย

เรื่องโดย : นพ.นริศ เจนวิริยะ ศัลยแพทย์
ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th


Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *