ไม่ใช่ปริมาณแต่ เป็น ‘ความพร้อม’

ไม่ใช่ปริมาณแต่ เป็น ‘ความพร้อม’

โดย แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ [17-3-2005]

จากประเด็นที่ผมย้ำกับผู้อ่าน “บิสิเนสไทย” อยู่เป็นประจำก็คือความไม่แน่นอนของอนาคตที่ทำให้เราคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าไม่ได้เลย หากต้องการอยู่รอดสิ่งแรกที่องค์กรธุรกิจต้องทำให้ได้ คือการ ปรับตัว อย่างต่อเนื่องและไม่ได้ปรับกันเพียงแค่ครั้งหรือสองครั้งแต่เป็นตลอดชีวิตของการบริหารงาน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กๆ องค์กรขนาดใหญ่ หรือจะบริหารประเทศก็ตาม
อีกประเด็นหนึ่งคือตัว คน ขององค์กรในวันนี้ที่ผมสังเกตเห็นว่าการ รับคน เข้าทำงานเรามักจะดูกันแต่สติปัญญา ความเก่งกาจ หรือรวมๆ คือ IQ เท่านั้น ในขณะที่ตอน เลิกจ้าง เรามักจะตัดสินจากการทำงานร่วมกับผู้อื่น การประสานงาน หรือเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติและพฤติกรรมที่เราเหมารวมๆ กันว่าเป็น EQ
ประเด็นสำหรับ “คิดนอกกรอบ” ในวันนี้ผมจึงขอเน้นในเรื่องของ EQ โดยเฉพาะเรื่องของทัศนคติที่ผมเชื่อว่าการปรับความคิดหรือปรับทัศนคติของคนโดยส่วนใหญ่นั้น ยากมากจนอาจเป็นไปไม่ได้สำหรับบางคน ในขณะที่การพัฒนาความรู้นั้นเราเพียงให้ความรู้ที่ถูกต้อง มีการฝึกอบรม สัมมนา ฯลฯ ก็ช่วยเพิ่มความรู้ได้มากแล้ว
บทหนักของบริษัทในทุกวันนี้นอกจากการพยายามดึงดูดใจพนักงานให้อยู่ร่วมกันไปนานๆ แล้ว ยังต้องแสวงหาคนใหม่ๆ มาป้อนใหักับบริษัทอย่างต่อเนื่อง การเลือกพนักงานจึงจำเป็นต้องดูทั้งสติปัญญาความรู้คู่ไปกับทัศนคติที่เป็นบวก เพราะทุกวันนี้เราคงรู้กันดีแล้วว่าการรับพนักงานที่เก่งมากแต่ทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้ ก็ย่อมต้องลาออกไปในท้ายที่สุดอยู่ดี
การเลือกดูคนที่ทัศนคติอาจต่างจากการดูที่สติปัญญาหรือความรู้ที่สามารถดูได้จากสถาบันการศึกษา ผลการเรียน เพราะทัศนคติคือบุคลิกลักษณะที่อยู่ในตัว เราจะมองเห็นได้ก็ต้องอาศัยการพูดคุย การซักถาม ซึ่งเราจะเห็นได้จากการแสดงความเห็น ความกระตือรือร้น ความมุ่งมั่น ฯลฯ
ปัญหาที่น่าเป็นห่วงก็คือเด็กรุ่นใหม่ที่ออกจากรั้วมหาวิทยาลัยมาสู่โลกธุรกิจในทุกวันนี้มักจะถูกสอนมาเฉพาะด้าน IQ เป็นหลัก โดยมีความพร้อมในด้านวิชาการและความรู้ทางเทคนิค แต่ในแง่มุมหนึ่งในความสำเร็จขององค์กรไม่ได้ต้องการเพียงแค่คนเก่งเท่านั้น แต่ต้องการคนที่มีทัศนคติที่ดีและมีจรรยาบรรณในการทำงาน โดยสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นหรือทำงานเป็นทีมได้
แนวโน้มของปัญหานี้น่าจะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต เพราะนโยบายของรัฐบาลที่พยายามยกระดับทางการศึกษาด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งการศึกษาภาคบังคับ การให้ทุนเรียนฟรี การให้สินเชื่อเรียนฟรีตลอดจนถึงระดับปริญญาตรี
ในอนาคตผมจึงมั่นใจว่าเราจะมี ตัวเลือก คือมีคนให้เลือกมากขึ้นแต่ที่ตรงกับความต้องการของบริษัทจริงๆ อาจมีไม่มากนัก หากเรายังมุ่งเน้นสร้างคนเก่งที่โดดเด่นแต่ด้าน IQ แต่ไม่ได้สอนให้เขาทำงานร่วมกันเป็นทีมงานและมีทัศนคติและจรรยาบรรณในการทำงานที่ดีได้
จริงอยู่ว่าความรู้ทางวิชาการหรือทางเทคนิคในแบบ Vertical Knowledge เป็นสิ่งจำเป็นแต่ความรอบรู้หรือการเปิดกว้างทางความคิดเพื่อรับเรื่องราวใหม่ๆ ตลอดเวลาจะช่วยให้เรามีขีดความสามารถทางการแข่งขันตามภาวะการแข่งขันของโลกได้ทัน เพราะยิ่งมีความรอบรู้มากก็ ยิ่งทำให้เรามีความพร้อมในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจได้เร็วขึ้น
บทบาทของการบริหารคน หรือ Human Resource จึงมีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะบริษัทจะ เติบโตได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเฉพาะจำนวนของพนักงาน แต่เป็นความพร้อมของทุกคนต่างหาก
การสมดุลระหว่าง IQ และ EQ อาจฟังดูยาก แต่ทุกบริษัท ทุกองค์กร ทั้งรัฐและเอกชนคงหนีเรื่องนี้ไปไม่พ้น และแน่นอนว่าผู้ที่มีความพร้อมสูงสุดก็ย่อมได้เปรียบสูงสุดในโลกธุรกิจทุกวันนี้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *