แพทย์ เตือน โรคระบบการหายใจ

แพทย์ เตือน โรคระบบการหายใจ
• คุณภาพชีวิต
ชี้ ก่อปัญหาสุขภาพทั้งเด็ก ผู้ใหญ่

ฤดูฝนย่างกรายเข้ามา ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีฝนโปรยปรายทั่วไปและบางครั้งเป็นพายุฝน ศาสตราจารย์นายแพทย์อรรถ นานา นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลการระวังสุขภาพและการเจ็บป่วย เนื่องจากช่วงมิถุนายนนี้เป็นต้นไปซึ่งฝนตกค่อนข้างหนักมาก อากาศก็เริ่มเย็น และมีละอองความชื้น ถึงแม้เมืองไทยอากาศไม่ได้เย็นลงสักเท่าไหร่ แต่ก็สามารถทำให้ไม่สบาย และไม่เพียงไข้หวัดที่เรารู้จักกันดีเท่านั้น

แต่ยังอาจทำให้เกิดความรุนแรงของโรคระบบหายใจได้หลายโรคที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกับเด็กและผู้ใหญ่ เช่น

โรคเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis): หรือที่เรียกกันว่า “แพ้อากาศ” พบได้บ่อยในผู้ป่วยเด็กและวัยหนุ่มสาว โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้นี้มีอาการเรื้อรัง อาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ไซนัส อักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบได้ ผู้ป่วยโรคนี้มักมีอาการคัดจมูก, น้ำมูกไหล, คันในจมูกลำคอ และมีน้ำมูกไหลลงคอ วิธีการป้องกันมีดังนี้ สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้มีอาการมากขึ้นเช่น ละอองฝนและพายุฟ้าคะนอง ฯลฯ

โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza): ไข้หวัดใหญ่จะพบได้บ่อยมากในคนทุกเพศทุกวัย เป็นมากในช่วงฤดูฝน ผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่มักมีอาการหนาวสั่น, มีไข้สูงมาก, ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ, ปวดศีรษะรุนแรง, ไอ, อ่อนเพลียและรู้สึกไม่สบายตัว ส่วนการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงมักเกิดในเด็กเล็ก คนสูงอายุ คนที่สูบบุหรี่จัด ผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง หรือโรคหัวใจเรื้อรัง ซึ่งสามารถทำให้เสียชีวิตได้ วิธีการป้องกันคือ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย พักผ่อนให้เพียงพอ

โรคหลอดลมอักเสบ (Bronchitis): เกิดจากการอักเสบเยื่อบุของหลอดลม ทำให้เยื่อบุหลอดลมบวมและมีเสมหะภายในหลอดลม สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่หายใจเข้าไป ผู้ป่วยที่เป็นโรคชนิดนี้จะมีอาการไอ, มีเสมหะ, อาจมีหายใจลำบากและมีอาการหอบถ้ามีการอักเสบรุนแรง, เหนื่อย, มีไข้หรือเจ็บหน้าอก โรคหลอดลมอักเสบมักจะหายได้เองภายใน 7 วัน อย่างไรก็ดีพบว่ามีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ จึงจะหายจากโรคหลอดลมอักเสบ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่จัดมาเป็นเวลานาน วิธีการป้องกันคือ ไม่สูบบุหรี่ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 1-2 ลิตร

โรคปอดอักเสบหรือปอดบวม (Pneumonia): ภาษาอังกฤษเรียกว่า “นิวโมเนีย” เกิดจากการอักเสบของปอดซึ่งสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส, รา, พาราสิด หรือมีสาเหตุมาจากสารเคมีเข้าไปทำให้มีการอักเสบของปอด ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง, ไอ, เจ็บหน้าอกและหายใจลำบาก โรคปอดอักเสบเกิดได้กับผู้ป่วยทุกวัย และมีอัตราการตายสูงในผู้ป่วยที่สูงอายุและผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง แม้ว่าโรคนี้จะมีอันตรายร้ายแรง แต่ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็มักจะหายขาดได้ ดังนั้นหากสงสัยว่าป่วยเป็นโรคนี้ควรรีบปรึกษาแพทย์

โรคไข้หวัดนก (Avian influenza): ไข้หวัดนกเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่อาศัยอยู่ในนกและสามารถแพร่กระจายได้โดยทางอุจจาระและสารคัดหลั่งไปสู่สิ่งแวดล้อม คน และสัตว์ปีกอื่นๆ เช่น ไก่, เป็ด, ไก่งวง เป็นต้น อาการของโรคได้แก่ เจ็บคอ, ไอ, มีไข้ และอาจมีอาการระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน หรือมีอาการรุนแรงถึงขั้นปอดบวมได้ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม อาการของโรคไข้หวัดนกขึ้นอยู่กับการติดเชื้อของไวรัสต่างๆ วิธีการป้องกันคือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วย

โรคหืด (Asthma): โรคหืดเป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม เป็นผลให้มีเซลล์ต่างๆ มาสะสมที่เยื่อบุผนังหลอดลม เยื่อบุผนังหลอดลมจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสารภูมิแพ้ ทำให้เยื่อบุผนังหลอดลมมีการหนาตัว กล้ามเนื้อหลอดลมมีการหดเกร็งตัว ผู้ป่วยจะมีอาการไอ, แน่นหน้าอก, หายใจมีเสียงหวีดและหอบเหนื่อย ผู้ที่มีอาการดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงฝุ่นละอองและสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ตลอดจนติดตามรักษากับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

ข้อมูล : ศจ.นายแพทย์อรรถ นานา

Update 24-06-51

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *