‘ปัจจัยตั้งราคา’ ร้านดอกไม้

‘ปัจจัยตั้งราคา’ ร้านดอกไม้
ด้านการเกษตรและอาชีพ – เดลินิวส์ — SMEs ยุทธวิธีเศรษฐีใหม่
วันนี้ มาปิดท้าย “ธุรกิจร้านดอกไม้” ด้วยประเด็น “ปัจจัยการตั้งราคาค่าบริการ” ซึ่งประเด็นนี้ข้อมูลในหนังสือคู่มืออาชีพ “เปิดร้านดอกไม้ สร้างเงินล้าน รวยได้ทุกเทศกาล” สำนักพิมพ์พีเพิลมีเดีย แนะนำไว้ โดยสรุปคือ…อัตราผลตอบแทนของธุรกิจรับจัดดอกไม้โดยทั่วไปจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ ทำเลที่ตั้ง ปริมาณลูกค้า การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ความสามารถในการบริหาร ซึ่งเหล่านี้มีผลต่อระยะเวลาคืนทุน

อย่างไรก็ดี กับ “หลักการประเมินราคาการจัดดอกไม้” ในจุดนี้คือการคำนวณหาค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการจัด ดอกไม้ 1 ชุด บวกด้วยกำไร เพราะการประกอบอาชีพใดก็ตาม ต้องมีกำไรถึงจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดและก้าวหน้าต่อไปได้ โดยหลักในการพิจารณา หรือปัจจัยในการตั้งราคา ประกอบด้วย

1. ต้นทุน ในที่นี้คือต้นทุนผันแปรและต้นทุนคงที่ เช่น ค่าดอกไม้สด ค่าตู้แช่ดอกไม้ ค่าอุปกรณ์ในการจัดดอกไม้ ค่าเช่าสถานที่ ค่าตกแต่งร้าน เงินเดือนพนักงาน เป็นต้น

2. ทำเลที่ตั้ง ถ้าเป็นทำเลย่านธุรกิจหรือชุมชน ค่าเช่าสถานที่ก็จะแพง แต่ถ้าเป็นทำเลที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ค่าเช่าจะถูกลง แต่ผลตอบแทนที่ได้รับอาจน้อยกว่า เมื่อเทียบกับทำเลย่านธุรกิจหรือแหล่งชุมชน

3. ค่าบริการของร้านรับจัดดอกไม้ในย่านเดียวกัน ส่วนใหญ่จะคิดอัตราค่าบริการระดับมาตรฐานเดียวกันกับร้านรับจัดดอกไม้อื่น ๆ ที่เป็นร้านนิยมของลูกค้า แต่อาจคิดค่าบริการเพิ่มได้ตามผลงานที่จัดออกมา

โครงสร้างราคา การตั้งราคาขายดอกไม้ตามหลักสากล คือต้องคิดราคาขาย 4 เท่าของต้นทุน เพราะต้องมีค่าความเสี่ยงหรือค่าความเสียหายเผื่อไว้ด้วย มีวิธีคิดคือ “นำต้นทุนผันแปร + ต้นทุนคงที่จัดสรร x 4 เท่าของต้นทุน” โดยต้นทุนคงที่ ได้แก่ ค่าดอกไม้สด, ค่าวัสดุจัดดอกไม้, ค่าเช่าสถานที่, เงินเดือนพนักงาน ส่วนต้นทุนคงที่จัดสรร ได้แก่ ค่าแต่งร้าน, ค่าตู้แช่ดอกไม้, ค่าเสื่อมราคา, สิ่งปลูกสร้าง, ค่าอุปกรณ์ เป็นต้น

อัตราราคาค่าบริการของการจัดดอกไม้ โดยทั่วไปจำแนกออกมาได้ ดังนี้… การจัดแบบช่อ อยู่ระหว่าง 300-1,000 บาท, การจัดแบบแจกัน อยู่ระหว่าง 500-1,500 บาท, การจัดแบบกระเช้า อยู่ระหว่าง 500-1,500 บาท, การจัดแบบพวงหรีด อยู่ระหว่าง 800-1,000 บาท, การจัดหน้าศพ อยู่ระหว่าง 6,000-7,000 บาท, การจัดสถานที่งานแต่งงาน อยู่ระหว่าง 10,000-20,000 บาท

ผู้ประกอบการร้านดอกไม้ควรจัดทำบัญชีอย่างง่าย ๆ ด้วยการบันทึกข้อมูลของตัวเลขต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับรายรับ-รายจ่าย และกำไร-ขาดทุนของการจัดดอกไม้ เพื่อที่จะได้รู้ตัวเลข รู้ผลกำไร-ขาดทุน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์และรู้ได้ว่าควรจัดดอกไม้ในรูปทรงแบบใด ใช้ดอกไม้อะไรจึงจะขายดี มีกำไร และในกรณีที่ต้นทุนสูงเกินไป ควรจะลดต้นทุนด้วยวิธีการใดบ้าง

ทั้งนี้ แม้การเป็นเจ้าของร้านรับจัดดอกไม้สักแห่ง จะเป็นความฝันของใครหลาย ๆ คน แต่พอได้ทำไปสักพัก หลาย ๆ รายอาจประสบกับความผิดหวัง เกิดความท้อแท้ โดยปัญหาหลัก ๆ ที่พบเห็นได้บ่อย เริ่มจากผู้ประกอบการไม่รักงานดอกไม้จริง เจ้าของจัดดอกไม้ไม่เป็น เจอลูกจ้างไม่ดี ทุนไม่พอสายป่านไม่ยาว รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ อาทิ หุ้นส่วนขัดแย้งกัน มีความอดทนน้อย ปิดร้านบ่อยเพราะไม่มีคนช่วย ขาดมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ร้านดอกไม้ไม่ประสบความสำเร็จ เปิดแล้วไปไม่รอด ซึ่งตรงกันข้ามกับร้านดอกไม้ที่มีใจรักและมีการวางแผนในการดำเนินการที่ดี ที่มักจะมีโอกาสก้าวหน้าได้อย่างที่ฝัน.

——————————————————————————–
เดลินิวส์ออนไลน์ – SMEs ยุทธวิธีเศรษฐีใหม่
วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน 2552

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *