แบรนด์+คน จิตรมาส สู้สังเวียนโลก

แบรนด์+คน จิตรมาส สู้สังเวียนโลก
จิตรมาส แม้เป็นธุรกิจไซส์เอส แต่กลับฮึดสร้างแบรนด์หวังขี่กระแสครัวไทยสู่ครัวโลก ไม่แพ้ธุรกิจไซส์แอล ด้วยมั่นใจมีดีทั้งสินค้า และคน

“ไม่แข่งยิ่งแพ้” วรรณัตดา ขอประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท จิตรมาส เทรดดิ้ง จำกัด เล่าถึงปรากฏการณ์ที่เป็นอยู่

เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้โลกเล็กลงแคบลง ผลพวงที่ตามมาก็คือ วงจรชีวิตทุกๆ ผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) หดสั้นลงอย่างไม่น่าเชื่อ และสินค้าประเภทอาหารก็ไม่มีข้อยกเว้น

“เมื่อก่อนเราเคยผลิตสินค้าชนิดเดียวส่งขายได้ทุกประเทศทั่วโลก แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ ผู้ผลิตอย่างเราต้องเข้าใจ และดีไซน์สินค้าและกลยุทธ์เพื่อสนอง ความต้องการที่แตกต่างของตลาดที่มีลักษณะ unique ขึ้น”

เรียกว่าจากที่เคยปรับปรับแผน พัฒนาส่งสินค้าใหม่วางตลาดในทุกๆ 5 ปี ก็ต้องขยับปรับกันทุกๆ ปี

สำคัญที่สุดก็คือ จำนวนคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น ไม่เพียงแค่สัญชาติไทยเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการทั้งชาวเวียดนาม จีน อินเดีย ก็กำลังดาหน้าเข้ามาในสังเวียน

วรรณัตดา เจเนอเรชั่นรุ่นสองของจิตรมาส กล่าวว่า ตลาดวันนี้ท้าทายกว่าเมื่อวาน ขณะเดียวกันก็เห็นโอกาสมากมายกับขนาดตลาดที่นับวันยิ่งขยายการเจริญเติบโต และจากวันนี้ไป ‘แบรนด์’ จะเป็นคำตอบสุดท้ายของความยั่งยืนของธุรกิจ ซึ่งเป็นที่มาของแบรนด์ ‘Chef Box’ และ ‘Eastern Chef’ ที่ผู้บริหารของจิตรมาสให้ความสำคัญเป็นพิเศษในเวลานี้

Eastern Chef คือ แบรนด์อาหารไทยสำเร็จรูปแช่แข็งและเริ่มทำตลาดเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยส่งขายไปยังประเทศแถบสแกนดิเนเวียอาทิ นอร์เวย์ เดนมาร์ก รวมทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และในยุโรป

ส่วน Chef Box แบรนด์น้องใหม่เป็นอาหารกล่องพร้อมทานที่เพิ่งเริ่มสตาร์ทไม่นานมานี้ โดยมุ่งเน้นลูกค้ากลุ่มองค์กรธุรกิจ และมีความโดดเด่นตรงที่ลูกค้าสามารถสั่งได้ตั้งแต่จำนวน 5 กล่องไปจนถึง 5 หมื่นกล่อง ด้วยเมนูที่เริ่มต้นด้วยราคา 40 บาท ไปจนถึง 300 บาท

“ลูกค้าปัจจุบันอิงความต้องการที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ขณะที่ความจงรักภักดีต่อตัวสินค้ามีน้อยลง สินค้าของเราต้องมีเซ็กเมนท์ที่เยอะและต้องแตกย่อยลงไป”

จิตรมาสนั้นได้ทำการขยับเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดมาตั้งแต่เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งวรรณัตดาบอกว่าผลดีของการคิดสร้างแบรนด์ก็คือ ความรู้ความเข้าใจถึงความต้องการของตลาดที่มีมากขึ้นทุกวันๆ

“การดีไซน์สินค้าแต่ละแบรนด์เกิดจากการศึกษาตลาด ทั้งการ Outside in และ Inside out เราต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ส่วนเรานั้นมีจุดแข็งตรงไหน ซึ่งจุดแข็งของจิตรมาสก็คือ ready meals ที่ได้รับการยอมรับเป็นรายแรกๆ ของไทย”

และนอกเหนือสิ่งอื่นใดองค์กรแห่งนี้มุ่งเน้นในเรื่อง การทำให้พนักงาน ‘อินเลิฟ’ ในแบรนด์ ในหน้าที่การงาน และในองค์กรที่ชื่อ จิตรมาส

วรรณัตดา บอกว่าหลักการบริหารงานของเธอ ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์นั้นเกิดจากความรักของคนไม่ใช่มีแค่เพียงไอเดีย และความรู้ด้านการตลาด

“การเลือกคน การอ่านคน การมองคน ถือว่าเป็นสัญชาติญาณที่ผู้บริหารควรจะมี ซึ่งอาจต้องมีการพูดคุยกันหลายๆ ครั้งเพื่อพยายามเรียนรู้ เราต้องพิจารณาคนในหลายมิติที่สำคัญคนคนนั้นต้องแมทช์กับองค์กรด้วยไม่เช่นนั้นจะบริหารลำบาก”

แต่ที่สุดการจะทำให้คนรักแบรนด์ หรือรักในงานได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการที่ผู้บริหารจะเปิดโอกาสให้แสดง เพื่อให้คนมีโอกาสได้คิด ดีไซน์ และลงมือทำจึงจะเกิดเป็นทักษะ เป็นความรู้ และความสำเร็จภายหลัง

“เรื่องการสร้างแบรนด์นั้นไม่มีอะไรผิดอะไรถูก มันไม่มีทฤษฎีที่ชัดเจนที่ถูกต้อง แต่ส่วนตัวมองว่าจุดสำเร็จของแบรนด์ คือไอเดียและความคิด ผนวกความสามารถของคน รวมถึงโอกาสที่ได้รับจากผู้บริหาร”

การทำตัวเป็นเถ้าแก่เนี้ยเข้าไปล้วงลูกในทุกขั้นตอนของกระบวนการทำงาน เป็นสิ่งที่ทายาทรุ่นที่สองของจิตรมาสไม่คิดที่จะทำอย่างเด็ดขาด

เธอมองว่าองค์กรจะเติบโตได้เพราะแบรนด์ ส่วนแบรนด์จะเกิดได้ก็เพราะคน สองอย่างจึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งถ้าได้คนเก่งและรักในงานอะไรๆ ก็เป็นไปได้ แต่หากมีแต่คนเน่าและเหม็นเบื่อในงานอะไรๆ ก็ไม่มีทางเป็นไปได้

ดังนั้นการสร้างแบรนด์แม้เหนื่อย แต่สำหรับวรรณัตดาแล้วกลับรู้สึกสนุกมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกหนึ่งเหตุผลที่ทรงพลังต่อความรู้สึกของเธอยิ่งนักก็คือ “ไม่เคยเห็นใครร้องไห้เวลากินอาหาร เวลาทุกคนที่ได้กินมักมีความสุข”

วรรณัตดา บอกว่าเจเนอเรชั่นสองอย่างเธอมักถูกเพ่งเล็งว่าฝีมือจะเทียบเท่ารุ่นบุกเบิกได้หรือไม่ ? แต่สำหรับเธอไม่ได้หวั่นไหวและมักท่องในใจเสมอว่า “ต้องทำให้ได้ๆ”

“แม่เป็นไอดอลของ แต่เราเก่งเท่าแม่ได้มั้ย แม่ก็คือแม่ เราก็คือเรา ข้อดีคือเราเป็นคนที่คิดบวก มองเห็นทุกอย่างมีโอกาสเสมอ ไม่เคยมองอะไรเป็นอุปสรรค เรื่องการสร้างแบรนด์จึงมองเห็นแต่คำว่าเป็นไปได้ ไม่มีทางเป็นไปไม่ได้ ยิ่งความเป็นผู้บริหารเป็นเจ้าของกิจการหากเรามองไม่เห็นพนักงานทุกคนก็จะมองเป็น Zero

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *