แนวชีวิต คิดบวก

“แนวชีวิต คิดบวก”
Monday, 16 March 2009 09:36 pum.12 iLife – ธรรมะสร้างสรรค์
แม่ชีศันสนีย์
ปีนี้เงินน้อย ความสุขมาก “ปี 2552 แม้ต้องเผชิญกับสารพัดวิกฤติ เราสามารถมีความสุขได้” แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต เอ่ยด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน ในการบรรยาย”แนวชีวิต คิดบวก”
แต่คิดบวกเท่านั้นยังไม่พอ ถ้าจะให้ดีต้องคิดให้ถูกต้องด้วย เพราะวิกฤติเศรษฐกิจและการเมือง อาจส่งผลให้หลายคนตกงาน เงินน้อยลง ทำให้ความสุขในชีวิตน้อยลง แท้ที่จริงแล้ว ตัณหาเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนดความสุขของเรามาตลอด หากเราปรับแนวคิดให้เป็นความคิดที่ถูกต้อง ตกงานแต่ไม่ว่างงานและมีความสุขได้ กับเงินที่น้อยลง เราก็จะใช้ชีวิตผ่านพ้นไปได้
“การคิดบวก เหมือนกับการคิดในสิ่งที่ไม่ใช่ความจริง การคิดที่ถูกต้องคือ การคิดจริง คิดจัง คิดชัง คิดชอบ เพราะทุกอย่างเป็นอนิจจัง” แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต แห่งเสถียรธรรม-สถาน ย้ำหลักคิดด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “ปีนี้เราต้องอยู่บนหนทางอริยะ ธรรมะจะกลับมา ”
คำกล่าวของแม่ชีศันสนีย์หาใช่คำทำนาย แต่จะเป็นตัวช่วยให้เดินในหนทางอริยชนที่อยู่บนศีล สมาธิ ปัญญา ขณะที่ธรรมะจะ เป็นคำตอบ เงิน สถานะ หรือสิ่งที่ผู้อื่นกำหนด ไม่ใช่คำตอบ หากไม่หลงทางก็จะพ้นทุกข์ เพราะนิพพานคือคำตอบ ไม่ว่ายุคสมัยไหน คำตอบก็ยังคงเดิม
“ห้วงวิกฤติเช่นนี้ หากจะบอกว่า โลกก็เป็นอย่างนี้ เท่ากับเราคิดบวก แต่หากบอกว่า โลกเป็นเช่นนี้ โดยที่เราไม่คิดเป็นทุกข์ เราจะไม่อยู่อย่างตายทั้งเป็น เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นทุกข์ เท่ากับเราคิดในแบบอริยชน หากคนคิดเช่นนี้มาก ๆ สังคมอริยชนก็จะเกิดขึ้นได้ในเศรษฐกิจขาลงเช่นนี้” แม่ชีศันสนีย์กล่าวพร้อมแนะว่า อย่าห่วงเศรษฐกิจมากจนเกินไป อย่าคิดสุขไปกับเงินรายได้ เศรษฐกิจหรือการทำงาน อย่าสุขกับแค่ทำงานเสร็จ และอย่าสุขกับแค่การรับเงินรายได้ ควรจะสุขกับการให้และรับ
“แม่เคยป่วย นอนโรงพยาบาล ทุกครั้งเมื่อหมอจะเข้ามาตรวจ แม่จะฟังเสียงฝีเท้าของหมอเดินมาตรวจด้วยความรีบเร่ง แม่จะเตรียมตัวให้พร้อมอยู่บนเตียง เปิดเพลงธรรมะ เป็นเช่นนี้ จนกระทั่งก้าวเดินของคุณหมอเป็นไปอย่างช้า ๆ ไม่รีบเร่ง หมอมานั่งข้างหัวเตียง เปิดประวัติผู้ป่วยช้าลง ตอนนั้นแม่คิดว่า คุณหมอเองก็ได้รับการเยียวยาแล้วเช่นกัน” ท่านบอกเล่าถึงประสบการณ์การให้และรับ
แม่ชีศันสนีย์ยัง ย้ำว่า ไม่ต้องเสแสร้งคิดบวก ชีวิตคนเราสั้น อย่าใช้ชีวิตที่คิดว่าเกิดมาเพื่อเป็นทุกข์มาอยู่กับคนที่เรารัก อย่ามัวแต่คิดว่าใครใช่หรือไม่ใช่ งานนี้ใครควรทำก่อนหรือหลัง
เธอบอกว่า ปี 2552 เป็นปีแห่งการตื่น ไม่ใช่ตื่นตูม แต่เป็นการตื่นตัวรับความเป็นจริง ตื่นและรู้ว่า เรามีปุ๋ยที่ทำให้เราเติบโต เพราะเงินน้อยลง แต่ความสุขจะ มากขึ้น เราจะใช้เวลากับคนในครอบครัวเพื่อสุมหัวปรึกษากันมากขึ้น จากเดิมที่อาจจะต้องห่างเหินเพราะต่างคนต่างมีภาระ แต่ตอนนี้ ต้องช่วยกันมองถึงสิ่งที่ไม่มีและจะทำยังไงให้มี รวมถึงการใช้ชีวิตอยู่เท่าที่มี ให้มีความสุข
“ความสุขหายากขึ้น จึงต้องมาแบ่งปันความสุขให้แก่กันมากขึ้น ดูแลเอาใจใส่กันมากขึ้น เคารพกันและกันให้มากขึ้น” แม่ชีศันสนีย์แนะทางชีวิต
นอกจากนี้ การบอกความรู้สึกไม่ใช่เรื่องผิด ต้องรีบพูด รีบสื่อสารให้รู้ว่า รัก ขอโทษ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ไม่เช่นนั้นจะติดค้างอยู่ในใจ ควรเปิดกว้างให้เกิดการสื่อสารแบบสัมมาวาจา เช่น ในครอบครัว เคยไหมที่ลูกหรือหลานจะถามพ่อแม่ ปู่ย่าตายายว่า ตนเคยทำอะไรให้ไม่สบายใจ หรือพ่อแม่ ปู่ย่าตายายจะเปิดอกกับลูกหลานว่า สิ่งที่เด็กทำแล้วทำให้ตนไม่สบายใจ อึดอัดใจคืออะไร แล้วถามถึงสาเหตุว่า ทำไมถึงทำ สิ่งดังกล่าวนั้น ไม่ใช่แค่ถามไถ่ถึงสาเหตุด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว แต่ต้องเป็นการพูดคุยเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ปีนี้เงินน้อย ความสุขมาก ดังนั้นการแจกจ่ายความสุขก็ควรจะมากตาม แต่ต้องตั้งมั่นว่า ความสุขที่เราจะให้ต้องไม่เป็นการยัดเยียด ความสุขนั้นให้กับผู้ใด เพราะเมื่อใดที่ความสุขถูกยัดเยียดให้ ก็จะกลายเป็นความทุกข์ของผู้รับ ที่ผู้รับจำใจต้องรับ
แม่ชีศันสนีย์บอก ด้วยว่า ปีนี้ ยังเป็นปีแห่งการกระทบ แต่ตราบใดที่เราไม่ปรุงแต่งด้วยอารมณ์ และอวิชา ก็จะไม่เกิดการกระแทกให้สังคมกระเทือน หากเรารู้และไม่หลงไปกับอารมณ์ก็รอด เปรียบเสมือนการขับรถสวนกันในซอยแคบ ๆ หากไม่มีใครยอมถอยเพราะคิดว่า หากยอมก็เท่ากับแพ้ โง่ ไม่นานก็จะเกิดอารมณ์โกรธ ทะเลาะและชกต่อยกัน แทนที่จะปล่อยวาง ถอยทั้งคู่หรือตกลงกันเสียก่อน
“ทุกข์ มีไว้ให้เห็น แต่ไม่ใช่ทุกข์ของฉัน เปรียบเหมือนมีคนยิงธนู แต่ไม่มีเป้าธนู ก็จะไม่เจ็บ บางคนเจ็บป่วยเล็กน้อย แต่เหมือนมีธนูปักใจ ทุรนทุราย ทรมาน เจ็บหนักทั้งกายและใจ ในขณะที่บางคนป่วยหนัก แต่ใจคิดว่าไม่เป็นไร ก็สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ การใช้ชีวิตในสถาวะวิกฤตแบบนี้ก็เช่นกัน” เพียงเท่านี้ เชื่อว่าผู้อ่านคงมีกำลังใจฟันผ่าอุปสรรคปีวัวลำพองได้ไม่น้อย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *