‘นอนไม่อิ่มเรื้อรัง’ เพิ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย!!

‘นอนไม่อิ่มเรื้อรัง’ เพิ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย!!
• คุณภาพชีวิต
ชี้! การรับรู้เข้าใจลด-ควบคุมสติได้น้อยลง

นักวิจัยระบุคนที่มีปัญหาในการนอนเรื้อรัง มีแนวโน้มคิดหรือพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าคนที่หลับสบายกว่าสองเท่า

ยิ่งมีปัญหาการนอนหลับหลายรูปแบบ เช่น ตื่นเช้าเกินเหตุ หลับยากหรือตื่นกลางดึก ยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการคิด วางแผน หรือพยายามฆ่าตัวตาย

ดร.มาร์ซิน จอจนาร์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนในสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยแทพยศาสตร์ของโปรแลนด์ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัย แจงว่าคนที่มีปัญหาการนอนหลับตั้งแต่สองรูปแบบขึ้นไปมีแนวโน้มพยายามฆ่าตัวตายมากว่าคนที่ไม่มีปัญหานี้ 2.6 เท่า

ดร.วอจนาร์เสริมว่า ข้อมูลนี้มีนัยสำคัญต่อระบบสาธารณสุข เนื่องจากปัญหาการนอนหลับอาจเป็นสัญญาณเตือนให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงในการฆ่าตายตัวของคนไข้ แม้คนไข้ไม่ได้มีอาการทางจิตแต่อย่างใด

ทั้งนี้ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า แต่ละปีมีคนฆ่าตัวตายถึง 877,000 คนทั่วโลก และในทุกกรณีหล่านี้ มีการพยายามปลิดชีวิตตัวเองระหว่าง 10 – 40 ครั้ง

นักวิจัยได้เชื่อมโยงปัญหาคุณภาพการนอนหลับกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการฆ่าตัวตายกับผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตและในวัยรุ่น แต่ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความเชื่อมโยงนั้นเกิดขึ้นกับประชากรทั่วไปหรือไม่

ในการศึกษาที่นำเสนอต่อเวิลด์ไซเคียทริก แอสโซซิเอชัน อินเตอร์เนชันแนล คองเกรสในฟลอเรนซ์ อิตาลีเมื่อวันพุธ (1) วอจนาร์และทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาการนอนหลับกับพฤติกรรมการฆ่าตัวตายของหญิง – ชายอเมริกัน 5,692 คน

สิ่งที่พบคือกลุ่มตัวอย่างราว 1 ใน 3 รายงานว่ามีปัญหาการนอนหลับอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบในรอบปีที่ผ่านมาซึ่งรวบถึงการหลับยาก นอนหลับไม่ต่อเนื่อง หรือตื่นเร็วกว่าที่ตั้งใจอย่างน้อยสองชั่วโมง

หลังจากพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น การใช้สารเสพติด และอาการซึมเศร้า รวมถึงผลจากอายุ เพศ สถานะ การสมรสและการเงิน นักวิจัยพบว่าสิ่งที่เชื่องโยงกับการฆ่าตัวตายมากที่สุดคือการตื่นเวลา

คนที่รายงานว่ามีปัญหานี้มีแนวโน้มคิดหรือวางแผนฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นสองเท่า มีแนวโน้มพยายามฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า

นักวิจัยไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าการนอนหลับไม่เพียงพออาจส่งผลต่อความสามารถด้านความรู้ความเข้าใจอันไปสู่วิจารณญาณที่อ่อนด้อยและความท้อแท้ ควบคุมแรงกระตุ้นได้น้อยลง นอกจากนั้น ยังอาจเกี่ยวข้องกับสารเซโรโทนินในสมอง

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ

Update 02-04-52

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *