ไอที : หนังสือมีชีวิต

ไอที : หนังสือมีชีวิต

handmade chiangmai ดิจิทัลแมกกาซีนด้านผลิตภัณฑ์แฮนดิคราฟท์ ฉบับแรกของไทย ผสมผสานสื่อเก่ากับสื่อใหม่ได้อย่างลงตัว handmade chiangmai ดิจิทัลแมกกาซีนด้านผลิตภัณฑ์แฮนดิคราฟท์ ฉบับแรกของไทย ที่นำความเป็นสื่อเก่ามาผสมผสานกับเทคโนโลยีที่เป็นสื่อใหม่ได้อย่างลงตัว

หนังสือมีชีวิตที่นำเอาผลิตภัณฑ์แฮนดิคราฟท์ของเมืองเชียงใหม่มาบรรจงแต่งร้อยเรื่องราวถ่ายทอดออกมาเป็นชิ้นงาน ที่ที่เรียกกันว่า “INTAERACTIVE BOOK” กลายเป็นอีกนวัตกรรมที่สร้างสีสันให้กับผู้ประกอบการในวงการนี้ มีช่องทางในการยกระดับสินค้าแข่งขันในตลาดโลก และลดต้นทุนในการนำเสนอสินค้าในเวทีการแสดงสินค้าได้ แม้จะนำร่องเพียงแค่ 9 ราย จากที่มีทั้งหมดมากกว่า 250 รายที่เป็นสมาชิกของสมาคมผู้ผลิต และผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ ภายใต้การขับเคลื่อนของโครงการ handmade chiangmai แต่หลังจากนี้เชื่อได้ว่าหนังสือมีชีวิตที่นำความเป็นสื่อเก่ามาผสมผสานกับเทคโนโลยีที่เป็นสื่อใหม่ได้ลงตัวแบบนี้ จะถูกต่อยอด และเผยแพร่ในวงการอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

อาจารย์พรเทพ ฑีฆานนท์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยศิลปะสื่อและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะเป็นนักพัฒนาโปรแกรมผลิต “INTAERACTIVE BOOK” ขึ้นมา บอกว่า ได้นำเอาโปรแกรมที่มีการคิดค้นไว้แล้วมาประยุกต์ใช้ให้เกิดความแปลกใหม่ และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ได้ เพียงแค่มีสมาร์ทโฟน หรือแท็ปเล็ตก็สามารถเข้าถึงหนังสือมีชีวิตได้ ในรูปแบบของสามมิติ และวิดีโอภาพเคลื่อนไหว โดยเกิดจากความร่วมมือของทางวิทยาลัยศิลปสื่อและเทคโนโลยี ร่วมกับทางสมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ และเชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ ต้องการผลักให้สินค้าของผู้ประกอบการสามารถเผยแพร่ได้อย่างแพร่หลายและมีความเป็นสากล

ที่สำคัญ การลดต้นทุนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการธุรกิจในสมยุคสมสมัยได้ ดูง่ายๆ จากการจะจัดงานแสดงสินค้าในต่างประเทศหากเป็นผู้ประกอบการเซรามิค หรือเฟอร์นิเจอร์จำเป็นต้องขนสินค้าไป โอกาสเกิดการชำรุด และค่าใช้จ่ายที่สูงมีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อมีเทคโนโลยีทีเอื้อต่อการพัฒนาแล้ว ก็จะนำเข้ามาเป็นจุดเสริมได้เป็นอย่างดี แรกๆ ก่อนที่จะทำหนังสือเล่มนี้คือมา ต้องการที่จะทำเว็บไซต์ให้มีความน่าสนใจ ใส่ความเป็นเอกลักษณ์ลงไป ทั้งการใส่ภาพวิดีโอที่มีคุณภาพ รวมทั้งเรายังมองไปถึงการจัดแสดงสินค้าว่าจะทำอย่างไรให้มีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นละลดจำนวนสินค้าที่จะนำไปจัดแสดง จึงได้มีการพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาภายใต้ชื่อว่า “Interactive Brochure Gallery” โดยผู้เข้าชมงานสามารถชมผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของ 3 มิติได้

ต่อมา เมื่อพัฒนาในส่วนของการจัดแสดงสินค้าลงตัวแล้ว จึงได้มาพัฒนาไลฟ์ แมกกาซีน หรือ”INTAERACTIVE BOOK” โดยมีการพัฒนาโปรแกรมต่างๆเพื่อนำมาใช้กับกลุ่มธุรกิจแฮนดิคราฟท์ โดยนำโปรแกรมเข้ามาเสริมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และสามารถใช้งานได้จริงผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน และแท็ปเล็ต ซึ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์ได้มีการคัดเลือกสินค้าที่น่าสนใจมาทั้งหมด 3 กลุ่ม คือ สิ่งทอ งานไม้ไผ่ เซรามิค จำนวน 9ราย จากทั้งหมด 250ราย นับว่าเป็นหนังสือมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับแฮนดิคราฟ์เป็นเล่มแรกของประเทศไทย

“ยอมรับว่าเทคโนโลยีเอื้อต่อการพัฒนา แต่จะทำอย่างไรให้ดูมีคุณค่า และน่าสนใจเป็นเรื่องยากพอสมควร ซึ่งกว่าจะได้งานที่ได้คุณภาพออกจะต้องมีการลองผิดลองถูกอยู่นานหลายเดือน กว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะต้องหากระบวนการขั้นตอนที่ทำให้ได้งานออกมีคุณภาพ เนื่องจากขั้นตอนในการดำเนินการจะต้องใช้ความละเอียดมีการวางแผนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาดูสมจริง และสามารถทำให้ผู้ที่สนใจมองผลิตภัณฑ์ได้แบบเจาะลึก เพื่อให้สมกับการสร้างมูลค่าและรายได้ให้กับผู้ประกอบการการ ” อาจารย์พรเทพ กล่าว

ขณะที่ความพิเศษของหนังสือหากมองด้วยตาตามปกติแล้ว เป็นเพียงแค่หนังสือเล่มหนึ่งเท่านั้น แต่หากพินิจพิจารณาในแต่ละรูปภาพก็จะเล่นลักษณะของแต่ละภาพมีความแตกต่างกัน โดยภาพจะต้องมีการปรับแต่งก่อนการตีพิมพ์ เนื่องจากมีการทดสอบหลายครั้ง เพื่อให้เกิดความเสถียรเมื่อมีการนำมาปรับใช้กับเทคโนโลยี และให้ความสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อเปิดหนังสือจะพบเห็นภาพที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามไม่เกิดความขัดแย้งในด้านของมุมมอง

อาจารย์พรเทพกล่าวอีกว่า การทำหนังสือดังกล่าวแบ่งแยกออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของภาพนิ่งที่สามารถใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็ปเล็ต นำกล้องไปยังสัญลักษณ์ก็จะสามารถมองเห็นภาพผลิตภัณฑ์แบบ 360 องศา รวมทั้งยังสามารถขยับกล้องเข้าใกล้ผลิตภัณฑ์เพื่อชมความละเอียดและลวดลายได้อย่างชัดเจน ส่วนที่ 2 คือ ส่วนของภาพวิดีโอที่มีการใช้ทีมงานที่มีคุณภาพในการตัดต่อ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัด มีมุมกล้องมีหลายหลาย โดยการดูมีลักษณะขั้นตอนเหมือนกันดูผลิตภัณฑ์ในมุมมอง 360 องศา เพียงแค่ว่าภาพวีดิโอจะมีการเคลื่อนไหวและใช้เวลาในการบอกเล่าเรื่องราวไม่นานจนเกินไป สั้นเข้าใจง่าย ทำให้เข้าใจที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ และสามารถหมุน หรือเคลื่อนหนังสือได้ตามต้องการ ซึ่งแตกต่างจากหนังสือทั่วไปนั้นเอง

อย่างไรก็ดี อุปกรณ์ในการเชื่อมต่อที่มีความเร็วจำกัด และมีหน่วยความจำที่น้อยรวมทั้งแอพพิลเคชั่น 1 ตัวถูกจำกัดให้มีขนาดไม่เกิด 50 MB จึงไม่สามารถพัฒนาแอพพิลเคชั่นที่มีความเสถียรได้มากถึงขั้นสูงสุด แต่สามารถพัฒนาให้อยู่ในระดับมาตรฐาน รวมทั้งผู้ประกอบการ 1 ราย สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์บนแอพพลิเคชั่นได้ 1ผลิตภัณฑ์ และหากผู้ประกอบการมีผลิตภัณฑ์หลายประเภทจะต้องมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มากขึ้น รวมทั้งเรื่องของกระบวนการนำผลิตภัณฑ์ตีพิมพ์ เพื่อให้สามารถเห็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสามมิติ ได้ ซึ่งจะต้องมีการคิดค้นอยู่นานจนต้องมีการนำเครื่องสแกนผลิตภัณฑ์แบบพิเศษ ที่จะสามารถมองเห็นลวดลายได้อย่างชัดเจน

แต่ระหว่างที่มีการนำร่องหนังสือเล่มนี้ออกมา ก็ยังมีปัญหาเรื่องของแบคกราวด์เมื่อนำไปตีพิมพ์ในหนังสือแล้วไม่สามารถรองรับแอพพลิเคชั่น จึงต้องมีการทดลองหาวิธีอื่นให้เกิดความเสถียร และสร้างจุดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ โดยสามารถถ่ายทอดให้เหมือนกับหนังสือที่เป็นเสมือนจริงกับต่อไป

อาจารย์พรเทพ กล่าวว่า จะมีการนำระบบซอฟแวร์ดังกล่าวไปพัฒนาปรับปรุงในรูปแบบของสื่อการเรียนการสอน ต่อไปเพื่อพัฒนการเรียนการสอนให้กับเยาวชน ให้มีความสนใจในการเรียนเพิ่มมากขึ้น ควบคู่กับเทคโนโลยีที่จะต้องมีการพัฒนาต่อเนื่องซึ่งแนวโน้มในอนาคตเยาวชนทุกคนอาจจะมีแท็บเลตใช้ หรือสมาร์ทโฟนที่ใช้ ในการศึกษา รวมทั้งพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านอื่นๆทั้งด้านการท่องเที่ยว การทำอาหาร เพื่อให้เกิดความหลายหลากและความน่าสนใจ

อย่างไรก็ตามถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากจะเป็นการช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างมาตรฐานสู่ความเป็นสากลให้กับผลิตภัณฑ์ของประเทศไทยด้วย ซึ่งต่อไปในอนาคตผู้ประกอบการไทยจะสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนการทำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งนับได้ว่าเทคโนโลยีก็เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมได้อย่างน่าสนใจ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *