แนะทำธุรกิจคู่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แนะทำธุรกิจคู่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ตลท. 16 ก.ย. – นายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการบริหาร สถาบันวิจัยและพัฒนาประเทศตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นประธานแถลงข่าว “ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร ให้ธุรกิจอยู่รอด” ซึ่งจัดโดยสถาบันวิจัยฯ ภายใต้มูลนิธิพัฒนาไท สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) การแถลงข่าวครั้งนี้มีวัตถุประสงค์นำเสนอความเป็นไปได้ในแนวทางและวิธีการประยุกต์ใช้พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับองค์กรธุรกิจ เพื่อให้สามารถฝ่าฟันวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้ อีกทั้งสนับสนุนให้ภาคเอกชนในประเทศและต่างประเทศเข้าใจถึงคุณประโยชน์ของการนำเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ โดยขณะนี้ได้มีการจัดทำโครงการตัวอย่างการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่นในกรณีองค์กรธุรกิจ
จากกรณีศึกษาองค์กรธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ได้รับรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประกวดของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวน 6 แห่ง ซึ่งขณะนี้สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของคณาจารย์ต่างประเทศและสถาบันวิจัยฯ และเมื่อผลศึกษาเสร็จสถาบันวิจัยฯ จะทำจัดหนังสือ เพื่อนำไปเผยแพร่ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในวงธุรกิจอย่างกว้างขวาง
นายสุเมธ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่ปี 2541 แต่ยังไม่เป็นที่เข้าใจ ทาง สศช. จึงได้บรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 จนถึงปัจจุบัน คำว่าพอเพียงสามารถใช้ได้กับธุรกิจ เพราะหลักการทำธุรกิจตั้งอยู่บนเหตุผล เนื่องจากที่ผ่านมามีตัวอย่างการทำธุรกิจส่วนใหญ่มักทุ่มสุดตัว เพราะใช้กิเลสนำทางแต่ไม่มีผู้หยั่งรู้อนาคต ขณะที่การบริหารความเสี่ยงทำได้ยาก และทำให้เกิดปัญหามีตัวอย่างให้เห็นทั้งภูมิภาคนี้และสหรัฐที่มีปัญหาเรื่องสถาบันการเงินและปัญหาซับไพร์ม ซึ่งมีจุดจบเหมือนกัน ดังนั้น จะต้องทำอย่างไรที่จะบริหารอย่างพอประมาณ อย่าทำอะไรมากเกินไป ต้องทำธุรกิจอย่างยั่งยืนไม่หวังเพียงผลกำไร เพราะความยั่งยืนสำคัญมากกว่า และทำให้กำไรอยู่กับธุรกิจยาวนาน นอกจากนี้ต้องให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะโลกร้อน เพราะหากไม่ระมัดระวังใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองไม่ใช้ความพอประมาณสุดท้ายโลกจะไม่อยู่กับเรา ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกมีแนวคิดเหมือนกันเพียงแต่กระแสทุนนิยม บริโภคนิยมยังมีมาก
“คำว่าพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งครอบคลุมทั้งคน สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง อะไรก็ตามที่มีความปรารถนามากเกินจริงจะทำให้เกิดเรื่องตามมา หากรู้จักพอเพียงจะทำให้เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม สมดุลกันอย่างยั่งยืน” นายสุเมธ กล่าว
นายสุเมธ กล่าวถึงแนวคิดตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ลัทธิบริโภคนิยมถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่มองสิ่งแวดล้อม จนทำให้เศรษฐกิจประสบปัญหาเพราะไม่สอดคล้องกับฐานะของประเทศ จนมีการหันมาใช้แนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แต่ก็ยังมีความคิดด้านการเติบโตอย่างรวดเร็วและการสนับสนุนการบริโภคอยู่ จึงมีความพยายามที่จะแปลงแนวคิดปรัชญามาเป็นแนวทางปฏิบัติ โดยเริ่มจากการระดมตัวอย่างธุรกิจที่ประสพความสำเร็จในการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทาง โดยมีการประกวดให้รางวัลและการดำเนินการโครงการนี้ก็เป็นการดำเนินการต่อเนื่องที่ขอให้สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯ มาแปลแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์ทางธุรกิจมาวิเคราะห์ตัวอย่างองค์กรธุรกิจที่ประสพความสำเร็จและได้รับรางวัล เพื่อจะได้เป็นการขยายแนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่แนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนมากขื้นต่อไป
นายดีภัค เจน อดีตคณบดี Kellogg School of Management, Northwestern University กล่าวถึงสภาวะธุรกิจวิกฤติการเงินโลกปัจจุบัน ซึ่งความจริงในวงวิชาการเห็นมาล่วงหน้า วิกฤติการเงินครั้งนี้ไม่ได้กระทบในเอเซียเท่ากับในโลกตะวันตก และคาดได้ว่าปัญหาต่อไปคือปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาวิกฤติอาหาร เพราะอัตราเกิดประชากรสูงกว่าการขยายการผลิตอาหาร ปัญหาการบริโภคมากเกินไปเป็นรากฐานปัญหาโลก แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นคำตอบที่สำคัญในเรื่องนี้ แนวคิดของบิลล์เกตเชื่อว่าเมื่อมีรายได้ต้องให้กลับสังคม และการให้กลับจะเป็นการช่วยให้ขยายตัวต่อไปได้ และได้มีชื่อเสียงเป็นอมตะในด้านผลงานต่อสังคม แต่แนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่างไปที่พระองค์ท่านไม่ได้คิดถึงการจะได้ชื่อเสียง แต่เป็นหน้าที่ที่จะต้องช่วยสังคมช่วยประชาชนให้มีชีวิตที่ดีขึ้น
แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครอบคลุมแนวคิดตะวันตกยุคใหม่ไม่ว่าจะเป็นความเติบโตอย่างยั่งยืนของระบบทุนนิยมหรือความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ ครอบคลุมการสร้างทุน การสร้างสังคมให้ดีขึ้น การดูแลสิ่งแวดล้อม การสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงให้ประเทศและประชาชน
นายดีภัค กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระวิจารณญาณที่กว้างไกลสามารถคือล่วงหน้าไปไกลก่อนที่จะมีการตื่นตัวในเรื่องนี้ และเชื่อว่าเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยจะต้องมีการศึกษาและวิจัยในเรื่องนี้ต่อไป และ Kellogg กับสถาบันศศินทร์ฯ จะมีการศึกษาอย่างต่อเนื่องต่อไปในเรื่องนี้

คุณนิกม์ พิศลยบุตร จากสถาบันศศินทร์ฯ กล่าวถึงแนวทางการดำเนินการศึกษาของสถาบัน การเสนอวิธีการและแนวทางการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในทางธุรกิจ ตลอดจนเสนอเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นสำหรับการวัดผลการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในทางธุรกิจ
นายจอร์จ อโบนี่ อาจารย์พิเศษ Maxwell School, Syracuse University ให้ความเห็นว่างานวิจัยชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการริเริ่มทำการศึกษาการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในทางธุรกิจอย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก โดยมีการอธิบายหลักการ วางกรอบ พัฒนาเครื่องชี้วัด ตลอดจนจัดทำกรณีศึกษา ซึ่งนับว่าเป็นการวางรากฐานที่สำคัญอย่างยิ่งทางวิชาการที่จะสามารถมีการศึกษาและวิจัยอย่างต่อเนื่อง อันนำไปสู่การขยายแนวความคิดการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในด้านธุรกิจให้กว้างขวางออกไปในวงการวิชาการด้านธุรกิจและแวดวงธุรกิจต่าง ๆ ในโลก. –สำนักข่าวไทย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *