แนะธุรกิจ SME’s วางกลยุทธ์ลดต้นทุนรับวิกฤตเศรษฐกิจ

แนะธุรกิจ SME’s วางกลยุทธ์ลดต้นทุนรับวิกฤตเศรษฐกิจ

Written by Administrator
Friday, 20 June 2008 04:07
Sample image
แนะธุรกิจ SME’s วางกลยุทธ์ลดต้นทุนรับวิกฤตเศรษฐกิจ
Dr.Sitichai Farlangthong
วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก
จากภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำและความผันผวนทางการเมืองในประเทศ ส่งผลกระทบต่อการบริโภคสินค้าและบริการทั้งใน-ต่างประเทศ รวมทั้งถึงการดำเนินธุรกิจในทุก Sector ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสายพันธุ์ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับวิกฤติอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ธุรกิจจะเคยมีประสบการณ์วิกฤติในปี 2540 มาแล้วก็ตาม
ดร.สิทธิชัย ฝรั่งทอง หัวหน้าสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก เปิดเผยกับ “Transport” ถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ผลกระทบนี้ นับว่าเป็นโจทย์ที่ยากและเป็นบททดสอบสำหรับผู้ประกอบธุรกิจอีกครั้งหนึ่งในการที่จะต้องกลับมาทบทวนตรวจเช็คสุขภาพขององค์กรในด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อการดำเนินงานที่ผ่านมาว่ากระบวนการจัดการโลจิสติกส์ทั้งหมดของบริษัทกิจกรรมใดมีต้นทุนที่สูงขึ้น กิจกรรมใดที่มีต้นทุนที่ต่ำลง หรือกิจกรรมใดต้องเกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจะต้องปรับปรุงวิธีการทำงานของพนักงานที่เคยชินและรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นดีแล้ว
ดร.สิทธิชัย กล่าวอีกว่า บริษัทจะต้องกำหนดเป็นนโยบายอย่างชัดเจนถาวรในเรื่องการลดต้นทุน มิใช่แบบไฟไหม้ฟางคือ เมื่อกลับเข้าสู่สภาวะปกติก็ไม่ได้สานต่อ สำหรับแนวทางในการตรวจสอบกิจกรรมโลจิสติกส์นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 14 กิจกรรม (Grant et.al., 2006) คือ
กิจกรรมโลจิสติกส์
การบริการลูกค้าการพยากรณ์อุปสงค์การสื่อสารด้านการกระจายสินค้าการจัดการสินค้าคงคลังการขนถ่ายวัสดุการดำเนินการกับคำสั่งซื้อการบริการหลังการขาย การเลือกที่ตั้งของโรงงานและคลังสินค้าการจัดหาวัตถุดิบและบริการการบรรจุภัณฑ์การนำสินค้ากลับคืนการกำจัดสิ่งปฏิกูลและของเหลือจากกระบวนการการผลิตการจราจรและขนส่งการบริหารคลังสินค้าและการจัดเก็บ
การบริการลูกค้าและการบริการหลังการขาย นับเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ หากต้องการรักษาลูกค้าเก่าและแสวงหาลูกค้าใหม่บริษัทจะต้องมีแนวคิดใหม่ว่า “เรากลายเป็นลูกจ้างของลูกค้า” ดังนั้น จะต้องคิดนอกกรอบต่อการให้บริการลูกค้าที่ก่อให้เกิดความปิติยินดี (Delight) ด้วยนวัตกรรมงานบริการก่อนบริการ ระหว่างบริการ และหลังบริการ เช่นกรณีศึกษาของบริษัท ยามาโมโต (Yamamoto) รับย้ายบ้านให้เจ้าของบ้านโดยมีการ List รายการที่จะย้ายสิ่งของ ซึ่งจะมีการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งของแต่ละชิ้นว่าชิ้นไหนจะต้องดูแลธรรมดาหรือเป็นพิเศษ ซึ่งจะมีการห่อหุ้มเป็นอย่างดีและมีการรับประกันให้อีกด้วย ถึงแม้จะมีการคิดอัตราค่าบริการที่เพิ่มขึ้นลูกค้าก็ยินดีที่จะจ่าย หรือธนาคารกสิกรไทยได้ขยายเวลาการให้บริการแบบ EXTRA HOUR ในวันธรรมดาจันทร์-พฤหัส เป็น 16.30 น. และวันศุกร์ เป็น 18.00 น. เป็นต้น
การพยากรณ์อุปสงค์ ควรมีการประยุกต์ใช้แบบพยากรณ์ที่ไม่ต้องมีความซับซ้อนมากนัก และสามารถคำนวณได้ด้วยมือ เพื่อความสะดวกในการพยากรณ์และสามารถแก้ไขข้อมูลที่เป็นกิจวัตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและขจัดปัญหาสำคัญต่าง ๆ ได้ เช่น ปัญหาการมีสินค้าที่เกินความต้องการ และปัญหาสินค้าขาดแคลน เป็นต้น
การสื่อสารด้านการกระจายสินค้า มีข้อมูลประกอบการวิเคราะห์และการวางแผนตัดสินใจในการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค โดยจะต้องมีการสื่อสารกันแบบเครือข่ายในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับด้านการกระจายสินค้า ซึ่งจะทำให้ลดความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ลงได้ โดยเฉพาะการพิจารณาเส้นทางการขนส่งของพาหนะควบคู่กับค่าใช้จ่ายและการกำหนดเครือข่ายคลังสินค้า
การจัดการสินค้าคงคลัง จากเดิมที่ SME’s มักจะชอบสต็อกไว้เผื่อดีกว่ามีวัตถุดิบขาดนั้น ซึ่งสิ่งที่จะต้องทำคือ การหาวิธีที่จะทำให้ปริมาณของสต็อกคงคลังเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะต้องนำข้อมูลการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้ามาใช้เป็นระยะ ๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ทางด้านกำลังคน วัตถุดิบคงคลัง ระบบการผลิต ไม่ให้เกินความจำเป็น
การขนถ่ายวัสดุ จะต้องเลือกวิธีระบบการขนถ่ายวัสดุจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งต้องเลือกใช้เครื่องมือ สายพาน รถวิ่งบนราง รถพ่วง หรือรถโฟลก์ลิฟท์ ที่เหมาะสม โดยจะต้องให้ความสำคัญกับการไม่แตกหัก ไม่แตกตัวของวัสดุที่ถูกขนถ่าย รวมถึงต้นทุนของการบำรุงรักษาเครื่องจักรและประหยัดพลังงาน
การดำเนินการกับคำสั่งซื้อ ปัจจุบันออร์เดอร์มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ดังนั้น การบริหารการสั่งซื้อวัตถุดิบต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการและกลยุทธ์ เช่น จากเดิมสั่งวัตถุดิบเข้ามาเดือนละ 1 ครั้งในปริมาณที่มาก ก็อาจจะปรับให้ Supplier ทยอยส่งวัตถุดิบเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งก็จะเท่ากับ 4 ครั้งต่อเดือน หรือเพิ่มความถี่ในการจัดส่งให้มากขึ้น เพื่อป้องกันกรณีออร์เดอร์จากลูกค้าที่ลดลง
การเลือกที่ตั้งของโรงงานและคลังสินค้า หากลงทุนได้มีการลงทุนในส่วนนี้ไปแล้ว จะต้องมองหาความใกล้-ไกลของแหล่งวัตถุดิบและลูกค้า เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงและระยะทางการขนส่งในการสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีกว่าคู่แข่งขันและประหยัดต้นทุน
การจัดหาวัตถุดิบและบริการ จะต้องไม่พยายามซื้อวัตถุดิบเข้ามามากเกินความจำเป็น ขณะเดียวกันควรตรวจสอบสต็อกวัตถุดิบ/สินค้าบางตัวที่มีความเคลื่อนไหวสูง-ต่ำ เช่น หากรู้ว่าจะหมดอายุเมื่อใด มีโอกาสตกรุ่น แบบที่ล้าสมัย หรือความต้องการตามช่วงฤดูกาลจะได้เร่งระบายสินค้าออกจากสต็อกทันทีในขณะที่ยังมีมูลค่าอยู่
การบรรจุภัณฑ์ ต้องให้ความสำคัญมากในเรื่องการออกแบบที่จะสามารถให้อยู่ในสภาพการจัดวางสินค้าในคลังสินค้า บนชั้นจำหน่าย ป้องกันไม่เกิดความเสียหาย รวมทั้งลดพื้นที่การขนส่งและจัดเก็บ โดยเฉพาะปัจจุบันการบรรจุภัณฑ์นั้นจะต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
การกำจัดสิ่งปฏิกูลและของเหลือจากกระบวนการผลิต จะต้องการควบคุมคุณภาพและการกำจัดของเสีย โดยการควบคุมคุณภาพในขั้นตอนระหว่างการผลิตสินค้าหรือบริการให้มีมาตรฐานตามที่กำหนด กรณีที่มีของเสียจากการผลิตเกิดขึ้นนั้น ควรหาวิธีการกำจัดหรือหาวิธีการนำกลับมาใช้ประโยชน์ โดยแยกส่วนระหว่างเศษของกับของเสีย
การนำสินค้ากลับคืน จะต้องมีระบบการจัดการกับสินค้าที่ถูกส่งคืนอย่างถูกต้อง คือมีการแจ้งหรือบันทึกการนำสินค้ากลับคืนมายังคลังสินค้าจากพนักงานขายหรือพนักงานจัดส่งสินค้า โดยจะต้องไม่ใช่เป็นเพียงคำกล่าวอ้างของลูกค้าแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่จะต้องมีหลักฐานยืนยันตรวจสอบระบบวิธีการทำงานว่าเป็นความผิดพลาดของบริษัทหรือลูกค้า หากเป็นความผิดของบริษัทจะต้องมีวิธีแก้ไขปัญหาที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและได้รับรู้ข่าวสารต่อการแก้ไขปัญหานั้นแล้ว
การจราจรและขนส่ง จะต้องจัดตารางการขนส่ง มีอุปกรณ์ระบุพิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Positioning System : GPS) และต้องสอนให้คนขับรถรู้จักการเข้าพบลูกค้า และการให้บริการลูกค้า ซึ่งจะได้ข้อมูลย้อนกลับปรับปรุงการทำงาน อาจจมีการทบทวนการนำระบบ Milk Run System มาใช้ร่วมกับซัพพลายเออร์ เพื่อลดการสูญเปล่าในกระบวนการขนส่ง นอกจากนี้ จะต้องตัดรายจ่ายออกไป โดยกลับมาทบทวนว่า ความจำเป็นในการติดตั้งแก๊สเอ็นจีวี การเปลี่ยนรถใหม่ การซ่อมบำรุงดูแลรักษา และจำนวนรถที่มีอยู่นั้น หากมีมากเกินความจำเป็นควรตัดสินใจขายทิ้งเปลี่ยนเป็นเงินสดเสริมสภาพคล่อง ซึ่งการบริหารขนส่งที่ดีและสำเร็จนั้น จะต้องมี Database ทั้งส่วนกลางและเชื่อมโยงภายในองค์กร รวมทั้งทุกฝ่ายจะต้องมีข้อมูลที่ตรงกัน
การบริหารคลังสินค้าและการจัดเก็บ จะต้องมีระบบการจัดเก็บรักษาให้สินค้า/วัตถุดิบให้มีสภาพพร้อมใช้ มิให้เกิดความเสียหาย ซึ่งผลของวิกฤตเศรษฐกิจพบว่า Order ลดลง ทำให้กระบวนการผลิตลดน้อยลงด้วย ท้ายที่สุดการจัดเก็บสินค้าและวัตถุดิบก็จะต้องจัดเก็บน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น หากพื้นที่คลังสินค้ามีว่างมาก เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสโดยการเปิดให้บริการด้านคลังสินค้ากับธุรกิจอื่น ๆ หรือให้เช่าพื้นที่ นอกจากนี้ อาจปรับตัวเปิดเป็นศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทหรือให้เช่า เป็นต้น
ซึ่งในทุกกิจกรรมจะต้องมีการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศ หรือ IT และจะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการโลจิสติกส์ทั้งระบบ มิใช่รู้แต่ในส่วนที่ตนเองทำงานเท่านั้น เพราะงานโลจิสติกส์ไม่สามารถทำคนเดียวได้จะต้องช่วยกันทั้งระบบภายในองค์กร ดังนั้น วิกฤตครั้งนี้ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีในการที่ธุรกิจจะปรับปรุงการทำงานและสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของบริษัทในการตอบโจทย์การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปได้ทันเวลา.

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *