‘แฟรนไชส์อาหาร’ ฟังทางนี้!รุก-รับ รู้ทันธุรกิจก่อนคิดลงทุน

‘แฟรนไชส์อาหาร’ ฟังทางนี้!รุก-รับ รู้ทันธุรกิจก่อนคิดลงทุน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 มกราคม 2550 19:11 น.

แฟรนไชส์ธุรกิจอาหารเป็นธุรกิจอันดับ 1 ที่มีจำนวนแฟรนไชซอร์กว่า 200 รายจากจำนวนกว่า 400 รายของธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งหมด รวมถึงจำนวนสาขาที่มีตัวเลขใกล้เคียงหมื่นสาขาทั้งที่เป็นสาขาแฟรนไชซีและร้านที่ขยายสาขาเอง

แม้ว่าในช่วงระยะ 1-2 ปีมานี้ อัตราการเติบโตอาจจะไม่พุ่งปี๊ด เนื่องจากมีธุรกิจใหม่ๆ เข้าสู่ระบบแฟรนไชส์ สร้างความหลากหลายให้ธุรกิจและส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนมากขึ้นก็ตาม

แต่สำหรับผู้คิดตัดสินใจลงทุนที่ต้องการมีธุรกิจแฟรนไชส์ของตนเองแฟรนไชส์อาหาร ยังคงเป็นอันดับต้นๆ ที่เลือกพิจารณา

และด้วยแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์อาหารและยังอยู่ในความต้องการอันดับต้นๆ ของผู้ที่คิดลงทุนเป็นเจ้าของธุรกิจเอง ทำให้แฟรนไชส์อาหารมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งที่เป็นกระแสตลอดช่วงปีที่ผ่านมาและแนวโน้มไปจนถึงปีหน้านี้จะเห็นการปรับตัวของธุรกิจแฟรนไชส์อาหารกันอย่างคึกคักทั้งการสร้างอินโนเวชั่นและช่องทางขายใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญหลายรายได้เตรียมพัฒนาธุรกิจตนเองไปไกลกว่านี้

ฉะนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้และผู้ที่คิดเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์อาหารต้องรู้เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง “สุภัค หมื่นนิกร” ผู้บริหารไส้กรอกอีซี่ร์ และคลุกคลีในวงการอาหารมานานได้ฉายภาพธุรกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและแนวโน้มธุรกิจไว้อย่างน่าสนใจ

ตามรอยรายใหญ่ ออกนอก-เจาะตลาดกลาง ล่าง

สุภัค ได้กล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2550 นี้ว่าอาจทรงตัวหรือลดลงจากปีที่ผ่านมาไม่มากนัก ในแง่ธุรกิจอาหารในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการปรับตัวค่อนข้างมาก ขณะนี้แบ่งธุรกิจอาหารในแต่ละเซกเตอร์ พบว่า 1.เซกเตอร์ในกลุ่มแบรนด์รีดเดอร์ มีการปรับตัวค่อนข้างมาก ขยายสาขาในประเทศเต็มแล้ว ทิศทางการเติบโตคือขยายสาขาในต่างประเทศ

2.เริ่มแตกแบรนด์ใหม่ อย่างสุกี้เอ็มเคมีการขยายสาขาไปต่างประเทศนานแล้ว และแตกแบรนด์ใหม่เป็นอาหารญี่ปุ่น และ ณ สยาม ร้านอาหารไทย กำลังปรับตัวเช่นกัน หรือแบล็คแคนยอนได้ขยายไปต่างประเทศระยะหนึ่งแล้วมีจำนวนหลายสาขา และเริ่มแตกไลน์อาหารญี่ปุ่นและเตรียมมีแบรนด์ใหม่เกิดขึ้นมาอีก ส่วนเอสแอนด์พี ตอนนี้ก็กำลังจะเปิดฟายส์ไดรนิ่ง จะเห็นว่าธุรกิจกลุ่มใหญ่ๆ เริ่มลอยลำ

ต่างกำลังสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในธุรกิจ กระทั่งอินเตอร์แบรนด์อย่างแม็คโดแนล มีตั้งแต่การทำโปรดักส์ บิสิเนส เดิมทำเฉพาะแฮมเบอเกอร์ ตอนนี้ก็เป็นไรซ์เบอเกอร์ ส่วนเคเอฟซี เดิมจับแต่ธุรกิจเกี่ยวข้องกับไก่มาโดยตลอด ก็เพิ่มโปรดักส์ใหม่ในไลน์ของไก่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

สุภัค ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ดังนั้นในปี 2550 นี้ จะเห็นการเคลื่อนไหวทางธุรกิจของรายใหญ่ที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะสาขาในประเทศนั้นจะเริ่มขยายฐานลูกค้าสู่ผู้บริโภคระดับกลางล่างมากขึ้น ทำให้ธุรกิจรายกลาง เล็กต่างเร่งปรับตัวขนานใหญ่ข้าสู่ระบบธุรกิจแฟรนไชส์มากขึ้น

ทั้งนี้การปรับตัวดังกล่าวจะมองว่าเป็นโอกาส แต่อย่างไรประเทศไทยก็มี 63 กระเพาะเท่านั้น ฉะนั้นรายที่เข้มแข็งกำลังขยายธุรกิจ ด้วยการนำแนวคิดง่ายๆ เห็นเป็นโอกาสด้วยการใส่ระบบบริหารจัดการเข้าไปก็มีโอกาสและช่องทางในการแย่งชิงมาร์เก็ตแชร์ได้ไม่ยาก

“เมื่อก่อนธุรกิจอาหารญี่ปุ่นฟูจิอันดับ 1 ตอนนี้มีจำนวนมาก หลายรายต้องปรับตัวไม่ปรับตัวแย่ ส่วนรายเล็กมี 1 สาขาหรือสาขาน้อยๆ ต้องเข้มแข็งพอถึงจะอยู่ได้ ต้องเป็นตำนานด้วย ถ้าหลายๆ สาขาต้องปรับตัวหลายอย่าง อย่างตอนนี้อาหารที่เป็นสมัยโบราณคนนิยมไปทาน ตามไปกินถึงแหล่ง ตรงนี้เป็นเอกลักษณ์ของตำนานคนไปกินตำนานไม่ใช่อาหาร ความอร่อยอาจสู้รายอื่นไม่ได้ กลุ่มนี้ต้องปรับตัวและรายเล็กๆ ต้องอย่าใจร้อน ธุรกิจต้องอย่าเร่งต้องค่อยๆ ไป”

จับตานวัตกรรมอาหาร เล็งสร้างช่องทางขายใหม่

ทั้งนี้อุตสาหกรรมอาหารนั้น สัมพันธ์กับพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ที่เกิด และส่งผลต่อการแข่งขันธุรกิจเพื่อชิงกลุ่มลูกค้าและปรับเพื่อสอดรับพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าดังกล่าว จะเห็นว่ามีการแตกไลน์ธุรกิจ สำหรับฟู้ดจะมีการแข่งขัน 2 เรื่องคือ นวัตกรรมหรืออินโนเวชั่นและช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ

สุภัค ได้ยกตัวอย่าง อินโนเวชั่นในธุรกิจอาหารว่า หลายปีก่อนธุรกิจอาหารญี่ปุ่นดีมาก แต่ขณะนี้ทิศทางอาหารธุรกิจญี่ปุ่น เริ่มเน้นไปที่คอมโบ้เซ็ต ทิศทางสินค้าเหล่านี้คนจะเริ่มเจาะเซ็คเมนต์ในรายละเอียดที่มากขึ้น

ส่วนเทรนด์อาหารจีน ก็เป็นโมเดิร์นไชนีสมากขึ้น ช่วงนี้มีอินโนเวชั่นเรื่องการตกแต่งร้าน เน้นสีสันดีไซน์โปร่งโล่ง หรือสินค้าเป็นนวัตกรรมใหม่ เช่น แต่ก่อนทานโต๊ะจีนต้องทานที 10 คน แต่ปัจจุบัน 2 คนก็มีโต๊ะจีนเล็กๆ ที่มีอาหาร 6 อย่าง 7 อย่าง นี่คือการจัดนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา

และจะเห็นการจับคู่ธุรกิจเกิดขึ้น เช่น ขนมไทยเสิร์ฟคู่กับกาแฟไส้กรอกต้องทานคู่กับซอสมะเขือเทศ ต่อมามีการทานกับซอสผัก หรือซอสมะม่วง และน้ำสลัดผสมวาซาบิ ฉะนั้นทิศทางของอินโนเวชั่นจะเกิดขึ้นมาก

ส่วนช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ นั้น เริ่มจากมีบริการส่งถึงบ้าน ปัจจุบันมีอาหารแช่แข็งจัดส่งถึงบ้านแล้วเช่นกัน หรือธุรกิจจัดเลี้ยงบริการกันตั้งแต่งานหรูหราไปจนถึงงานศพ

“ที่ว่าตั้งแต่การนั่งรับประทานที่ร้าน ซื้อกลับบ้าน และการบริการส่งตรงถึงบ้าน ที่ทำงาน ปัจจุบันจะเห็นว่าฟู้ดเข้ามาสู่ไลฟ์สไตล์ของคนมากขึ้น มางานอีเวนต์ต้องมีฟู้ดเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะฉะนั้นอินโนเวชั่น การพัฒนาโปรดักส์ใหม่ๆ เราจะเห็น จับเป็นเทรนด์กระแสตรงนี้เข้ามาปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณแล้ว และปีหน้าจะขยายอะไรได้มากขึ้น”

สุภัค ยกตัวอย่างธุรกิจที่ย่ำอยู่กับที่และนำเสนอในรูปแบบเดิมๆ เช่น หมูเกาหลี ซึ่งต้องมีการปรับตัวไม่อย่างนั้นธุรกิจไปไม่รอด รวมถึงสเต็กซึ่งปัจจุบันรายใหญ่อย่างซิสเลอร์เจ้าตลาดหันมาเล่นราคาขายยกเซ็ตราคาเพียง 100 กว่าบาทเท่านั้น ถ้าสเต็กของไทยไม่เล่นราคาต่ำกว่า 100 บาทหรือสร้างอินโนเวชั่นก็จะแข่งขันได้ลำบาก

ขยับสร้างคอนเซ็ปต์ใหม่ ชูธีมขายเรื่องราว

สุภัค กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจอาหารหลายรายมีการปรับตัวอย่างจริงจัง แต่เป็นเพียงการนิวโปรดักส์อินโนเวชั่นเท่านั้น และจะเกิดการแข่งขันที่รุนแรงตามมาเพราะทุกรายทำอย่างเดียวกันหมด ซึ่งในระยะอันใกล้นี้รายที่มีความพร้อมควรตั้งรับด้วยการนำเสนออาหารหรือร้านอาหารที่ขายธีมให้มากขึ้น

ปัจจุบันที่ขายเป็นธีม เช่น หน้าหนาวเป็นเทศกาลเบีนร์การ์เด้นท์ซึ่งเป็นช่วงของโซเชี่ยลปาร์ตี้ แต่ในช่วงหน้าร้อนยังไม่มีซึ่งเป็นแฟมมิรี่ปาร์ตี้ สินค้าที่นำเสนอให้เหหมาะสมกับช่วงอีเวนต์ดังกล่าว

คาดว่าภายใน 3 ปีนี้จะเห็นรูปแบบการนำเสนอร้านอาหารที่เป็นธีมมากขึ้น โยจะเสนอตามคาร์เตอร์ของร้านนั้น เช่นที่ผ่านมาไพเน็ตฮอลิวูดส์จะเป็นธีมภาพยนต์

ซึ่งการสร้างธีมขึ้นมานั้นจะสามารถจับกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และสามารถสร้างรอยัลตี้ได้เป็นอย่างดี

สุภัค กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ตามธุรกิจแฟรนไชส์ในปี 2550 นี้จะอัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นการเติบโตที่สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจเสมอที่ส่งผลต่อผู้ที่ทำงานประจำต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเองเพื่อสร้างความมั่นคงกว่าทำงานกินเงินเดือน

ขณะเดียวกันเกิดความต้องการที่ตรงกันระหว่างแฟรนไชซอร์และแฟรนไชซี ที่เจ้าของธุรกิจต้องการผู้ลงทุนมาโฟกัสกับธุรกิจมากขึ้น และผู้ลงทุนเล็งหาธุรกิจที่เป็นอิสระและมีระบบการทำงานที่ไม่ซับซ้อนบริหารธุรกิจได้ง่าย

ส่วนระดับเงินลงทุนนั้นจะเห็นการเคลื่อนไหวของผู้เข้ามาลงทุนตั้งแต่ระดับหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน แต่กลุ่มที่น่าจับตามองที่สุดคือการลงทุนระดับหลักแสนไปจนถึงระดับหลักล้านต้น ที่ผู้ลงทุนต้องการความมั่นคงและความเชื่อถือของธุรกิจ ส่วนหลักหมื่นนั้นส่วนใหญ่ยังหาความเข้มแข็งจริงๆ ค่อนข้างน้อย ซึ่งหลักการเลือกธุรกิจในเบื้องต้นนั้นพิจารณาแฟรนไชซอร์ที่เป็นคนดีมีศีลธรรม และฝีมือดีคือประสบการณ์การทำธุรกิจ ซึ่งเป็น 2 หลักเบื้องต้นแต่ทั้งนี้ต่อมาคือการพิจารณารายละเอียดเงื่อนไขการลงทุนต่างๆ ตามมาด้วย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *