แผนธุรกิจเริ่มที่ตัวสินค้า จบที่ผลตอบแทน

แผนธุรกิจเริ่มที่ตัวสินค้า จบที่ผลตอบแทน

จะเขียนแผนธุรกิจ ต้องมีตัวสินค้า หรือการที่อยากจะทำเป็นธุรกิจไปไม่ได้ ที่จะเขียนแผนธุรกิจ แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำธุรกิจอะไรเลย

มีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมการเขียนแผนธุรกิจหลายคนที่มีความสนใจที่จะรู้ว่า แผนธุรกิจเขาเขียนกันอย่างไร แต่เมื่อถูกถามว่า อยากจะทำธุรกิจอะไร ก็ไม่สามารถตอบได้ ความรู้ที่ได้รับไปจากการอบรม ก็เลยนำไปต่อยอดเพิ่มเติมไม่ได้เต็มที่นัก

ดังนั้น ผมจึงขึ้นหัวบทความตอนนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่า การเริ่มต้นการเขียนแผนธุรกิจ จะต้องเริ่มจากการมีภาพของตัวสินค้าหรือบริการที่เราอยาก จะทำเป็นธุรกิจของเรา อย่างชัดเจนอยู่ในใจเสียก่อน

ภาพของตัวสินค้าหรือบริการจะต้องชัดเจนมาก จนสามารถนำมาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรอธิบาย ให้ผู้อื่นได้เข้าใจและเห็นภาพของตัวสินค้า หรือบริการตรงกับภาพที่เจ้าของสินค้ามีอยู่ในใจเช่นกัน

ประสบการณ์ที่ผมเคยพบมา มักจะเป็นเรื่องที่ว่าเจ้าของสินค้ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวสินค้าเป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถอธิบายให้ผู้อื่นได้ทราบอย่างชัดเจน

และถ้าเจ้าของสินค้า ไม่สามารถอธิบายให้ผู้บริโภครับทราบได้ สินค้าก็คงจะไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นแน่แท้

โดยเฉพาะการเรียบเรียงออกมาให้เป็นตัวอักษร เพราะแผนธุรกิจ ต้องใช้การเขียนเป็นหลักครับ

ในการพรรณนาตัวสินค้าให้เป็นรายลักษณ์อักษร ผู้เขียนแผน จำเป็นที่จะต้องอธิบายตัวสินค้าในหัวข้อต่างๆดังนี้

* สินค้ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

* สินค้าใช้งานอย่างไร

* มีกี่แบบ กี่ขนาด กี่สี กี่ลักษณะ

* มีประโยชน์หรือลักษณะเด่นเหนือสินค้าของผู้อื่นอย่างไร

* ให้ประโยชน์อย่างไรต่อผู้ใช้ หรือผู้ที่ตัดสินใจซื้อไปใช้ ฯลฯ

การที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยการบรรยายลักษณะของตัวสินค้าได้ชัดเจน จะทำให้มองเห็นต่อไปได้ว่า สินค้าหรือบริการในลักษณะนั้นๆ จะสามารถทำตลาดได้อย่างไร ควรมีการตั้งราคาขายอย่างไร และจะเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เหมาะสมได้อย่างไร

ซึ่งก็จะกลายมาเป็นรายละเอียดในบทต่อๆไปของแผนธุรกิจนั่นเอง

ดังนั้น แผนธุรกิจที่ดี มักจะต้องเริ่มมาจากการอธิบายตัวสินค้าหรือบริการได้ชัดเจน ไม่มีคำถามค้างคาในใจของผู้อ่านแผน นั่นเอง

ในอีกด้านหนึ่งของการกำหนดรายละเอียดของตัวสินค้าหรือบริการก็คือ การจัดหาสินค้าหรือการสร้างการบริการ

ผู้เขียนแผนธุรกิจจะต้องหารายละเอียดได้พอสมควรว่าตัวสินค้าหลัก ของธุรกิจจะได้มาอย่างไร

หากต้องมีการผลิต หรือ ประกอบชิ้นส่วน วัตถุดิบ หรือ ชิ้นส่วนเบื้องต้นจะหามาจากไหนปริมาณที่ต้องการใช้มีมากน้อยอย่างไร และราคาเป็นอย่างไร

การตั้งสมมติฐานเองในใจว่า วัตถุดิบจะได้มาฟรีๆ หรือมีราคาต่ำมาก เพราะส่วนใหญ่ก็จะนำไปทิ้งอยู่แล้วก็เป็นเพียงสมมุติฐานที่ไม่เป็นจริงในเชิงธุรกิจ

ถ้าไม่มีความต้องการ คนก็อาจเอาไปทิ้งหรือต้องเสียเงินเพื่อเอาไปทิ้ง แต่ทันทีที่ทราบว่ามีผู้สนใจที่จะได้ของเหลือใช้เหล่านั้น ราคาของมันก็เริ่มจะถีบตัวสูงขึ้นทันที

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเจ้าของวัตถุเหลือใช้เหล่านั้น รู้ว่า เราต้องพึ่งพาวัตถุดิบสำคัญนี้เป็นอย่างยิ่ง “ อำนาจต่อรอง ” ก็จะตกอยู่ในมือของเจ้าของธุรกิจทันที

อันนี้ เป็นเหตุผลหลักอีกประการหนึ่งที่ ธุรกิจเกี่ยวกับการนำวัสดุหลักอีกประการหนึ่งที่ธุรกิจเกี่ยวกับ การนำวัสดุหมุนเวียนมาใช้มักจะ ไม่ปรากฏรูปร่างธุรกิจให้เห็นได้อย่างเป็นจริงเป็นจังสักที

เพราะทันทีที่มีผู้แสดงความต้องการ ราคาของมันก็จะเพิ่มขึ้นทันที

และหากแผนธุรกิจ ไม่ได้เตรียมสถานการณ์รองรับความยืดยุ่นและ อำนาจต่อรองของเจ้าของวัตถุดิบอย่างเพียงพอ แผนธุรกิจนั้น ก็จะเป็นไปไม่ได้เมื่อนำมาเป็นแผนธุรกิจจริงขึ้นมา

ส่วนที่กล่าวว่า แผนธุรกิจนั้นมักจะไปจบที่ผลตอบแทน ก็เนื่องจากเป้าหมายของการทำธุรกิจโดยทั่วไปแล้ว ก็คือการสร้างผลตอบแทนที่เป็นต้วเงินกลับมาให้กับเจ้าของธุรกิจนั่นเอง

เพราะต้องยอมรับว่า จุดหมายปรายทางของการทำธุรกิจ ก็คือ การหวังปลตอบแทนจากธุรกิจที่จะได้มากกว่าการนำเงินที่จะใช้ลงทุน ไปทำประโยชน์อย่างอื่น

ตัวอย่างเช่น เมื่อเจ้าของธุรกิจมีไอเดีย ที่จะทำการลงทุนธุรกิจ 2 อย่าง แต่ไม่แน่ใจว่าจะทำธุรกิจอะไรที่ดีกว่ากัน ก็จำเป็นที่จะต้องประเมิณผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้จากธุรกิจทั้ง 2 อย่างเสียก่อน

ดังนั้นแผนธุรกิจที่ดี จึงจะต้องมีบทสรุปให้รู้ว่า เมื่อทำธุรกิจนั้นๆไปแล้ว เจ้าของธุรกิจจะคาดว่าจะได้ผลตอบแทนจากธุรกิจนั้นกลับมาเป็นจำนวนเท่าใด

หากผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับต่ำกว่าการที่จะเอาเงินลงทุน จำนวนนั้นไปทำการลงทุนประเภทอื่น

แผนธุรกิจที่จะแสดงให้เห็นความเป็นไปได้และศักยภาพของตัวธุรกิจใหม่ จะต้องชี้ให้เห็นความชัดเจนว่า ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้จากธุรกิจ มีจำนวนมากพอเมื่อเปรียบเทียบกับการนำเงินนั้นไปลงทุนในรูปแบบอื่น

หากท่านไม่ทราบวิธีการคำนวนผลตอบแทนจากการทำธุรกิจ หรือไม่ได้กล่าวถึงผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการทำธุรกิจ

แผนธุรกิจของท่านจะเป็นแผนที่ไม่มีความสมบูรณ์เพียงพอ

ถ้าไม่รู้วิธีการประมาณค่าผลตอบแทนจากการทำธุรกิจ เจ้าของธุรกิจที่จะเป็นเถ้าแก่ใหม่จะทำอย่างไรดี?

คำตอบก็คือ ท่านต้องรีบศึกษาาหาความรู้ ในเรื่องนี้อย่างรีบด่วน ทันทีครับ

อ้างอิงจาก: นสพ. กรุงเทพธุรกิจ : BizWeek : SMEs Clinic วันที่ 3-9 มิถุนายน 2548 เขียนโดย ดร.เรวัต ตันตยานนท์ เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เอสเอ็มอี จบปริญญาโทสำหรับผู้บริหาร รุ่นที่ 13 ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ที่มา : http://smesmart.is.in.th/

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *