เอเยอร์สร็อค (Ayers Rock)

เอเยอร์สร็อค (Ayers Rock) หรือ อูลูรู (Uluru) เป็นหินศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจินิส หรือ อะนานู มากว่า 40,000 ปี เป็นเขาเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษระกลมมนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางที่ราบ โดยวัดจากทางทิศตะวันออกไปตะวันตกได้ 3.1 กิโลเมตร วัดจากเหนือมาใต้ได้ 1.9 กิโลเมตร ส่วนสูง 348 เมตร และรอบฐานยาว 9.4 กิโลเมตร มีคนมาเที่ยวปีหนึ่งประมาณ 300,000 คน

ประวัติ
ค้นพบเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 1873 โดย วิลเลียม คริสตี้ กอสส์ ชื่อเอเยอร์สร็อค ตั้งให้เป็นเกียรติกับ เซอร์เฮนรี เอเยอร์ส หัวหน้า เลขานุการแห่งออสเตรเลียใต้
ในถ้ำใต้หินมีภาพวาดเก่าแก่ จากการศึกษาค้นคว้าด้านชีวิตและวัฒนธรรมประจำถิ่นของ ซี.พี.เมาท์ฟอร์ด ยืนยันว่า ภาพเขียนดังกล่าวไม่เกี่ยวกับความเชื่อ ทางศาสนาแต่แสดงถึงสัญลักษณ์ของชีวิตพวกเขาที่อาศัยอยู่แถบนี้มีความเชื่อว่าโลกแบน นอกจากนี้ ยังแสดงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษไว้เป็นอันมาก
ทางด้านใต้ ของหินเป็นเขตของพวกปิตชานด์จารา ซึ่งมีตำนานนิยายการรบระหว่างงูพรมกับศัตรูมีพิษอื่น ๆ สู้กันถึงเลือดนองแผ่นดิน
ทางด้านเหนือ มีตำนานเกี่ยวกับกระต่ายวัลลาบีหรือจิงโจ้หนู ซึ่งเป็นรูปแกะสลักที่คนเคารพนับถือ มีเรื่องรบราฆ่าฟันล้างแค้นกันระหว่างคนกับยักษ์
การปีนขึ้นไปบนหินจนถึงยอดทำได้โดยอาศัยโซ่เป็นเครื่องมือ ภูมิภาพมองจากยอดหินจะเป็นที่ราบโล่งเบื้องล่าง เอเยอร์สร็อคนั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจินิส ซึ่งเป็นชาวพื้นเมือง พวกเขาเชื่อว่าเอเยอร์สร็อคเป็นการรังสรรค์ของพระเจ้าที่ประทานให้กับชาวอะบอริจินิส การปีนป่ายจึงถือว่าเป็นการละเมิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้แต่เนื่องจากเป็นเพียงความเชื่อเท่านั้นจึงมี ผู้คนจากทุกสารทิศเป็นจำนวนมากที่ต้องการปีนไปถึงยอดเขา มีทั้งที่ปีนสำเร็จและไม่สำเร็จ ทั้งนี้ ชาวอะบอริจินิสได้ติดป้ายประกาศเตือน สำหรับผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงก็ไม่ควรฝึกปีนเพราะมีหลายครั้งที่เกิดอุบัติเหตุหรือการสูญเสียชีวิต การตั้งป้ายประกาศนี้อาจเป็นเพราะ ว่าชาวอะบอริจินิสเห็นว่าเมื่อไม่สามารถทัดทานการปีนเขาได้จึงป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสีย

ลักษณะของเอเยอร์สร็อค
เอเยอร์สร็อค มีลักษณะส่วนประกอบเป็นหินเชิงเดี่ยวหรือเป็นหินชนิดเดียว (เนื้อเดียว)ตลอดทั้งแท่ง(ก้อน) สีแดงเข้ม ที่ทำให้ประทับใจผู้ไปชมคือ ในตอนกลางวันอากาศปลอดโปร่งแจ่มใสจะปรากฎ เป็นแสงสะท้อนออกมาเป็นสีเหลืองทองให้เห็นบริเวณเดียว ถ้ามองที่ไกลๆ ออกมา
เอเยอร์สร็อคเกิดจากเม็ดหินที่เรียบและเล็กเป็นเม็ดแร่ที่ใส โดยวิธีการมารวมกันของหินต่างๆ หลายชนิดมารวมกัน ไม่ว่า จะเป็นหินสีเทา หินสีเขียว หินบะซอลต์ หินแกรนิต ฯลฯ ส่วนที่เกิดเป็นสีแดงนั้นเพราะอากาศ ฝุ่น น้ำ หรืออาจเรียกว่าหินเป็นสนิมก็ได้ และนั่นเป็นทำให้ เอเยอร์สร็อคกลายเป็นกระจกเงาที่สะท้อนแสงสีของอาทิตย์ เมื่อฝนตกน้ำฝนได้หลากจากหน้าผาสูงชันกัดเซาะมา กองรวมกันเป็นชั้นโดยมีโคลนเป็นตัวร่วมเป็นตัวรวมกันหนากว่า 2-6 กิโลเมตร เป็นเวลากว่าร้อยล้านปี จนเมื่อ 400 ล้านปีก่อนเมื่อ เกิดการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกครั้งใหญ่ ชั้นหินที่รวมตัวกัน อยู่ในแนวนอนเกิดการดันตัวจากที่เป็นแนวนอน แรงดันทำให้ชั้นหินเกิด การวางตัวในแนวตั้ง ต่อมาอีก 300 ล้านปี เมื่อฝนและลมชะเอาดินทรายออกไป ส่วนปลายของชั้นหินจึงปรากฎขึ้นมา ดังนั้นเอเยอร์สร็อค ที่เห็นอยู่จึงเป็นเพียงส่วนปลายของ ชั้นหินที่วางตัวยาวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ถึง 5-6 กิโลเมตร

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *