ไบเทค พ่อรวยสอนลูก

ไบเทค พ่อรวยสอนลูก
เทคนิคการผ่องถ่ายงานของ “ดร.ประสาน ภิรัช บุรี” ไม่ต่างอะไรกับกีฬายกน้ำหนัก ให้ค่อยๆ เพิ่มลูกเหล็กเข้าไป เพื่อทั้งคนรับและคน ยังยิ้มได้

“…เห็นหลายตระกูลส่งมอบธุรกิจให้รุ่นลูกแบบปุบปับ ตอนที่ตัวเองแก่ตัวลง โดยเฉพาะกับลูกสาว แล้วมีแรงกดดันสูง เป็นเพราะความเชื่อของคนส่วนใหญ่ว่า ลูกสาวมักจะอ่อนแอกว่าลูกชาย แต่สุดท้ายพอรับไม่ได้ก็ต้องล้มไม่เป็นท่า”

คือมุมมองของ ดร.ประสาน ภิรัช บุรี เจ้าของธุรกิจ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม “ไบเทค”

หลายรายจึงเลือกที่จะถ่ายทอดแนวคิดกันตั้งแต่หัววัน เพื่อไม่ให้ทุกอย่างสายเกินการณ์ แต่สำหรับเขาแล้วการบ่มเพาะทายาทเพื่อรับช่วงต่อในอนาคต เขาเลือกที่จะทำก่อนไก่โห่ เพื่อให้แน่ใจได้ว่า ระหว่างเขากับลูก มีหลายแนวคิดที่เหมือนกันราวกับแกะ

ด้วยความที่เรียนจบสถาปนิก ดร.ประสานจึงเป็นนักคิด นักวางแผน และนักออกแบบตัวยงอีกคนหนึ่ง ที่มองว่าการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ต้องไม่ต้องตอบโจทย์เดียวในแง่ของความมั่งคั่ง แต่ต้องตอบโจทย์ความมั่นคงในฐานะกิจการครอบครัวควบคู่กันไป

ดังนั้นสิ่งที่เขาคิด เขาทำ จึงมีเจ้าตัวเล็ก “ปนิษฐา บุรี” อยู่ในร่มเงาความคิดอ่านเสมอ

“ผมทำอะไรมักจะใกล้ชิดกับครอบครัว ปนิษฐาหรือมุก เขาจะเห็นผมตั้งแต่วันแรกที่คิดจะทำโครงการ ลูกไม่เคยมาจ๊ะเอ๋เพิ่งรู้ว่าพ่อทำอะไร เขาจะรู้มาก่อนแล้ว ทุกอย่างผมจะคุยให้ลูกฟัง ตั้งแต่สมัยที่ก่อสร้างไบเทค รอบข้างยังเป็นท้องไร่ท้องนา”

ดร.ประสานเป็นคนรักครอบครัวมาก จนกลายเป็นปรัชญาชีวิตที่นำไปสู่ปรัชญาการทำธุรกิจ สำหรับเขาแล้วการทำเงินไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะรากฐานความพึงพอใจไม่จำเป็นต้องมาจากเงิน

“กลยุทธ์การทำธุรกิจ จริงๆ แล้วคือการบริหารชีวิต ไม่ใช่ธุรกิจ คุณทำธุรกิจมีเงินทองมากมาย แต่ชีวิตส่วนตัวไม่มี ก็ไม่รู้ว่าทำไปทำไม”

เขาเน้นปรัชญาการทำงานแบบพอเพียง สมเหตุสมผล และสมแก่ฐานะ พร้อมกับมองว่า “ถ้าเราถือปรัชญาอย่างไร เราบริหารชีวิตอย่างไร เราก็บริหารองค์กรอย่างนั้น เพราะองค์กรคือเรา และเราก็คือองค์กร สองอย่างนี้ต้องเหมือนกัน”

วิธีการสอนลูกของเขาเน้นความใกล้ชิดแบบพ่อกับลูก ตั้งอยู่บนความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับผู้ถูกฝึก และวินัยการทำงานแบบเจ้านายกับผู้ใต้บังคับบัญชา

“ไบเทคบริหารโดยคนไทย แต่ไม่ใช่ครอบครัว ลูกบอกอยากตื่นสายขอมาทำงานช้าไม่ได้ เราเน้นการทำงานแบบมาตรฐานสากล ถึงผมเป็นคนง่ายๆ แต่ก็เอาเรื่อง เป็นคนมีเหตุมีผล”

คำแนะนำง่ายๆ สำหรับธุรกิจครอบครัวที่ต้องการให้ทายาทเข้ามารับช่วงต่อ ดร.ประสานบอกว่า วิชาที่ถือเป็นความจำเป็นในการทำธุรกิจ คือต้องไปเรียนเอ็มบีเอ การเงิน บัญชี ทรัพยากรบุคคล ตลอดจนวิชาการบริหารธุรกิจ เพื่อมุ่งเน้นสู่ความสำเร็จ นั่นก็คือ หลักสูตรภาวะผู้ประกอบการ

ถือเป็นหลักสูตรพื้นฐานของเถ้าแก่มืออาชีพ ที่จะบอกได้ว่า ใครคิดได้ คิดไม่ได้ในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

“การทำธุรกิจขึ้นอยู่กับทำเล ทำเล และก็ทำเล แต่เรื่องที่ต้องรู้ต่อไปอีกก็คือ การทำธุรกิจในไทยขึ้นอยู่กับสายสัมพันธ์หรือ คอนเนกชั่น คอนเนกชั่น และคอนเนกชั่น ถ้าเราไม่รู้จักคน ก็ทำธุรกิจให้สำเร็จไม่ได้ เรื่องพวกนี้ผมเข้าใจดี ถึงต้องพาลูกติดสอยห้อยตามไปประชุม ไปเข้าสังคมในทุกที่ตั้งแต่เด็ก”

เขาเป็นคนเลี้ยงลูกแบบขาลุย โดยเฉพาะกับลูกผู้หญิง จนมีคำเปรียบเปรยเล่นๆ ว่า สำหรับบางบ้านลูกสาวอาจจะเหมือนรถเบนซ์ หรือไม่ก็บีเอ็มดับบลิว แต่สำหรับปนิษฐาแล้ว เธอเหมือนกับรถกะบะโฟว์วิลล์ที่พร้อมตะลุยไปได้ทุกที่

“ตอนเขาเกิดผมรักเขามาก สำหรับเขาแล้วอะไรก็ได้ ไปไหนก็ได้ ไม่เคยสร้างปัญหาเลย ไปเข้าป่าก็ไป การสั่งสมแง่มุมความรู้ทั้งที่เป็นชีวิตและธุรกิจ ค่อยๆ สอนกันมาแต่เล็กแต่น้อย หล่อหลอมกันมา”

จนถึงวันนี้เขาประเมินแล้วว่า แนวคิดของบุตรสาวเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลตัวเขา มีเพียงความแตกต่างซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัว ที่จับคู่กันแล้วลงล็อกพอดี อย่างเช่น ปนิษฐาชอบไปงานเลี้ยง ชอบเข้าสังคม ส่วนตัวเขาชอบกินข้าวบ้าน และเบื่อหน่ายการพบเจอผู้คน

“ถ้าเรารักใคร ห่วงใยใคร เราก็อยากให้เขาไปได้ดี แนวความคิดมุกไม่ไกลจากผมมากนัก ขาดแต่ประสบการณ์อย่างเดียว สิ่งน่าเป็นห่วงคือ ความรู้ทางเศรษฐกิจ บางทีเราประเมินไปอย่างหนึ่ง แล้วผลลัพธ์ออกมาเป็นอีกอย่างหนึ่ง ในฐานะพ่อและผู้บริหารเราต้องดูแลและค่อยๆ ชี้นำอย่างใกล้ชิด”

ถึงจะรักและห่วงใยบุตรสาวดั่งไข่ในหิน แต่ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ เขาจะปฏิบัติกับบุตรีคนนี้เหมือนกับเป็นพนักงานคนหนึ่ง มากกว่าเป็นทายาทมรดกพันล้าน

ด้วยเหตุผลที่ชวนรับฟังว่า คนเราทุกคนเมื่อเกิดมามีอาการครบ 32 ประการ มีโอกาสได้เรียนหนังสือมากกว่าคนอื่น มีฐานะที่ดี ถือว่าโชคดีกว่าใครหลายคนที่ยากจน ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ควรทำคือ การพิสูจน์ตัวเองว่ามีความสามารถที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้ และแข่งขันกับตัวเองเพื่อก้าวไปสู่จุดที่ดีกว่า ถึงบั้นปลายชีวิตก็ตอบแทนคืนกลับไปยังสังคม ด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นต่อไปอีก สิ่งเหล่านี้จะสัมฤทธิ์ได้ ต้องมาจากพื้นฐานการมีวินัยในการบริหารเวลาและบริหารชีวิต

ระหว่างนี้เขายังพยายามถ่ายเทงานให้กับปนิษฐาอย่างต่อเนื่อง โดยมอบตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขายให้ดูแล ส่วนตัวเขาเองใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำไร่ ทำสวนผลไม้ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

“ใจผมอยู่ที่ไร่เขาใหญ่ ลงสวนผลไม้หลายอย่าง เช่น แก้วมังกรและมะละกอ ทำทุกอย่างที่สนุก ผมชอบตั้งแต่เด็กๆ กลายเป็นว่าไบเทคเป็นงานอดิเรก ส่วนไร่เขาใหญ่กลายเป็นงานประจำ”

ดร.ประสานเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเจ้าของธุรกิจพันล้านเพียงไม่กี่คน ที่ไม่อยากนั่งทับธุรกิจจนตัวเองหมดสภาพ และเมื่อถึงจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว เขาก็พอใจให้มือเปื้อนดิน มากกว่าเลอะหมึกพิมพ์จากแบงก์…

โดย : วรนุช เจียมรจนานนท์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *