ใครว่าทำงานเมืองนอกสบาย

ใครว่าทำงานเมืองนอกสบาย
Post Today – คนเราทำไมต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดไปทำงานต่างถิ่นต่างแดนด้วยนะ??? คำตอบก็คือในถิ่นของตัวเองอยู่ไม่ได้แล้วน่ะซิ ถ้าในทางโหราศาสตร์แล้ว …
ตามสถิติใครก็ตามที่เกิดในหน้าแล้งหรือฤดูร้อน มักต้องมีอันย้ายที่ทำมาหากินไปให้ไกลบ้านจึงจะเจริญก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่า แต่ถ้ายังอยู่ในถิ่นที่เกิดก็เจริญเหมือนกันแต่ช้ามากหรือไม่เจริญเลย

สมัยก่อนชาวจีนโบราณจะเปรียบช่วงจังหวะวันเวลาที่คนเกิดเข้ากับสัตว์หลายๆ ชนิด มีอยู่ 12 ชนิด (12 นักษัตร) อย่างเช่นสัตว์ที่ต้องหากินกลางคืนก็มี หนูคนเกิดปีชวด เสือคนเกิดปีขาล มะเส็งคนเกิดปีงู และจอคนที่เกิดปีหมาที่มักต้องเฝ้าบ้านในเวลากลางคืน ใครที่เกิดในปีเหล่านี้เวลากลางคืน เขาเชื่อว่ามักต้องลำบากเหนื่อยหนักกว่าคนที่เกิดในเวลากลางวัน เพราะเป็นเวลาที่หากินพอดีไม่ใช่เวลานอน อย่างนี้เป็นต้น

ฤดูกาลก็เช่นกัน หากเป็นฤดูแล้งก็จะลำบากไม่มีน้ำกิน น้ำในหนองคลองบึงมักจะแห้งขอด พืชหญ้าต้นไม้มักแห้งตายอาหารก็มักจะหากินลำบาก ทำให้ต้องย้ายถิ่นฐานไปหากินในถิ่นอื่นที่พอจะมีน้ำและอาหารบ้าง คนก็เช่นกันไม่ต้องไปดูไกลที่ไหน ก็บ้านเราไง คนจากพื้นที่อีสานเมื่อไม่มีที่นา นาแล้งนาล่ม ก็จำเป็นต้องเข้ากรุงเทพฯ หางานทำกัน บางคนมี “กะตังค์” หน่อย หรือยอมกู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งตัวเองไปทำงานนอกประเทศเลยก็มี เพราะคิดว่ารายได้ที่ได้มานั้นสูงกว่าที่จะทำในประเทศ ทั้งๆ ที่ไปก็แสนจะลำบาก อยู่ก็แสนจะลำบากแต่ก็มีคนไปกันเยอะแยะเลย ปูว่าน่าสงสารนะกว่าจะได้ไปก็ต้องเสียเงินไม่รู้เท่าไร

ปูเคยรู้จักคนหนึ่งเกือบ 10 ปีมาแล้ว เจอเขาที่สนามบิน เป็นผู้ชายขาเป๋ข้างหนึ่งเพราะอุบัติเหตุ ทำงานอะไรก็ลำบาก คนไทยด้วยกันรังเกียจไม่ค่อยรับทำงาน เขาเลยกู้หนี้ยืมสินได้ประมาณ 2 แสนบาท เพื่อให้บริษัทจัดหางานส่งไปประเทศเกาหลี ไปเป็นคนขับรถ เขาเคยโทรกลับมาเล่าให้ฟังว่าที่นั่นลำบากมาก หนาวก็หนาว แต่ก็ต้องทนทำเพราะต้องการเงินมาใช้หนี้และต้องส่งกลับบ้านให้ลูกเมียอีก ต้องขับรถอย่างน้อยวันละ 20 ชั่วโมง กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวันละห่อเท่านั้นเพื่อเก็บเงิน ทำได้ 4 เดือนเก็บเงินได้แล้ว 4 แสนบาท ดีใจมาก ปูก็ดีใจกับเขาด้วยนะ แต่ในใจคิดสงสารเขาเป็นที่สุด เพราะในระยะยาวเขาจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงกับไอ้บะหมี่วันละห่อ ปูไม่เข้าใจเล้ยยยย

อีกรายเป็นผู้หญิง เพื่อนชวนไปญี่ปุ่นไปแบบผิดกฎหมาย คือไปเที่ยวแล้วอยู่ยาวเลย ไปเป็นพนักงานนั่งดริงก์ในบาร์ นอนในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ กับเพื่อนๆ คนไทยเป็นสิบในห้องเดียวกันนั่นแหละ และต้องจ่ายค่านายหน้า 2 ล้านบาท เพราะเขาต้องดูแลทุกอย่าง รวมทั้งการเข้าประเทศที่ผิดกฎหมายด้วย ยังไงก็ต้องยอม ฟังแล้ว 2 ล้านบาท พ่อคุณแม่คุณเอ๊ย! มีหวังทำงานหัวโตก็ยังไม่ได้กลับเมืองไทยแน่ ที่แน่ๆ เมื่อไหร่จะหมดหนี้ล่ะเนี่ย

แต่เดชะบุญของน้องเขาปีแรกโชคดีมีคนญี่ปุ่นมาหลงรักเลยขอแต่งงานให้สินสอดมาหนึ่งล้านบาท แต่พอจะแต่งงานจริงๆ กลับมีแต่ปัญหาเพราะพาสปอร์ตขาด มีคดีหนีเข้าเมืองวุ่นวายมาก ญี่ปุ่นคนนั้นเลยถอดใจไม่แต่ง แต่เขาคงรักจริงหรือไม่ก็รวยมากแหละ เขายกสินสอดให้เลยทั้งหนึ่งล้านบาทไม่ต้องคืน น้องคนนี้เลยโชคดีได้เงินใช้หนี้ไปครึ่งหนึ่ง ที่เหลือขยันทำงานใช้หนี้จนเกือบหมด ดาวความรักก็เดินเข้ามาชนอีก ชายหนุ่มญี่ปุ่นเพิ่งเลิกกับภรรยา มาจีบ อยู่ด้วยกันมีลูกด้วยกัน น้องคนนี้เลยสบายเพราะจะได้ใช้วีซ่าตามลูกเนื่องจากเป็นแม่ เลยสามารถอยู่ที่ญี่ปุ่นได้อย่างถูกกฎหมายเพราะต้องเลี้ยงลูก แต่สวรรค์ไม่เข้าข้างทั้งหมดหรอก เพราะจู่ๆ ภรรยาเก่าของหนุ่มญี่ปุ่นก็มาทวงสิทธิคืน ยึดลูกไว้ น้องคนนี้ก็ต้องระเห็จกลับเมืองไทย มานั่งเล่าชีวิตให้ปูฟังอยู่นี่ไงล่ะ

ที่ปูเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้ประจานใคร แต่อยากให้อีกหลายๆ คนเห็นว่าถึงชีวิตนี้จะต้องย้ายถิ่นทำมาหากินไปไกลจากที่เกิด ก็ไม่จำเป็นต้องไปตกระกำลำบากถึงเมืองนอกเมืองนานี่ ใครไปทำงานที่ต่างประเทศส่วนใหญ่มักโดนหลอกให้ทำงานที่ไม่อยากทำและแสนลำบากกันทั้งนั้น ในประเทศไทยน่าจะยังมีพื้นที่ให้ทำมาหากินอีกมากมายนะ ปูว่าดีซะอีก ไม่มีจะกินยังไงก็ขอข้าวเขากินได้ เข้าวัดก็รอดตายแล้ว พูดภาษาไทยด้วยกันรู้เรื่องแล้วคนไทยเห็นหน้าดุๆ เนี่ยแต่ใจนี่แสนดีจะตายไป ใครไปใครมาก็ให้ความช่วยเหลือเขาหมดแหละ จริงมั้ยคะ???

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *