โค้ชมือโปร รู้เราไม่เท่ารู้เขา

โค้ชมือโปร รู้เราไม่เท่ารู้เขา
ไม่มีความสำเร็จใดได้มาลำพัง ปราศจากคนค้ำจุน ในทุกความสำเร็จมักมีผู้คนเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะโดยตระหนักรู้หรือไม่ก็ตาม และหนึ่งในบรรดาความสำเร็จที่รับรู้กันดีว่า กว่าที่คนคนหนึ่งจะบินสูงได้ จะต้องมีคนข้างกายที่ถูกเรียกขานว่า “โค้ช” คอยเป็นลมใต้ปีกให้อยู่เสมอ

เป็นลมใต้ปีกในแบบที่ “อริญญา เถลิงศรี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอพีเอ็ม กรุ๊ป จำกัด ที่ปรึกษาองค์กร บอกว่า ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ รู้ว่าปีกต้องการอะไร อยากจะบินไปในทิศทางไหน และเป้าหมายของนกตัวนี้อยากอยู่บนยอดสูงแบบเหยี่ยว หรือแค่เที่ยววิ่งเล่นเป็นนกกระจิบนกกระจาบไปวันๆ

เธอมองว่า หลักการพื้นฐานเหล่านี้ เป็นตัวบอกความแตกต่างระหว่าง โค้ชธรรมดาๆ กับโค้ชมืออาชีพ ขณะที่อย่างแรกยึดประสบการณ์ความภาคภูมิใจในตัวตน โดยมองข้ามผู้ถูกโค้ช อย่างหลังเลือกที่จะนั่งลง แล้วพยายามทำความเข้าใจเป้าหมายชีวิตและการทำงาน ในชั่วชีวิตของคนคนหนึ่ง

สำหรับเธอแล้ว การเป็นโค้ชมืออาชีพก็คือ การปรับ mind set วิธีคิดบางอย่าง เรื่องของวิธีการสื่อสาร รู้เขาให้มาก พอๆ กับที่รู้ว่าตัวเราจะต้องปรับเข้าหาเขาได้อย่างไร

“ต่อให้เก่งแค่ไหน คนที่ต้องการประสบความสำเร็จล้วนแล้วอยากได้โค้ชทั้งสิ้น”

ไม่เว้นแม้แต่ ไทเกอร์ วูด นักกอล์ฟมืออาชีพ ถึงแม้จะมียอดคุณพ่อใจเกินร้อยอยู่ข้างกาย ถึงวันหนึ่งก็ต้องมองหาโค้ชมือโปรอีกคน มาไว้ใกล้ๆ ตัว เพื่อให้ตัวเองแน่ใจได้ว่า การไปยืนอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยกี่องค์ประกอบ และการมีโค้ชมืออาชีพก็เป็นอีกหลักประกันชัยชนะอันมั่นคง

การสอนงานของโค้ชมืออาชีพถือเป็นศิลปะ ที่ต้องลงลึกในรายละเอียด ในแวดวงกีฬาโค้ชประเภทนี้จะไม่รับงานกันง่ายๆ ถ้ายังไม่ได้มาเปิดใจพูดคุยกัน ถึงเป้าหมายในชีวิตของผู้ถูกโค้ช

“ชีวิตต้องการอะไร แล้วจะทำอย่างไรถึงจะได้มา ต้องมีวินัยแบบไหน แล้วระหว่างทางต้องเจอกับความท้าทายอะไรบ้าง”

หลากคำถามของ “อะไร” และ “อย่างไร” ที่ดูง่ายเวลาพูด แต่สาหัสสากรรจ์เวลาปฏิบัติ

บทบาทของโค้ชมืออาชีพคือการฝึกผู้ถูกโค้ช ให้ได้ไปในที่ที่เขาอยากจะไป และการฝึกปรือนั้นก็มีนัยลึกกว่าแค่การสอน (teaching) หรือการฝึกอบรม (training)

จุดเริ่มต้นของการโค้ชแบบมีกึ๋น ที่ถูกเอามาดัดแปลงใช้ในแวดวงการบริหารจัดการ มาจากแนวคิดของโค้ชในแวดวงกีฬา เมื่อ “เคน บลองชาร์ด” ที่ปรึกษาธุรกิจไปเชียร์ขอบสนาม แล้วพบว่า นักกีฬาทุกคนล้วนใฝ่ฝันชัยชนะ ฉะนั้นหน้าที่ของโค้ชไม่ว่าจะอยู่ในสนามใด ก็ต้องทำความมักคุ้นว่า กำลังจะโค้ชใคร เขาและเธอคนนั้นแท้จริงแล้วกำลังต้องการอะไรกันแน่

“ฝึกอบรมคือสร้างให้คนมีความรู้ งานที่ปรึกษาเป็นการวิ่งเข้ามาหาเมื่อลูกค้ามีปัญหาหรือความต้องการ แต่งานของโค้ชมือโปรคือ การเข้าไปทำให้คนสำเร็จ ด้วยการแบ่งปันความใฝ่ฝันอย่างแรงกล้า หรือ share passion อันเดียวกัน”

อริญญามองว่า ในโลกของการบริหารจัดการ ที่ปรึกษาองค์กรมีมากมายไม่หวาดไม่ไหว ขณะที่พี่เลี้ยง (mentor) ก็นับไม่ถ้วน ยิ่งถ้าเป็นครูฝึก (trainer) ก็คับคั่งไม่แพ้กัน แต่อาชีพโค้ชมือโปร (professional coach) มีน้อยเพียงแค่หยิบมือ

ด้วยคุณลักษณะพิเศษที่คนอื่นไม่มี ที่ผ่านมารัฐบาลสิงคโปร์จึงใช้วิธีการสร้างคนเก่งรุ่นใหม่ผ่านมือพระกาฬเหล่านี้ เพื่อให้ได้ผู้นำในอนาคตเก็บออมไว้ เป็นกำลังพัฒนาประเทศต่อไป

โค้ชเป็นงานที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผู้คน สไตล์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เล็กจนโตของผู้ถูกโค้ช คนเป็นโค้ชไปเปลี่ยนใครไม่ได้ แต่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาได้ ด้วยการบอกตัวเองว่า กำลังทำหน้าที่โค้ชมืออาชีพให้กับคนสไตล์ไหน

สิ่งที่ดูจะเหมือนกันระหว่างโค้ชมืออาชีพกับผู้บริหารมือโปรคือ การไม่ยึดติดกับการสื่อสารบนสไตล์ของตัวเอง แต่สามารถแปลงสภาพไปได้กับผู้คนที่ต้องปฏิสัมพันธ์ เป็นการปรับคลื่นการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงผู้คน

“โค้ชต้องปรับการพูดคุยเพื่อให้เข้าถึงให้ได้ ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นคนใจกว้าง เข้าไปแล้วก็ต้องจูนความคิดให้ตรงกัน และมีความเข้าใจ (awareness) ผู้ถูกโค้ชอย่างชัดเจน”

หลายครั้งที่โค้ชล้มเหลวเพราะไปยึดติดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อน ไปอวดประสบการณ์เก่าเก็บที่อาจไม่ทันยุคทันสมัยกับมุมมองปัจจุบัน ซึ่งคนละขั้วความคิด วิธีการมองของผู้ถูกโค้ช

หรือไม่ก็ไปยัดเยียดกระบวนการโค้ชที่ไม่เข้ากับสไตล์คน อย่างเช่นว่า บางคนชอบฝึกคิดวิเคราะห์ แต่โค้ชบังคับให้ไปสร้างสรรค์จินตนาการ แทนที่จะเกิดลมใต้ปีกก็อาจกลายเป็นลมมรสุมพัดกระหน่ำขึ้นมาได้

ในเมื่อทุกคนต่างก็มีสไตล์ มีตัวตนที่เปลี่ยนยาก แทนที่โค้ชนักคิดจะรู้เราเพียงถ่ายเดียว ก็ต้องรู้เขาให้มากขึ้นอีกนิด

… ความ “รู้เรา” จะได้หยิบมาใช้ได้ อย่างไม่ผิดที่ผิดทาง

(เรียบเรียงจากงานสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาผู้บังคับบัญชาระดับสูง หรือหัวหน้างานของข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท จัดโดย สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับบริษัท เอพีเอ็ม เลิร์นนิ่ง จำกัด)

เรื่อง : วรนุช เจียมรจนานนท์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *