แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon)

แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon)

แกรนด์แคนยอน ถือเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลกและยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในอนุรักษ์สถานของโลก โดยตามสภาพภูมิศาสตร์และการลงมติของสหประชาชาติ สำรวจพบสถานที่แห่งนี้ เมื่อปี ค.ศ.1776 ปีเดียวกับที่อเมริกาประกาศเอกราชจากอังกฤษ แต่เพิ่งมารู้ว่ามีแม่น้ำโคโรลาโดไหลผ่านในปี ค.ศ1857 แม่น้ำโคโลราโดไหลจากทิศเหนือไปใต้สู่ทะเลสาบมี๊ด ระยะทางประมาณ 200 ไมล์ Grand Canyon ถูกจัดให้เป็นวนอุทยานแห่งชาติของสหรัฐซึ่งตั้งอยู่รัฐเเอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา
แกรนด์แคนยอนเป็นภูเขาที่มีลักษณะเป็นหินทรายแดงที่สึกกร่อนจากธรรมชาติจากแดดและฝน เป็นภูเขาที่ไม่มีต้นไม้เขียว มีลานบริเวณกว้างมีหน้าผาสลับซับซ้อนกันมากมายซื่งเป็นธรรมชาติที่สวยงามผู้ค้นพบเเห่งนี้ คือพันเอกจอห์นบลิว โพเวล เป็นผู้สำรวจชาวยุโรปที่ค้นพบดินแดนแห่งหินผาและหุบเหวเเห่งนี้ ปัจุบันเป็นเเหล่งที่เที่ยวสำคัญของเมืองเเอริโซน่าด้วย

การเกิดขึ้นของแกรนด์แคนยอน
แกรนด์แคนยอนเกิดขึ้นโดยอิทธิพลของแม่น้ำโคโลราโด ไหลผ่านที่ราบสูงทำให้เกิดการสึกกร่อนพังทะลายของหินเป็นเวลา 225 ล้านปีมาแล้ว เดิมทีแม่น้ำโคโลราโดมีสภาพเป็นลำธารเล็กๆที่ไหลคดเคี้ยวไป ตามที่ราบกว้างใหญ่ที่อยู่ระดับเดียวกับน้ำทะเล ต่อมาพื้นโลกเริ่มยกตัวสูงขึ้น อันเนื่องมาจากแรงดันและความร้อนอันมหาศาลภายใต้พื้น โลกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนรูป และกลายเป็นแนวเทือกเขากว้างใหญ่ การยกตัวของแผ่นดินทำให้ทางที่ลำธารไหลผ่านลาดชันขึ้นและทำให้น้ำไหลแรงมากขึ้น พัดเอาทรายและตะกอนไปตาม น้ำเกิดการกัดเซาะลึกลงไปทีละน้อยในเปลือกโลก วัดจากขอบลงไปก้นหุบเหวกว่า 1 ไมล์ ( ประมาณ 1,600 เมตร ) และอาจลึกว่าสองเท่า ของความหนาของเปลือกโลก ก่อให้เกิดหินแกรนิต หินชั้นแบบต่าง ๆ พื้นดินที่เป็น หินทรายถูกน้ำ และลมกัดเซาะ จนเป็นร่องลึกสลับซับซ้อนนานนับล้านปี เป็นแคนยอนงดงามน่าพิศวงเนื่องจากผลของดินฟ้าอากาศ ความร้อนเย็นซึ่งมีอิทธิพลรอบด้าน
ทางตะวันตกของแม่น้ำโคโลราโด มีลักษณะคดเคี้ยวไปมาและเป็นที่ตั้งส่วนหนึ่งของแกรนด์แคนยอนด้วย โดยยาวถึง 150-200 ไมล์ บริเวณนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุดจุดหนึ่ง ซึ่งก็คงเป็นเพราะทัศนียภาพที่แปลกตาของความลึกของหุบเขาและลักษณะของ แม่น้ำที่มีรูปร่างทรงกรวยและไหลเป็นหลั่น ๆ ชั้นลงไปโดยเกิดจากลาวาที่ทับถมจากภูเขาไฟเมื่อหลาย ล้านปีก่อนนั่นเอง
บริเวณหน้าผาของแกรนด์แคนยอน แม่น้ำโคโลราโดได้เดินทางมาบรรจบ กับแม่น้ำ”เวอร์จิน” ซึ่งเป็นที่ตั้งของทะเลสาบ “มี๊ด” ด้วย จุดนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดสิ้นสุดของแกรนด์แคนยอนเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดสำคัญทางธรณีวิทยาแห่งหนึ่ง ทั้งนี้เพราะสภาพบรรยากาศที่แปลกแตกต่างจากที่อื่นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบ กับที่ราบสูงโคโลราโดทางตะวันออก 2 จุดนี้เป็นจุดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นในด้านของโครงสร้าง ภูมิศาสตร์ หรือประวัติศาสตร์
ในทางใต้ของแม่น้ำสายนี้ จะเป็นทางลาดลงไปกว่า 3,000 ฟุต โดยเกิดจากดินทรายที่พัดพามาจากที่สูงแถบนี้เป็นที่ตั้งของที่ราบสูง “ตอนใต้” และห่างออกไป 70 ไมล์ก็เป็นที่ตั้งของช่องแคบ “อินเนอร์ กอร์จ”ที่เป็นรูปตัว “วี” แคบ ๆ และกว้าง 300 ฟุตนอกจากนี้สีสรรของสายน้ำก็ยังเปลี่ยนแปลงไปด้วย บางวันก็เป็นสีน้ำตาล บางวันก็เป็นสีเขียว ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนของตะกอนที่พัดพามาแต่ละวัน
นอกจากนั้น ในบริเวณซอกหลืบของหุบเขาน้อยใหญ่ยังมีการค้นพบร่องรอยอารยธรรม ของชาวอินเดียน แดงโบราณ ซึ่งยังมีลูกหลานดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม และบางส่วนก็ยังคงอยู่ที่ แกรนด์แคนยอน จนถึงทุกวันนี้ เช่น อินเดียนแดงเผ่า Hopis, Havasupais, Navajos, Hualapais, Paiutes, Pueblos เป็นต้น

จุดชมวิวของแกรนด์แคนยอน
แกรนแคนยอนมีหลายจุดให้เดินชม แต่ที่รู้จักกันทางตอนเหนือจะเป็น “นอร์ดริม” และทางตอนใต้ก็ “เซ้าริม” ทางตอนเหนือมีจุดชมวิว เส้นทางเดินที่สามารถสัมผัสธรรมชาติ หลายเส้นทาง แต่ถ้าสนใจเดินลงไปหาแม่น้ำ โคโรลาโด้ที่อยู่เบื้องล่างลงไประยะทางเดิน กว่า 13 กิโลเมตร จากจุดชมวิว เซ้าริมลงไปจากเบื้องบนวัดตามแนวดิ่งลงไปหาแม่น้ำลึก ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางเดินเป็นทางเดินภูเขาเป็นหิน และดินรุกรัง ตามเส้นทางมีสัตว์น้อยใหญ่ให้เห็นทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น นกป่า กระต่ายกวาง เป็นต้น ถ้าเดินเรื่อยๆไม่ส่งเสียงจะเห็นสัตว์ป่าเยอะที่เดียว และตามเส้นทางที่เดินนั้นสวยมาก

คำแนะนำ
ใครที่ไม่เคยเดินทางไกลมาก่อนไม่แนะนำให้เดินขึ้นลงในวันเดียว และถ้าจะเดินลงไปแม่น้ำควรออกเดินทางแต่เช้าตั้งแต่ตี 5 หรือ 6 โมงเช้า ถ้าออกสายจะเดินยังไม่ถึงจุดชมวิวที่สวยงามแต่จะค่ำเสียก่อนและเวลาไม่พอที่จะเดินกลับ และก็จะร้อนก่อนจะลงไปถึงด้านล่าง ทางตะวันตกของอเมริกา อากาศร้อนมาก อย่าลืมน้ำดื่ม และรองเท้าที่ใส่สบายที่สุด

การเดินทาง
การชมแกรนแคนยอนที่ได้จุใจต้องนั่งเฮลิปคอปเตอร์ชม เพราะแกรนดฝฝฝฝืแคนยอนเป็นสถานที่ที่ใหญ่มาก และการเดินชมและเดินลงไปด้านล่าง ทางวนอุทยานเขาจะมีลาบริการ ขี่ลาลงไป และหากจะเดินต้องเดินช่วงแรกช้าๆไม่เร่งเพราะเหนื่อยก่อนถึงจุดหมายปลายทาง แล้วก็ต้องใช้กำลังเดินต่อ

ฤดูท่องเที่ยว
ประมาณปลายปี เพราะอากาศไม่ร้อนมาก กำลังพอดี เหมาะแก่การเดินไปท่องเที่ยว
ทุกๆปีจะมีคนไปชมความมหัศจรรย์ของแกรนด์แคนยอนไม่ต่ำกว่าสองล้านคนเพราะสถานที่แห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็น1 ใน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกด้วย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *