แนวโน้มสุดยอดเทคโนโลยีซัพพลายเชน 10 อันดับแรก (1)

แนวโน้มสุดยอดเทคโนโลยีซัพพลายเชน 10 อันดับแรก (1)

จะเห็นได้ ว่าน้อยคนนัก ที่จะหยิบนิตยสารด้านธุรกิจ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ขึ้นมา โดยไม่พบหัวข้อเกี่ยวกับ การเติบโตทางเทคโนโลยีการเคลื่อนที่และไร้สาย และดูเหมือนว่า คนเราไม่สามารถอยู่ห่าง พีดีเอ สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ประมวลผลและสื่อสารอื่นๆ ไปได้ อย่างน้อยเมื่อพิจารณาจากอัตราการใช้ และแนวโน้มการเติบโตในอนาคต
แต่สิ่งที่ขาดหายไปในกรณีนี้คือ ข้อมูลที่ใช้ในการอธิบาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการนำ เทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้แล้ว สามารถปรับปรุงองค์กร และการทำงานของซัพพลายเชนได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีที่มีการเติบโต อย่างเทคโนโลยีการประมวลผลด้านการระบุแบบเคลื่อนที่ การพิมพ์ และจีพีเอส ไม่ได้อธิบายไว้ว่า ผู้ให้บริการที่นำเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้มาทำงานเชื่อมโยงกัน สามารถประหยัดเวลาได้อย่างน้อยกว่า 40 นาที ต่อคนงาน 1 คน ต่อวัน และประหยัดได้มากถึง 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

บริษัท อินเตอร์เมค ได้เข้ามาช่วยเหลือบริษัทต่างๆ ให้ได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดนี้ ในด้านการผลิต จัดจำหน่าย การบริการ ภาคสนาม และสภาพแวดล้อมในระบบซัพพลายเชนอื่นๆ เป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว โดยบริษัท อินเตอร์เมคได้บุกเบิกเทคโนโลยีหลายอย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน อาทิ เทคโนโลยีการจับข้อมูล การประมวลผลเคลื่อนที่ และการ สื่อสารไร้สาย และยังคงมุ่งมั่น ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิด กับผู้นำด้านเครือข่ายไร้สาย และการบริการข้อมูล ซอฟต์แวร์องค์กร และการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ โดยมีประสบการณ์ร่วม กับลูกค้าหลายพันรายทั่วโลก บริษัท อินเตอร์เมค สามารถเข้าถึงนักวิเคราะห์ นักวิจัย มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้นำด้านไอที และผู้จัดหาเครือข่ายโซลูชั่นที่ต่อเนื่อง
ดังนั้น บริษัท อินเตอร์เมคจึงได้จัดอันดับ 10 สุดยอด แนวโน้มเทคโนโลยี ในด้านสภาพแวดล้อมการดำเนินงานแบบเคลื่อนที่ อุตสาหกรรม และซัพพลายเชน สำหรับปี 2550 – 2551 บทความนี้ จะบ่งบอกถึงแนวโน้มดังกล่าว และยังอธิบายถึงวิธีการประยุกต์ใช้ การดำเนินงาน ของซัพพลายเชน และเสนอผลลัพธ์ที่ได้จากผู้ใช้ ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เพื่อปรับปรุงธุรกิจของตนเอง
10 สุดยอดเทคโนโลยีที่มีผลต่อ Supply Chain
นี่คือสุดยอดเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มใน 10 อันดับแรก ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินการ ด้านซัพพลายเชน การขยายการผลิต การจัดจำหน่าย การค้าปลีก และการบริการระยะไกล
1. Connectivity: การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย 802.11 เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ บลูทูธ
2. Advanced Wireless (Voice & GPS) การสื่อสารด้วยเสียงและจีพีเอสเชื่อมรวมไปยังคอมพิวเตอร์ที่มีความทนทาน
3. Speech recognition: การสั่งงาน ด้วยเสียง
4. Digital imaging: การประมวลผลภาพดิจิตอล
5. Portable printing: การพิมพ์แบบเคลื่อนที่
6. 2D & other bar coding advances: ความก้าวหน้าของระบบบาร์โค้ด 2 มิติ และ ระบบบาร์โค้ดอื่นๆ
7. RFID: อาร์เอฟไอดี
8. RTLS: ระบบแสดงตำแหน่งในเวลาจริง
9. Remote management: การจัดการทางไกล
10. Wireless and device security: ความปลอดภัยของ อุปกรณ์และเครือข่ายไร้สาย
คุณน่าจะพอคุ้นเคย บรายการเทคโนโลยีข้างต้นมาบ้างแล้ว แต่บางทีอาจไม่ใช่การพัฒนา ละแนวโน้มล่าสุด ตัวอย่างเช่น คุณรู้หรือไม่ว่าแอพพลิเคชั่นใดๆ สามารถปรับเปลี่ยนให้รับ สัญญาณเสียงได้ เนื่องจากการพัฒนาล่าสุดของเทคโนโลยี การเลียนแบบการจดจำเสียง คุณรู้หรือไม่ว่า บลูทูธ 802.11b/g การสื่อสารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ และจีพีเอสสามารถมีอยู่ในอุปกรณ์แบบพกพาเพียงชิ้นเดียว คุณ รู้หรือไม่ว่าการปรับปรุงออพติก สามารถอ่านบาร์โค้ด 2 มิติที่อยู่บนกระดาษได้ ในระยะที่ไกลขึ้น (50 ฟุตขึ้นไป) มากกว่าบาร์โค้ด 1 มิติ อยู่บนฉลากสะท้อนกลับ กรุณาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ เทคโนโลยีเหล่านี้ และการพัฒนาอื่นๆ เพื่อช่วยในการผลิต การจัดจำหน่าย การบริการ และการดำเนินการด้านซัพพลายเชนอื่นๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Connectivity: การเชื่อมต่อ
การเชื่อมต่อไร้ สายมีอยู่หลายรูปแบบ ได้แก่ บลูทูธสำหรับระบบเครือข่ายส่วนบุคคล ระบบไร้สาย 802.11 สำหรับระบบเครือข่ายแลนไร้สาย และระบบเครือข่ายโทรศัพท์ไร้สายในพื้นที่กว้างไกล ของมือถือสำหรับการสื่อสารเสียงและข้อมูล เป็นสิ่งที่เห็นได้เป็นส่วนใหญ่ และขาดไม่ได้ สำหรับการดำเนินธุรกิจในด้านการปฏิบัติการเฉพาะหลายๆ อย่าง แม้ว่านวัตกรรมและการนำไปใช้ได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แต่แนวโน้มเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ สิ่งที่ใหม่และสำคัญ คือ เทคโนโลยีเหล่านี้ จะถูกนำไปรวมอยู่ในอุปกรณ์ชิ้นเดียว และให้ฟังก์ชั่นการทำงาน ของระบบไร้สายหลายรูปแบบ นำมาซึ่งความสะดวกสบาย ทั้งกับผู้ใช้งานเอง และเจ้าหน้าที่ไอทีที่รับผิดชอบด้านการจัดการเครื่องมือ เคลื่อนที่ดังกล่าว

สมาร์ทโฟน มีจุดเด่นในเรื่องความสะดวกสบายในการเข้าถึงเสียงและข้อมูลได้ดี อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อจำกัดอย่างมาก ในการส่งมอบ การบริการภาคสนาม และการ ดำเนินการแบบเคลื่อนที่ ของซัพพลายเชนอื่นๆ เนื่องจากจอคอมพิวเตอร์ และส่วนติดต่อ (อินเตอร์เฟส) ไม่เหมาะกับแอพพลิเคชั่นขององค์กร และตัวอุปกรณ์เองไม่มีความทนทานเพียงพอ สำหรับใช้งานในสภาวะแวดล้อม เช่นนี้ทุกวัน สำหรับการดำเนินการ ที่ต้องเก็บข้อมูลเป็นจำนวนมาก หรือปริมาณการทำธุรกรรมที่มหาศาลนั้น เดิมบริษัทต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์พกพา ที่มีความทนทาน เพื่อให้ได้มาซึ่งความเชื่อถือได้ และประสิทธิภาพใน การทำงานที่ต้องการ แต่อุปกรณ์เหล่านี้ขาดคุณสมบัติด้านการเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่
Advanced Wireless: Voice & GPS ระบบไร้สายขั้นสูง: เสียงและจีพีเอส
ปัจจุบันบริษัทผู้ให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ชั้นนำ ได้ผลิตคอมพิวเตอร์พกพาที่มีความทนทาน สำหรับการสื่อสารด้วยเสียง ทำให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูล สื่อสารข้อมูล และทำหน้าที่เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ด้วย โดยทั้งหมดนี้ รวมอยู่ในอุปกรณ์ ชิ้นเดียวกัน ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลในการแยกเก็บรักษาโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์ออกจากกัน หรือไม่มีความจำเป็นที่ต้องเปิดปิด กลับไปมาระหว่างอุปกรณ์ เพื่อให้งานประจำวันสำเร็จลงได้ การรวมข้อมูลและเสียง เข้าไปใน อุปกรณ์ชิ้นเดียว ที่รวมส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันนั้น สามารถลดผู้ดูแลระบบ ของอุปกรณ์ได้เป็นจำนวนกว่าครึ่งของจำนวนทั้งหมด ซึ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จะเห็นได้ว่าบ่อยครั้ง ที่บลูทูธถูกนำมาใช้ร่วมกับ อุปกรณ์เหล่านี้ โดยใช้เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่อยู่รอบๆ ซึ่งนั่นทำให้เกิดการลดต้นทุนรวมการเป็นเจ้าของ ลงได้อีก จากการกำจัดค่าใช้จ่ายด้านการซ่อม และการเปลี่ยนสายเคเบิล

การเชื่อมรวมการติดต่อเข้าด้วยกัน ยังคงดำเนินต่อไปด้วยการนำ ระบบสื่อสารจีพีเอส มาใช้กับคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ ตัวอย่างเช่น ในรุ่น CN 3 ของบริษัทอินเตอร์เมค ประกอบไปด้วยระบบเสียง และข้อมูลไร้สายครอบคลุมพื้นที่กว้างไกล เชื่อมต่อด้วย 802.11 บลูทูธ และจีพีเอส ทั้งหมด บรรจุอยู่ในคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก ที่สามารถใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อได้
กรณีตัวอย่าง
สแตนลีย์ สตีมเมอร์ ธุรกิจแฟรนไชส์ทำความสะอาดพรม ดำเนินงานโดยอัตโนมัติ ใน 2 สาขาด้วยคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ ที่เชื่อมต่อกับระบบสื่อสารไร้สายบริเวณกว้าง จีพีเอส และเครื่องอ่านแถบแม่เหล็ก สำหรับดำเนินการการชำระด้วยบัตรเครดิตในเวลาจริง เมื่อการให้บริการเสร็จสิ้น การส่งเอกสาร เคลื่อนที่ด้วยระบบจีพีเอส และการสื่อสารสองทางในเวลาจริง ทำให้สแตนลีย์ สตีมเมอร์ สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพได้เพียงพอ โดยไม่ต้องจ้างพนักงานส่งเอกสารประจำในแต่ละสาขา และในแต่ละสถานที่นั้น สามารถ ประหยัดได้มากถึง 300 – 700 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์ และทั้ง 2 สาขาสามารถประหยัดเวลา ที่ต้องใช้ในการดำเนินการด้านเอกสารได้เป็นอย่างมาก
และด้วยค่าใช้จ่ายที่ลดลง ของระบบสื่อสารไร้สายบริเวณ กว้าง (ได้แก่ จีพีอาร์เอส จีเอสเอ็ม ซีดีเอ็มเอ และเทคโนโลยีอื่นๆ) และมากไปกว่าการวางแผนข้อมูลทั่วไป
นวัตกรรมการประมวลผลเช่นนี้ สามารถหาซื้อได้ และใช้งานได้จริง กับหลายบริษัท เช่น การนำไปใช้ในการเข้าถึง ระบบข้อมูล ในเวลาจริงสำหรับพนักงานส่งของ พนักงานขาย และบุคลากรที่ให้บริการ รวมไปถึงผู้ตรวจสอบและบุคลากรอื่นๆ
Speech recognition: การสั่งงานด้วยเสียง
เทคโนโลยีด้านเสียงอีกอย่าง สำหรับการดำเนินการด้านซัพพลายเชน คือ การสั่งงานด้วยเสียงพูด สำหรับการป้อนข้อมูลแบบแฮนด์ฟรี ซึ่งกำลังเป็นคลื่นลูกใหม่ของนวัตกรรม และมีการนำไปใช้ การสั่งงานด้วยเสียงพูด สามารถช่วยระบบการผลิตได้ โดย ผู้ใช้ไม่ต้องมัวแต่เพ่งมอง ที่จอคอมพิวเตอร์อีกต่อไป จากแนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เป็นระบบเปิด และการปฏิบัติการ ที่เป็นสากลของการสังเคราะห์เสียง ความสามารถในการจดจำเสียงพูดขณะนี้ สามารถใช้ได้ กับซอฟต์แวร์หลากหลายจำนวนมาก ประกอบด้วยการจัดการคลังสินค้า การขนและการเก็บเข้าที่ สินค้าคงคลัง การตรวจสอบ การควบคุมคุณภาพ และการนำไปใช้ในด้านอื่นๆ การบูรณาการที่ง่ายดายนี้ เป็นไปได้ด้วย การ พัฒนาเทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียง ที่ใช้การจำลองจอเทอร์มินัล (Terminal Emulation: TE) ซึ่งเป็นการขจัดความต้องการใช้เซิร์ฟเวอร์ สำหรับเสียงแยกต่างหาก และส่วนติดต่อเฉพาะระหว่างระบบเสียงพูด และ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ เทคโนโลยีแบบทีอีนี้ สามารถสังเคราะห์เสียง เพื่อลดความจำเป็น ที่จะต้องเพ่งมองจอคอมพิวเตอร์ และการสั่งงานด้วยเสียงพูดนี้ ยังแสดงให้เห็นว่าเป็นเทคโนโลยีสำหรับการป้อนข้อมูลได้อย่างแท้จริง ไม่ ใช่แอพพลิเคชั่นแยกส่วน แต่ต้องได้รับการจัดการอย่างบูรณาการ การใช้การจำลองเทอร์มินอลสำหรับจัดรูปแบบ และดำเนินการป้อนและส่งออกเสียง ช่วยให้ข้อมูลไหลผ่าน ทั้งจากและเข้าสู่แอพพลิเคชั่นซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ ราวกับว่า เป็นการป้อนข้อมูลจากการสแกนบาร์โค้ด การกรอกข้อมูล หรือไม่ว่าจะโดยวิธีใดก็ตาม ที่เคยใช้มาก่อนหน้านี้ ระบบสั่งงานด้วยเสียง ที่ใช้การจำลองเทอร์มินัล สามารถทำงานร่วมกับระบบการจัดการ ของคลัง สินค้าได้ในเวลาจริง ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมที่สำคัญเรื่องหนึ่ง จากเทคโนโลยีสั่งงานด้วยเสียงที่มีอยู่เดิม

การสั่งงานด้วยเสียงแต่เดิมนั้น มักจะใช้สนับสนุนการปฏิบัติการ โดยรวมชั้นสูงที่ผู้วางระบบให้ความสำคัญ กับเวลาและการผลิตมากกว่าความแม่นยำ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในการคัดเลือก จะเห็นได้ว่าข้อมูลที่ป้อนจากบาร์โค้ด จะมีความแม่นยำมากกว่า และการป้อนเสียงโดยทั่วไปนั้น เป็นที่ยอมรับกันว่า สามารถส่งเสริมกระบวนการผลิตได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากพนักงานสามารถใช้มือ กับสายตา ในการคัดเลือกได้ โดยไม่ต้องมัวแต่จ้องมองจอคอมพิวเตอร์ ใช้คีย์บอร์ด และเครื่องสแกน ในการดำเนินงานแล้วเสร็จ โดยมีการวิเคราะห์ เกี่ยวกับศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งได้ข้อสรุปว่าการป้อน ข้อมูลด้วยบาร์โค้ดนั้น มีความแม่นยำมากกว่าการใช้เสียง (99% เทียบกับ 95%) แต่ในระบบบาร์โค้ด ต้องใช้พนักงานประจำ 26 ตำแหน่ง (เอฟทีอี) เพื่อจัดการปริมาณการทำธุรกรรมที่เท่ากัน
กรณีตัวอย่าง
Lighthouse for the Blind เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ในรัฐเซนต์หลุยส์ และเป็นสถานที่ฝึกและจ้างพนักงาน ที่พิการทางสายตา สามารถปรับปรุงคลังสินค้าได้ถึง 25% ด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง ระบบนวัตกรรมนี้ ประกอบด้วย ระบบยืนยันเสียงใช้คัดเลือกสิ่งของ สามารถช่วยพนักงาน ที่พิการทางสายตาเลือกสินค้าตามลำดับ ได้อย่างถูกต้อง
เมื่อทำการวิเคราะห์ระบบ แบบผสมผสาน ที่ใช้การสั่งงานด้วยเสียงโดยใช้ทีอี พบว่ามีความแม่นยำ เทียบเท่ากับการป้อนข้อมูลด้วยบาร์โค้ด ขณะที่ใช้พนักงานน้อยกว่าถึง 22 เอฟทีอี แสดงให้เห็นว่า เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อคำนึงถึงผลของ ความผิดพลาดในการตรวจสอบ

ที่มา :http://www.intermec.com/

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *