‘โลกของเด็กไอคิวดี อีคิวสูง’

“โลกของเด็กไอคิวดี อีคิวสูง” ซึ่งบรรยายโดย ศาสตราจารย์แพทย์หญิงนงพงา ลิ้มสุวรรณ ณ ห้องประชุมจงจินต์ โรงพยาบาลรามาธิบดีนั้น เป็นความรู้ที่ดีและทันสมัย ทันเหตุการณ์ของประเทศเป็นอย่างยิ่ง จึงควรนำมาเผยแพร่สำหรับประชาชนทั่วไปอีกครั้งหนึ่ง

โลกในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก ในวัยเรียนเด็กจะต้องแข่งกันเข้าโรงเรียนดีๆ เกรดสูงๆ ตามความนิยมในสังคม การแข่งขันในโรงเรียน ค่อนข้างมีกฎเกณฑ์ที่มองเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน คนส่วนใหญ่ยอมรับ แต่เมื่อเด็กออกไปประกอบอาชีพ อยู่ในสังคมที่มีความหลากหลายต่อสู้แข่งขันกันทุกรูปแบบ เฉพาะความเก่งทางปัญญาอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จและมีความสุขเสมอไป โดยเฉพาะถ้าขาดขวัญ กำลังใจ ขาดความเข้าใจตัวเอง และคนอื่นแล้ว โอกาสจะประความสำเร็จเป็นไปได้ยาก

ปัจจุบันการจัดการเรียนการสอนจึงมุ่งที่จะทำอย่างไร ให้เด็กเป็นทั้งคนเก่ง คือเก่งทางปัญญา (I.Q.ดี) และเป็นคนดีหรือมีความฉลาดทางอารมณ์ E.Q. (Emotional Quotient) ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และพัฒนาอารมณ์ ให้เป็นปกติสุขได้ไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม เขาก็ยังสามารถมองโลกในแง่ดี มีความอดทน และแก้สถานการณ์ที่คุกคามอยู่ได้ สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข หรือพูดสั้นๆ ว่าทำอย่างไรเด็กจึงจะเป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข

คนที่มีไอคิวสูงแต่ล้มเหลวในชีวิต เพราะมีวุฒิทางอารมณ์ต่ำหรืออีคิวต่ำทำให้เขา ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดี ไม่มีความอดทนอดกลั้นต่อสถานการณ์ที่กดดันอยู่ รวมทั้งไม่เข้าใจความรู้สึก ความต้องการของคนอื่น มุ่งแต่สนองความต้องการของตนเองเป็นใหญ่ โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งกันจึงเป็นไปได้สูงมาก พูดจากสื่อสารกับคนอื่นไม่ได้ เพราะขาดทักษะ บางครั้งไม่ได้เจตนาจะพูดร้าย พูดไม่ดี แต่การสื่อสารบกพร่องก็ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ เขาจึงไม่ประสบผลสำเร็จในชีวิต บางครั้งขาดความเชื่อมั่นตนเองไปเลย จึงต้องอยู่ในโลกของตนเองไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ถึงแม้จะฉลาดก็ตาม

การเลี้ยงดูในวัยเด็กมีผลกระทบต่อวุฒิภาวะทางอารมณ์มาก มนุษย์ตั้งแต่แรกคลอด กว่าจะเติบโตจนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ใช้เวลานานมาก ในช่วงที่เขายังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ โดยเฉพาะในวัยทารกและวัยเด็กนั้น ชีวิตจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรขึ้นอยู่กับพ่อแม่ผู้ปกครองอยู่มาก จึงพบว่า คนที่ฉลาดไอคิวสูงแต่ล้มเหลวในชีวิต ได้รับความกดดันจากครอบครัวมาแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นกรณีเด็กขาดรัก ขาดความอบอุ่น หรือเป็นกรณีที่เด็กล้นรักมากเกินไปจนไม่รู้จักตนเอง ไม่รู้จักความต้องการของชีวิตด้วยตนเอง ไม่มีความสามารถ ในการควบคุมอารมณ์ตนเอง ขาดวินัย ขาดการบังคับใจตนเอง ขาดความรู้จักรับผิดชอบชั่วดี ต้องมีคนอื่นตัดสินใจให้เสมอ โตขึ้นจึงมีปมด้อย ไม่มีความสามารถอยู่ในสังคม ได้อย่างเหมาะสม ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเอง หรือตอบรับอารมณ์คนอื่น ไม่มีอารมณ์ร่วมกับคนอื่นในครอบครัว ในสถานศึกษา ในสถานที่ทำงานได้อย่างเหมาะสม อันนำไปสู่ความล้มเหลวในชีวิต

เป็นที่ทราบดีว่าเด็กจะเจริญเติบโตทางร่างกายได้สมวัยนั้น เขาจะต้องมีโภชนาการที่ดีเหมาะสมตามวัย ได้ออกกำลังกายตามสมควร เด็กจะมีน้ำหนักตัวและส่วนสูงตามอายุที่ควรจะเป็น นอกจากอาหารที่จะหล่อเลี้ยงเด็กให้เจริญเติบโต ซึ่งเป็นสิ่งที่มองเห็นสังเกตได้แล้ว สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าอาหารเสริมสร้างร่างกายก็คือ อาหารใจ ที่บางครั้งพ่อแม่อาจจะลืมไปว่า ลูกก็ต้องการอาหารใจเช่นเดียวกัน อาหารใจจะช่วยหล่อเลี้ยง ให้ลูกเติบโตเป็นคนที่มีชีวิตชีวาและเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคม อาหารใจที่สำคัญๆ คือ

1. ความรักและความอบอุ่น ความรักเป็นสิ่งที่คน ทุกเพศทุกวัยต้องการ ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก จะทำให้เขารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เด็กที่ขาดรัก จะรู้สึกว่าตนเองเป็นคนไม่มีค่าไม่ดีพอ พ่อแม่จึงไม่รักความรู้สึกจะติดตัวไปเรื่อยๆ จนโต เมื่อมีใครมารักเข้าก็ไม่แน่ใจอีกว่ารักเขาจริงหรือไม่ บางทีเขาก็ไม่รักตนเอง เมื่อผิดหวังเรื่องความรัก ก็มักจะทำร้ายตนเองด้วยวิธีการต่างๆ
นอกจากความรักจะทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าแล้ว ความรักยังทำให้เด็กมีความมั่นใจตนเอง และมีอารมณ์แจ่มใส

2. ความเข้าใจลูกตามวัย คนแต่ละวัยมีความรู้สึก ความคิดและความต้องการไม่เหมือนกัน ปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้น หลายครั้งเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือไม่เข้าใจว่าลูกในวัยนั้นเขาคิดอย่างไร รู้สึกอย่างไรและต้องการอะไร พ่อแม่จึงควรหาความรู้ เกี่ยวกับการเจริญเติบโต และพัฒนาการของลูกด้วย เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง

3. ขอคำชม งดคำตำหนิที่รุนแรง คำชมเป็นอาหารวิเศษสำหรับจิตใจ มนุษย์ทุกคน ต้องการคำชมเชยเพื่อหล่อเลี้ยงใจให้ชุ่มชื่นเกิดพลังสร้างสรรค์
สำหรับเด็ก คำชมจะทำให้เขารู้สึกมั่นใจตนเอง รู้สึกว่าเขาเป็นคนดีและอยากทำความดีต่อไป และรู้สึกว่าเขาเป็นที่ยอมรับ เป็นคนที่มีคุณค่า และเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง การให้คำชมเชยแก่เด็ก ควรจะทำให้สมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่เด็กกระทำไม่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกว่าผู้ใหญ่พูดไม่จริงใจ เด็กก็จะไม่เชื่ออีก

คำตำหนิ ควรทำเฉพาะเท่าที่จำเป็น เมื่อเด็กทำผิดพลาดไม่เหมาะสมควรพูดกับเขาดีๆ มีเหตุผล การตำหนิเด็กอย่างรุนแรงซ้ำๆ บ่อยครั้ง จะเป็นการทำร้ายจิตใจเด็ก ทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่า ตนเองไม่ดีพอ เวลาจะทำอะไรจึงมักจะเครียด เกร็ง กังวลไม่สามารถทำอะไรได้สบายๆ อย่างคนอื่นเขา

ความเป็นอิสระ เด็กต้องการความเป็นอิสระเพิ่มขึ้น ทีละเล็กน้อยตามวัย พ่อแม่ต้องผ่อนให้อย่างเหมาะสม เพราะถ้าน้อยไปเด็กจะพัฒนาไม่สมวัยคือเป็นเด็กกว่าอายุ เลี้ยงไม่โตต้องให้เด็กตัดสินใจเองบ้าง ลองผิดลองถูกเองบ้าง หัดแก้ปัญหาเองบ้าง
แต่ถ้าให้อิสระเด็กมากเกินไปไม่เหมาะสมกับอายุ เด็กอาจจะสับสน ทำอะไรผิดร้ายแรงจนเป็นอันตราย พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องคอยดูแลว่าเด็กไปถูกทางหรือไม่ ถ้าเด็กทำอะไรเกินเลยต้องแก้ไขทันที การให้อิสระ จึงต้องมีขอบเขตด้วย

4. บรรยากาศในครอบครัวที่สงบสุขและยุติธรรม บ้านมีความหมายมากไปกว่าสิ่งที่มองเห็นนอกจากจะเป็นที่กันแดด กันฝนพักผ่อนแล้ว บ้านยังเป็นที่พักพิงทางใจของสมาชิกของทุกคน บรรยากาศของบ้านจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ยิ่งบรรยากาศภายในบ้าน ที่สงบสุขจะช่วยให้ทุกคนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต มีอารมณ์ดี เมื่อเติบโตขึ้นเด็กจะมีทัศนะคติที่ดีต่อการมีครอบครัวของเขาเอง และสามารถสร้างครอบครัวของเขาให้มีความสุขได้
” วุฒิภาวะในสังคมไทย ”

เป็นที่ทราบแล้วว่า เรื่องของเชาวน์ปัญญาหรือไอคิว เป็นเรื่องทางโครงสร้างของร่างกาย สมอง พันธุกรรม แต่วุฒิภาวะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยการเลี้ยงดู ความรักความอบอุ่นในครอบครัว การพร่ำสอนพร่ำอบรม ของบุคคลแวดล้อม ตั้งแต่วัยทารกไปจนกระทั่งเติบใหญ่ วุฒิภาวะที่กล่าวถึงนี้เรียกง่ายๆ เป็นที่เข้าใจกันว่า อีคิว (Emotional Quotient) ซึ่งปัจจุบันเราจะได้ยินคำนี้บ่อยขึ้น จากปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นชุกชุมในสังคม

จากเดิมที่คนทั่วไปเชื่อว่า อาชญากรรมหรือผู้ร้าย มักจะเป็นคนยากจน ขาดการศึกษาอบรม อันธพาล บ้านแตก มาจากเด็กเร่ร่อน จรจัด แต่เมื่อสืบสาวลงแล้วคดีที่ร้ายแรงหลายเรื่อง ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนนั้น ผู้ก่อเหตุภูมิหลังตรงกันข้ามจากที่คิดเอาไว้โดยสิ้นเชิง หลายคนมีการศึกษาดีเยี่ยม จบการศึกษาในมหาวิทยาลัย และคณะที่ดีเด่นอันดับต้นๆ ที่เด็กๆ ใฝ่ฝันอยากจะเข้าเรียน คนเหล่านี้มาจากครอบครัวร่ำรวยไม่ได้ขาดแคลนอะไร เหตุร้ายที่เกิดขึ้นจึงทำให้สังคมตื่นตระหนกมาก และหันกลับมาใคร่ครวญว่าเด็กที่มีสติปัญญาดี ไอคิวสูง เรียนเก่งอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ที่ทำให้คนคนหนึ่ง เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีความสุขในอนาคต

ในต่างประเทศมีการวิจัยหลายเรื่อง เกี่ยวกับวุฒิภาวะทางอารมณ์ในด้านที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเด็ก โรงเรียนควรจะจัดการเรียนการสอนอย่างไร ความยืนยาวของชีวิตสมรส บริษัทต่างๆ มีหลักการอะไร ในการว่าจ้างหรือรับบุคคลเข้าทำงานเป็นต้น การวิจัยหลายเรื่องเปิดเผยว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต หลายคนที่ไม่ใช่คนเรียนหนังสือเก่งที่สุดในชั้น อีคิวเป็นองค์ประกอบหนึ่งในจำนวนหลายๆ อย่าง ที่จะนำพาให้คนประสบความสำเร็จและมีความสุขในชีวิต

ในช่วงที่มีวิกฤติทางสังคมและเศรษฐกิจจะได้ยินคำว่า วุฒิภาวะ หรือความฉลาดทางอารมณ์หรือทักษะทางอารมณ์ (อีคิว) บ่อยครั้งขึ้น ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผู้ร้ายหรือผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นคนมีชื่อเสียง มีการศึกษาดีเยี่ยม และมีฐานะดีจนไม่น่าเชื่อว่าเขาจะทำสิ่งที่เลวร้ายได้ขนาดนั้น แต่ก็ได้ทำไปแล้ว ผลทำให้สังคมตื่นตระหนกมาก เกิดคำถามขึ้นมาว่า เด็กที่มีสติปัญญาเรียนเก่งอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ ที่จะทำให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและมีความสุข

ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำอย่างที่เป็น อยู่ปัจจุบัน ผู้ที่ทำงานในภาคเอกชนคนทำงานธุรกิจได้รับผลกระทบมากที่สุด หลายคนตกงานเสียขวัญกำลังใจกันมาก บางคนถึงกับฆ่าตัวตาย หรือหนีสังคมไปเลย คนเหล่านี้มีจำนวนไม่น้อย ที่มีการศึกษาดีเป็นผู้บริหารระดับสูง เป็นที่รู้จักกันดีในสังคม บางคนเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงระดับนานาชาติยอมรับ เมื่อประสบปัญหาชนิดที่คาดไม่ถึง ยอมรับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงเกิดความทุกข์มาก เสียขวัญเสียกำลังใจ ท้อแท้ หมดหวัง ถ้าเขาขาดขวัญกำลังใจ ขาดสติ ไม่เข้าใจตนเองและคนอื่นแล้ว รวมทั้งมองโลกในแง่ร้าย โอกาสจะกอบกู้ฐานะชื่อเสียง และประสบความสำเร็จคงจะเป็นไปได้ยาก อีคิวจึงมีบทบาทในการดำเนินชีวิต ทั้งด้านการอบรมเลี้ยงดูเด็กของพ่อแม่ผู้ปกครอง ในการจัดการเรียนการสอน และในการทำธุรกิจกันมากขึ้น

อีคิว ความฉลาดทางอารมณ์ หมายถึง ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และพัฒนาอารมณ์ ให้เป็นปกติสุขได้ไม่ว่าเหตุการณ์รอบข้างจะเป็นอย่างไร อีคิวเป็นสิ่งที่เพิ่มพูนได้จากการอบรมเลี้ยงดู การฝึกฝนทุกช่วงชีวิตคนที่มีอีคิวๆ ไม่ดีจะไม่เข้าใจตนเอง ไม่เข้าใจคนอื่น ไม่ยอมรับความจริง เอาแต่ใจตนเอง ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งในตนเองได้ ปกติคนเราจะมีความโกรธ เครียด ผิดหวังได้นั้น แต่คนที่มีพื้นฐานอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว อาการต่างๆ จะมากและนานกว่าคนปกติ ทำให้ไม่สามารถ แก้ปัญหาต่างๆ ได้ จึงพบว่าคนเก่งๆ แต่ประสบความล้มเหลว ในการประกบกิจการงานชีวิตครอบครัวและความสัมพันธ์กับผู้อื่นบ่อยๆ เฉพาะความเก่งหรือไอคิวอย่างเดียงคงไม่ทำให้ประสบความสำเร็จได้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *