แฉ!!!กลลวงฟิตเนส!! และเคล็ดลับการออกกำลังกายให้ตลอดรอดฝั่ง

แฉ!!!กลลวงฟิตเนส!! และเคล็ดลับการออกกำลังกายให้ตลอดรอดฝั่ง
เวลาที่เราไปเดินเล่นตามห้างแล้วได้รับแจกใบปลิวสักสิบใบ หนึ่งในนั้นต้องมีฟิตเนสค่ะ นั่นแสดงว่าทุกวันนี้คนเราหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนเมือง สังเกตุได้จากการขยายตัวของกิจการประเภทนี้เติบโตเบ่งบานไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นห้างใหญ่ๆดังๆมีแทบทุกที ตามสโมสร ย่านชุมชน(มีอันจะกิน) และไม่เว้นแม้แต่ในสถานศึกษา
คนที่งานยุ่งหน่อยอาจจะคิดว่าหาเวลาว่างสัก 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไปออกกำลังกายบ้างคงจะดี และเมื่อคิดได้ดังนั้นคุณจึงยอมให้ฟิตเนสพวกนั้นตัดยอดเงินจากบัตรเครดิตของคุณไป(เป็นเทคนิคการหาลูกค้าค่ะ เดี๋ยวจะบอกทีหลังว่าทำไมต้องตัดจากบัตรเครดิต) เมื่อยอดเงินจากบัตรถูกตัดไปแล้ว คุณก็ต้องเข้าไปใช้โรงยิมให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้…แต่เมื่อเวลาผ่านไปสัก 1 เดือนหลังจากไปใช้บริการฟิตเนสจน(คิดว่า)คุ้มค่าคุณก็จะร้องบอกกับตัวเองว่า….ฉันต้องการเวลาพักผ่อน…จากนั้นก็น้อยครั้งเหลือเกินที่คุณจะย่างกรายเข้าไปอีก….ทว่าบัตรเครดิตของคุณนั้นก็ยังคงมียอดเรียกเก็บต่อไป…ต่อไป…และต่อๆไป จนกว่าจะครบ 1 ปี กว่าที่จะรู้ตัวคุณก็เผลอจ่ายเงินค่าบัตรเครดิตจนเพลิน อย่างดีหน่อยก็เดือนหรือสองเดือน ซึ่งแน่นอนที่สุดว่ามันเรียกเงินตรงส่วนนี้คืนไม่ได้แน่ๆ ถ้าอย่างนั้นเมื่อคุณไม่ไปเล่นฟิตเนสแล้ว….ก็ยกเลิกเสียสิ….ง่ายจะตาย!
แต่ทางบริษัทฟิตเนสจะไม่ยกเลิกให้คุณหรอกค่ะ และจะยังตัดเงินที่คุณไม่ได้ใช้ต่อไปจนครบ 1 ปี
ที่เป็นอย่างนั้น็เพราะว่า……….ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสถานออกกำลังกายพวกนี้ ต้องมีการเซ็นสัญญา และสัญญาฟิตเนสทุกๆที่บนโลกนี้เป็นสัญญารายปีค่ะ หรืออย่างน้อยก็ราย 6 เดือน 3 เดือน แล้วแต่ลูกเล่นของบริษัท แต่เซลล์ขายคอสจะบอกกับคุณว่าทางเราจะตัดยอดเงินเป็นรายเดือน แต่ละไว้ว่าสัญญาเป็นรายปีนะคุณ (หนำซ้ำบางรายยังบอกอีกว่าสามารถยกเลิกได้) หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือผ่อนจ่ายค่าสมาชิกฟิตเนสรายปีราคา 2X,XXX จำนวน 12 งวดนั่นแหละ….
ที่น่าเจ็บใจก็ตรงที่ว่าเมื่อคุณไปรื้อๆค้นๆคู่สัญญามาดูก็พบว่ามีข้อความว่า “รายปี” ระบุอยู่จริงๆด้วย…จบ!
มาถึงทางแก้กันบ้างค่ะ
– ดูสัญญาให้ดีก่อนจะเซ็นอะไรลงไป แต่ถ้าหลวมตัวไปแล้วล่ะ?
– ยกเลิกบัตรเครดิตมันเสียเลย! หรือ
– ตั้งหน้าตั้งตาออกกำลังกายต่อไปให้คุ้มค่า ยอมรับว่าวิธีที่ 2 เป็นวิธีที่รุนแรงมาก และไม่เป็นผลดีกับคุณเลยเพราะหากคุณเป็นคนที่ต้องทำธุระกรรมผ่านบัตรผ่านแบงค์ทั้งหลาย คุณก็จะต้องเสียเวลาในการสมัครใหม่ ขอวงเงินใหม่ และติดต่อกับลูกค้าใหม่ อีกเรื่องก็คือเสียดายคะแนนสะสมที่มีในบัตร ดังนั้นไหนๆก็ไหนๆแล้วเรามาพลิกวิกฤติด้วยการออกกำลังกายดีกว่าค่ะ
ก่อนอื่นเลยเรามี 7 วิธีการที่จะทำให้คุณไม่เลิกล้มและย่อท้อในการออกกำลังกายไปเสียก่อนค่ะ
1. เขียนเป้าหมายของตัวเอง – จดลงไปในโพสอิทเลยค่ะว่าตั้งแต่นี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ คุณจะลดน้ำหนักให้ได้กีกิโลฯ หรือจะเพิ่มขนาดมัดกล้ามที่แขนและหน้าท้อง จดให้เหมือนๆกันทุกแผ่นนะคะ หรือถ่ายสำเนามันซะเลย จากนั้นก็แปะอวดสายตาคุณเองให้ทั่ว เอาวนที่ๆคุณเห็นมันได้บ่อยๆน่ะ อาทิเช่น โต๊ะทำงาน หน้ากระจก หัวนอน ในรถ หรือหน้าฝากแฟนก็แล้วแต่สะดวก แต่ขอย้ำว่าแปะให้ได้ทุกที่ค่ะ
2. หาบัดดี้หรือคู่หู – จำเป็นเหมือนกันนะคะ(แต่ไม่แนะนำให้เป็นแฟน นอกจากว่าแฟนคุณจะบ้าออกกำลังกายขั้นเทพ) เมื่อใดที่เราขี้เกียจไปออกกำลังกาย แต่เราก็ยังอยากออกไปเพื่อที่จะได้พบเพื่อน และเพื่อนคุณนั่นแหละที่จะบอกกับคุณว่า…แกไปเปลี่ยนชุดมาเล่นเป็นเพื่อนหน่อยสิ
3. ติดตามผล – จากข้อที่ 1 คุณควรทำบันทึกไว้และเมื่อผ่านไปสัก 2 สัปดาห์หรือนานในระดับหนึ่งแล้วก็ลองเปรียบเทียบดู มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นบ้างแหละ อย่างน้อยคุณก็กระปรี้กระเปร่าและแอคทีฟตลอดเวลา…จากนั้นนำสิ่งนั้นมาเป็นกำลังใจให้ตัวคุณเอง
4. ค่อยๆเป็นค่อยๆไปดีกว่า – อย่าหักโหมค่ะ จำไว้ว่าคุณไม่ได้เป็นนักกีฬาอาชีพ คุณยังมีเรื่องอื่นให้ดูแลรับผิดชอบ หากคุณทรุดลงเพราะออกกำลังกายอาจทำให้คุณไม่มีแรงจูงใจในการออกกำลังกายได้
5. รู้จักตัวเอง – คุณต้องทราบให้ได้ว่าช่วงเวลาไหนที่คุณจะออกกำลังกายได้โดยที่ไม่กระทบกับหน้าที่หลักและสภาพร่างกายของคุณเอง เช่นบางคนชอบวิ่งตอนเช้าๆ จะทำให้สดชื่นและมีแรงทำงานต่อ แต่บางคนเมื่อยขบมาจากการนั่งหลังขดหลังแข็งทั้งวัน จึงชอบที่จะออกไปยืดเส้นยืดสายตอนเย็นมากกว่า
6. ยืดหยุ่นบ้างอะไรบ้าง – หากมีเหตุจำเป็นจริงๆที่ทำให้วันนี้คุณไปออกกำลังกายไม่ได้ เช่นติดประชุม มีนัดกับคุณแม่ หรือฝนตกรถติด อย่าได้รู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำมัน…คุณสามารถชดเชยได้ด้วยการหาเวลาสัก 20 นาทีทำโยคะที่บ้าน ยืดกล้ามเนื้อ ยกเวท หรือซิตอัฟ เพื่อให้สบายใจ
7. หยุดพักเสียบ้าง – ไม่ใช่ว่าคุณจะทำงาน 5 วัน แล้วพอเสาร์ – อาทิตย์ก็ไปขลุกอยู่ที่โรงยิมฟรือฟิตเนสจนกลายเป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ไปซะงั้น ควรหาวันว่างสักวันหนึ่งของสัปดาห์ให้ร่างกายได้พักอย่างแท้จริง อาจไปดูหนัง อ่านหนังสือ ช็อปปิ้ง พบปะเพื่อนฝูง อยู่กับครอบครัว หรือนอนหลับได้ก็ยิ่งดีค่ะ…..^^
จบค่ะ….เหนื่อยเลย หวังว่าเพื่อนๆจะได้รับความเพลิดเพลินจากบทความนี้นะคะ และนอกจากนั้นยังแอบหวังว่ามันจะมีประโยชน์ในแง่ของสุขภาพกับใครๆบ้างล่ะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *