‘mind map’ ฝ่าวิกฤต ด้วยพลังสมอง

‘mind map’ ฝ่าวิกฤต ด้วยพลังสมอง

ธัญญา ผลอนันต์
ไม่รู้ว่าระหว่างชื่อของ “mind map” แผนที่ความคิด และ “ธัญญา ผลอนันต์” ในสังคมไทยชื่อใดจะเป็นที่รู้จักมากกว่า เพียงแต่ถ้าไม่มี “ธัญญา ผลอนันต์” ผู้ก่อตั้งบูซานเซ็นเตอร์ เครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพสมอง อย่าง “mind map” อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายและกว้างขวางเช่นวันนี้

เพราะเขาถือเป็นคนแรกที่นำเอา “mind map” เครื่องมือในการจัดระบบความคิดซึ่งเป็นผลงานการคิดค้นของ “โทนี่ ปูซาน” ซึ่งค้นพบหลักสำคัญของ การเรียนด้วยสมอง ด้วยการเชื่อมโยงกันของข้อมูลและใช้จินตนาการในการปรับเปลี่ยนเทคนิคการจดบันทึกใหม่ โดยเน้นให้มีสีสัน มีการเชื่อมโยง นำสัญลักษณ์ภาพวาดมาเกี่ยวข้อง ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เทคนิคนี้สามารถช่วยให้สมองมีความจำได้ดียิ่งขึ้น

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ธัญญา ผลอนันต์” อีกครั้งในวันที่หลักสูตร “mind map” ในไทยมีอายุครบ 12 ปี และมีผู้ที่ผ่านการอบรมไปแล้วมากกว่า 2 แสนคน

“ถ้าจะเปรียบเทียบในวงการฝึกอบรมแล้ว หลักสูตรของเราถือเป็นหลักสูตรหนึ่งที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในการแพร่หลายที่ครอบคลุมทุกองคาพยพของสังคม ตั้งแต่เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล โรงงาน ธุรกิจ ราชการ เพราะเครื่องมือนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้ไม่ยาก และหากสามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่ พลังที่เกิดจากสมองจะสะท้อนให้เห็นมหาศาล จากเด็กที่เรียน ไม่เก่งก็สามารถเรียนเก่งขึ้นมาได้ พนักงานที่เคยมีประสิทธิภาพในการทำงานอยู่ใน ลำดับท้ายๆ ก็สามารถก้าวขึ้นมายืนอยู่ แถวหน้า”

ฉะนั้นสำหรับเขาการดึงพลังศักยภาพของสมองออกมาใช้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งกับชีวิตคนที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จและชีวิตขององค์กรในการก้าวผ่านวิกฤต

“ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตขึ้นในวันนี้เป็นเพราะโลกเปลี่ยนไป แต่เรายังคงใช้วิธีคิดแบบเดิมๆ ในอดีตคนเราอาจจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยใช้เครื่องมือเก่าๆ ที่ใช้มาในอดีต และอาจจะประสบความสำเร็จ แต่เรากำลังจะบอกว่า เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป มีเครื่องมือใหม่ๆ มากมายที่จะช่วยทำให้เราสามารถดึงพลังศักยภาพสมองที่มีอยู่ออกมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในการรับมือกับวิกฤต”

การเกิดขึ้นของงานใหญ่ 3 งานในไทยและประเทศในภูมิภาคเกี่ยวกับ การพัฒนาศักยภาพสมอง จึงทำให้ “ธัญญา” เรียกปีนี้ว่า เป็นปีแห่งการพัฒนาสมอง ประลองความคิด พิชิตวิกฤต

งานหนึ่งจัดขึ้นที่ไทย ในงาน “โทนี่ บูซาน แกรนด์ เอเชีย ทัวร์” ของ “โทนี่ บูซาน” ผู้คิดค้น “mind map” ระหว่าง วันที่ 28-30 เมษายน 2552

“การเดินสายแกรนด์ เอเชีย ทัวร์ ครั้งนี้ของ โทนี่ บูซาน ถือเป็นความพิเศษ เพราะปกติเรารู้กันดีว่าเขาถือเป็นนักพูดที่ค่าตัวแพงที่สุดคนหนึ่งของโลก แต่เขาก็พยายามจะลดราคาที่พอจะทำให้คนเอเชียจ่ายได้ และที่เป็นพิเศษกว่านั้นก็คือ เขายินดีที่จะช่วยการศึกษาไทย โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานระหว่างวันที่ 28-29 เมษายน 2552 ซึ่งจะมาบรรยายให้ครู อาจารย์ ผู้ปกครองฟัง โดยจะมาพูดในสิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อนให้มาปรับใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีเวทีบรรยายให้กับซีอีโอจากภาคธุรกิจด้วย”

งานที่ 2 เป็นงาน International Conference o¬n Thinking ครั้งที่ 14 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 22-26 มิถุนายน 2552 ซึ่งเป็นการโคจรมาพบกันเป็นครั้งแรกของ 3 นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ โทนี่ บูซาน, เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ผู้พัฒนาเทคนิคหมวก 6 ใบ และโฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ ผู้ประกาศทฤษฎีพหุปัญญาที่คัดค้านว่า มนุษย์มีความฉลาดเพียง ด้านเดียว และถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่เวทีเวียนกลับมาจัดในเอเชียอีกครั้ง หลังจากที่ปี 2540 เคยจัดเป็นครั้งแรก ของเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์

ในงานประชุมนี้เป็นการนำเสนอเรื่องความก้าวหน้าและนวัตกรรมความคิดในด้านการศึกษา สุขภาพ วิทยาศาสตร์ การเมือง สื่อสารมวลชน โดยเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ แทนที่จะขบปัญหาแบบเดิมๆ และยังหวังว่าจะนำไปสู่ความเข้าใจลึกซึ้งทางความคิด เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางบวก แก่โลก

“ธัญญา” บอกว่า “แม้งานนี้ไม่ได้จัดในไทยแต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่จัดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งไม่ไกลจากเรามากนัก เพราะงานนี้จะถือเป็นครั้งแรกที่นักคิด ทั้ง 3 คนจะได้มาพูดบนเวทีเดียวกัน ซึ่งเราเองอยากเชิญชวนให้คนไทยไปร่วมงาน โดยเราจะจัดไปเป็นกลุ่ม และเมื่อไปฟังกลับมาแล้วก็อาจจะมีเวทีในการแบ่งปันสิ่งที่ได้รับรู้มาสู่คนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมประชุมด้วย”

และงานสุดท้ายคืองาน The Second Thailand Open Memory Championships 2009 & Thailand Festival of the Mind 2009 ซึ่งถือเป็นงานสัมมนาความรู้เกี่ยวกับสมองครั้งใหญ่ในไทยและการ จัดประกวดการแข่งขัน “mind map” ในช่วงปลายปี 2552

“ปีนี้ไม่ใช่มีแต่การจัดประกวดแข่งขันความจำ แต่จะมีการจัดเวทีสัมมนาความรู้เกี่ยวกับสมองด้วย ซึ่งถือเป็นการพัฒนาศักยภาพสมองในไทยอีกทางหนึ่ง”

“ปีนี้ถือเป็นปีพิเศษที่จะทำให้คนไทยมีโอกาสเรียนรู้เรื่องการพัฒนาศักยภาพสมองเพื่อนำไปใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเรียนรู้จากผู้ที่คิดค้นโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้คนที่คิดแบบเดิมสามารถคิดแบบใหม่ และเป็นมุมมองใหม่ในการแก้ไขปัญหา และวันนี้เรื่องการพัฒนาศักยภาพสมองกลายเป็นแนวโน้มของโลก”

และอาจจะเป็นแนวโน้มที่เป็นทางออกจาก วิกฤต !!
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *