‘อนุพงษ์ อัศวโภคิน’ CEO หัวใจ HR

‘อนุพงษ์ อัศวโภคิน’ CEO หัวใจ HR

“อนุพงษ์ อัศวโภคิน” ไม่ค่อยชอบขี้หน้า HR เอามากๆ ถ้าย้อนหลังไปหลายสิบปี ในความรู้สึกของเขาตอนนั้น ไอ้พวก HR ก็ดีแต่เก่งเรื่องไล่คนออก
เขาเชื่อว่า หัวใจในการทำธุรกิจ ขอเพียงให้มีกึ๋นเข้าไว้ อะไรๆ ก็สามารถเติบโตก้าวไปข้างหน้าได้
ยุคนั้นสำหรับ “เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (มหาชน)” หรือ เอพี แล้ว การมียอดขายกว่าพันล้านบาท ไม่ต่างอะไรกับม้าหนุ่มในวัยปราดเปรียว ฝีเท้าดี กำลังกำยำได้ที่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผ่านไป เอพีเริ่มเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ จากยอดขายพันล้านบาท ขยับขึ้นสู่ 1.5 หมื่นล้านบาท
เขาเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง ภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลก ที่กำลังฉุดรั้งความปราดเปรียวขององค์กรให้เชื่องช้าลง จากฝีเท้าที่เคยดีก็เริ่มผ่อนแรง จากร่างกายกำยำ บางส่วนของกล้ามเนื้อ ก็ออกอาการหย่อนคล้อย
“พี่ครับ เพิ่งมาทำงานวันแรกเหมือนกันเหรอ” เด็กหนุ่ม generation Y ใบหน้าใสกิ๊ก ทักทายผู้บริหารวัย baby boomer อย่างเขา เช้าวันหนึ่งในลิฟต์
อาจเป็นเพราะใบหน้าอนุพงษ์ยังอยู่ในวัย generation X ทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นเผลอคิดไปว่า เขาคงเป็นผู้บริหารระดับกลาง ซึ่งเก่าจากที่อื่นแล้วมาใหม่เอาที่นี่
ส่วนเขาล่ะ? คิดอะไรอยู่เหรอ? “เราละเลยภาพรวมองค์กรมากขนาดนี้เลยหรือ จากไม่กี่สิบคนพอมีพนักงานเพิ่มเป็น 500 คน เราไม่สามารถรู้จักพนักงานได้หมด แม้แต่พนักงานเองก็ยังไม่รู้ว่าเราเป็นใคร” เสียงอื้ออึงในฐานะผู้บริหาร ดังก้องอยู่ในหัว
ถึงเวลาแล้วที่เอพีต้องให้ความสำคัญกับการสร้างองค์กร
อนุพงษ์บอกว่า ส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจคือการบริหารคน ที่จะต้องสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จะขาดอันใดอันหนึ่งและละเลยอันใดอันหนึ่งไม่ได้
องค์กรเมืองไทยชอบพูดถึงความเป็นมืออาชีพอยู่ตลอดเวลา แทบจะเรียกได้ว่า เป็นคาถาในการทำธุรกิจ แต่สิ่งที่เขามองลึกลงไปถึงแก่นแท้ความเป็นมืออาชีพ อนุพงษ์ให้น้ำหนักกับคำว่า ภาวะผู้ประกอบการ (entrepreneurship)
“สำหรับผมสำคัญที่สุดคือภาวะความเป็นเจ้าของ ที่ต้องมาพร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจ”
เขามองว่า แต่ละขั้นการเติบโตขององค์กร จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างและกระบวนการทาง HR ที่ต่างกันออกไป แทนที่จะไปวิ่งไล่ตามแลนด์แอนด์เฮ้าส์อย่างในอดีต จนลืมดูตัวเอง ถ้าหาตัวตนไม่เจอ ความเป็นวัฒนธรรมองค์กรเอพีก็จะไม่เกิด
“ตอนตั้งบริษัทเราจ้างคนให้เป็นผู้ตามที่ดี แต่เมื่อถึงวันที่องค์กรจะโตต่อไปได้ เราจำต้องจ้างพนักงานที่มีภาวะผู้ประกอบการที่ดี ช่วยกันคิด ช่วยกันระดมความเห็น”
เป็นจุดที่ทำให้เขามองขาดว่า งาน HR ไม่ใช่งานขยะ และไม่ใช่สิ่งไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายอีกต่อไป
โดยเฉพาะกับ HR ที่ต้องมีระบบคิด เท่าทันกับเกมธุรกิจ
“เหมือนกับเพลงผู้ใหญ่ลี ท่อนที่บอกว่า สุกรนั้นไซร้คือหมาน้อยธรรมดา แปลไม่ออกเพราะไม่รู้ ไม่มีระบบคิดที่เป็นแรงบันดาลใจ การสร้างงานก็ไม่เกิด เพราะไม่เข้าใจประเด็นกลยุทธ์”
กลยุทธ์เป็นผลึกความคิดที่กลั่นออกมาจากเป้าหมายธุรกิจ (business purpose) ไม่ใช่เป้าหมายของ HR หรือไม่ใช่แม้แต่เป้าหมายของ CEO เพียงถ่ายเดียว แต่เป็นแผนปฏิบัติการที่ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน
“การนำกลยุทธ์ไปสู่แผนงานปฏิบัติ มันไม่ได้กองอยู่บนโต๊ะประชุม หรือสำเร็จได้เพียงเพราะ CEO สั่ง แต่หน้าที่ HR จะต้องไปจินตนาการ ไปสร้างแรงบันดาลใจ และทำให้เป็นจริงเป็นจังขึ้นมาในสิ่งที่ผู้นำได้สั่งการลงไป”
การเติบโตของเขาเดินมาถึงจุดที่ว่า เอพีไม่ได้มีเถ้าแก่ที่ชื่ออนุพงษ์อีกต่อไป มีแต่เจ้าของธุรกิจมืออาชีพกับภาระหน้าที่ สร้างพอร์ตผู้นำให้มีมากขึ้น และลดตะกร้าผู้ตามให้งวดน้อยลงไป
สำหรับเขาแล้วจะไม่ยอมเสียเวลาอีกกับบทเสี่ยสั่งลุย แต่รู้จังหวะว่าเมื่อไรจะต้องออกโรงในฐานะผู้นำ รู้จักพักครึ่งเวลา ไม่ห่วงเสนอหน้าในทุกสถานการณ์
“CEO ส่วนมากเก่งในงานที่ทำ แต่ไม่ค่อยเก่งในงาน HR” แม้ตัวเขาเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น อนุพงษ์พูดติดตลกว่า บาปกรรม CEO มีจริง และต้องตามไปแก้ ในยุคสมัยหนึ่งที่ชอบสั่งการผู้คนให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะมองว่ามันดี (เอ็งทำไปเหอะ) แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป ในเรื่องเดียวกันวิธีการอาจเปลี่ยนฟากไปเป็นอีกอย่าง
สองสามปีที่ผ่านมา ภายใต้หลังคาเอพี มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นนับได้เกินนิ้วมือ โดยเฉพาะประเด็นการจัดรูปแบบองค์กร การยกเครื่องวิสัยทัศน์ การฟอร์มทีมให้มุ่งไปตามพันธกิจที่มีจุดมุ่งหมายร่วมกันมากกว่าแต่ก่อน รวมไปถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้คนอยากกลั่นแรงบันดาลใจออกมาเป็นหยดนวัตกรรม ซึ่งอย่าเพิ่งดูแคลนกันไป หลายๆ หยดรวมกันได้เป็นน้ำหนึ่งแก้ว พอดับกระหายได้เวลาองค์กรเหนื่อยยาก
“ผู้นำต้องรู้จักคน และรู้จักที่จะบริหารจัดการ”
ก่อนหน้านี้เขาออกจะหงุดหงิดใจทุกครั้ง เวลาได้ยินศัพท์แสงของชาว HR อย่างเช่นคำว่า job description คำพรรณนาลักษณะงาน แต่อยู่ๆ ไปก็เริ่มเห็นดีเห็นงามว่า เออ! ความหมายมันก็เข้าท่าดีเหมือนกัน
ในฐานะผู้นำ เขาถือว่าเป็นหน้าที่หลักที่ต้องนำองค์กรไปสู่ความรู้ ไปสู่เรื่องราวใหม่ๆ โดยเฉพาะกับวิธีคิดที่ทำให้ทั้งคนและองค์กรไม่ได้ย่ำอยู่กับที่
จากที่เคยไม่ชอบขี้หน้า HR อาจกล่าวได้ว่า วันนี้อนุพงษ์เป็น CEO ที่กำลังเห่องาน HR อย่างออกนอกหน้าเป็นที่สุด…

ที่มา : www.bangkokbiznews.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *