โรคบ้างาน…ภัยมืดนักบริหาร

โรคบ้างาน…ภัยมืดนักบริหาร

ดร.นพ. ยุทธนา ภาระนันท์. E-mail : yparanan@hotmail.com
ท่านคิดว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่าง คนขยันทำงาน กับ คนบ้าทำงาน
คมคิด : แผนงานของคนขยันขันแข็งนำสู่ความอุดมแน่นอน แต่ทุกคนที่เร่งร้อนก็มาสู่ความขัดสนเท่านั้น
“สมชาย…หมู่นี้ขยันทำงานมากจริงๆ นะ” วรรณฤดีกล่าวชื่นชม ก่อนเลิกงานกลับบ้าน
“ก็อาศัยค่าโอทีนี่แหละครับ เพื่อจะได้พอกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น” สมชายกล่าว โดยไม่แม้จะเงยหน้ามาสบตา เอาแต่ก้มหน้าทำงาน วันๆ ไม่ค่อยได้พูดจากับใคร
“ขยันทำงานและรับผิดชอบตนเองนะดีมาก” วรรณฤดีให้กำลังใจ “แต่อย่าลืมให้เวลากับครอบครัวด้วยล่ะ ภรรยาและลูกรอทานข้าวอยู่หรือเปล่า” สมชายนิ่ง…เงยหน้ามองเพดาน เหมือนกำลังใช้ความคิดก่อนจะตอบกลับมาว่า “จริงซิ ! ผมไม่ได้ทานข้าวกับครอบครัวมา 3 อาทิตย์แล้ว…ขอบคุณที่เตือนสติผมครับ ผมจะจัดเวลาให้สมดุลยิ่งขึ้นครับ” คืนนั้นสมชายไม่ได้ทำโอทีที่ทำงาน แต่กลับไปฉลองวันเกิดลูกชายที่บ้าน
งานวิจัยเชิงจิตวิทยาของ Spence และ Robbins นำเสนอความแตกต่างระหว่าง คนขยันทำงาน (Work enthusiasts) กับ คนบ้าทำงาน (Workaholic) ใน 3 ด้าน (ดังโมเดลฯ) ว่าแม้ทั้งคู่จะมุ่งงาน (work involvement) เหมือนกันก็จริง แต่คนขยันทำงานจะสนุกกับงานที่ทำ (work enjoyment) ในขณะที่ความรู้สึกเร่งด่วน (driveness) ไม่บีบคั้นหรือส่งผลกระทบต่อเขามากนักเพราะเขาจัดเวลาได้อย่างสมดุล ส่วนคนบ้าทำงานกลับตรงกันข้าม
การบ้าทำงาน (workaholism) ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และความผูกพันต่อกันในครอบครัว ยิ่งกว่านั้นยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล และการย้ำคิดย้ำทำ
โรคบ้างานติดต่อมาถึงท่านหรือเปล่า?
กรุณากาเครื่องหมาย ?หน้าข้อความที่เห็นว่าตรงกับตัวท่าน
? เมื่อฉันทานอาหารคนเดียว ฉันมักจะอ่านหนังสือหรือทำงานไปด้วย
? วันไหนที่ฉันต้องอยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรทำ ฉันจะรู้สึกอึดอัด
? ฉันทำงานแม้ในวันหยุด จนไม่มีเวลาให้กับครอบครัวเท่าที่ควร
ข้อเสนอแนะ : หากท่านกาเครื่องหมาย ?ในข้อหนึ่งข้อใด อาจใช้ “ทักษะสมดุลงาน” ช่วยได้
ทักษะสมดุลงาน (Breaking workaholism)
(ทักษะเสริมอื่นๆ ดูได้ใน http://www.howareyou.co.th)
ทักษะนี้เป็นการจัดเวลาและกิจกรรมอย่างเหมาะสม อันก่อให้เกิดคุณค่าในตนเอง (Self-worth) และสร้างสุขแก่ตนเอง ครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน ประกอบด้วย 3 วิธีดังนี้
1. สมดุลกิจกรรมชีวิต เป็นการเลือกทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่สร้างคุณค่าและมีความหลากหลายแก่ตนเอง ที่นอกเหนือจากงาน ได้แก่ การช่วยเหลือเพื่อนบ้าน การออกกำลังกาย การเดินเล่นชื่นชมธรรมชาติ เป็นต้น อันจะช่วยทำให้รู้สึกภาคภูมิใจและมีความสุข
2. สมดุลครอบครัว เป็นการจัดเวลาทำกิจกรรมร่วมกันกับสมาชิกครอบครัว ได้แก่ การทานอาหารร่วมกัน การพักผ่อนสุดสัปดาห์ร่วมกัน อันจะช่วยลดช่องว่างและเติมความผูกพันแก่กัน ทำให้ครอบครัวมีความสุข
3. สมดุลเพื่อนร่วมงาน เป็นการรู้จักพูดคุยและสังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยกัน ตลอดจนการมอบหมาย กระจายงานให้แก่ทีมงานอย่างเหมาะสม อันจะช่วยลดภาวะงานล้นมือ และสร้างเสริมความกลมเกลียว (Cohesiveness) กันในทีม
“ถ้าเปลี่ยนได้ ท่านอยากใช้เวลากับครอบครัวในเรื่องใดมากขึ้น”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *