แท็กซี่โรคจิต

แท็กซี่โรคจิต
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับน้องผู้หญิงผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่ง ที่เกือบโดนแท็กซี่พาเข้าโรงแรมม่านรูด … เธอเล่าให้ฟังว่าวันนั้นเธอเรียกรถแท็กซี่จากแถวๆ ราชดำริเพื่อเดินทางกลับบ้าน โดยระหว่างที่ขึ้นรถนั้นเธอจำได้แค่สี ยี่ห้อ และรุ่นของรถแท็กซี่ได้ แต่ไม่ได้สังเกตทะเบียนรถ เมื่อเธอขึ้นไปแล้วก็บอกสถานที่ที่ต้องการไป และบอกเส้นทางในการเดินทาง
ระหว่างทางคนขัยแท็กซี่ก็ชวนคุยตลอด จนน้องผู้หญิงเริ่มรำคาญและสังเกตว่าระหว่างที่ขับรถคนขับจะมองผ่านกระจกมาทางที่เธอนั่งอยู่ตลอดเวลา (เธอนั่งทางซ้ายของคนขับ) เวลาผ่านไปซักพัก เธอเริ่มรู้สึกมึนตัวและง่วงนอน ประกอบกับคนขับแท็กซี่เองก็มีท่าทีไม่น่าไว้วางใจ เธอจึงสังเกตบริเวณแอร์ว่ามีกระดาษทิชชู่ชุบน้ำยาอะไรเสียบไว้รึเปล่า หลังจากดูแล้วว่าไม่มีเธอก็เริ่มสังเกตดูสิ่งของบริเวณนั้น ก็สังเกตเห็นกระปุกบางอย่างวางไว้ตรงเกียร์ เมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็ตัดสินใจโทรหาครอบครัวและเพื่อนสนิท แต่ปรากฏว่าไม่มีใครรับสาย
เหตุการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นเมื่อคนขับรถเริ่มออกนอกเส้นทาง โดยอ้างว่าเป็นเส้นทางลัด น้องผู้หญิงคนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่กล้ากระโตกกระตาก เนื่องจากกลัวคนขับแท็กซี่จะทำร้ายเธอ จนกระทั่งเธอเผลอหลับไป
กว่าเธอจะมารู้ตัวอีกที คนขัยแท็กซี่ตัวร้ายก็เกือบจะพาเธอเข้าโรงแรมม่านรูดแล้ว นับว่าเป็นโชคดีที่เธอยังไหวตัวทันสะดุ้งตื่นขึ้นมา และหนีออกมาจากแท็กซี่ทางประตูที่ไม่ได้ล็อก โดยน้องผู้หญิงบอกว่าเธอได้รับความช่วยเหลือจากมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งที่ขับผ่านมา และเห็นท่าทีมีพิรุธของคนขับรถแท็กซี่จึงเรียกชาวบ้านแถวนั้นออกมาดู ทำให้แท็กซี่ตกใจและหนีไป
เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ให้กับน้องๆ ที่ต้องนั่งท็กซี่กลับบ้านคนเดียว สิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการจำเลขทะเบียนรถแท็กซี่คันที่เรานั่ง จำสี ยี่ห้อ และรูปพรรณสันฐานของคนขับแท็กซี่ รวมถึงควรโทรศัพท์ไปบอกที่บ้านด้วยว่าตอนนี้เราอยู่บนรถแท็กซี่แล้ว พร้อมทั้งบอกรายละเอียดคร่าวๆ ด้วยว่าแท็กซี่ที่เรานั่งนั้นเป็นสีอะไร แล้วเราอยู่แถวไหน เพราะถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่น่าไว้ใจขึ้นผู้ปกครองจะได้ให้ความช่วยเหลือเราได้ทัน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *