เหตุเกิดจากอ้วนลงพุง

เหตุเกิดจากอ้วนลงพุง

          ปัญหาของ “ความอ้วน” ที่ทราบกันดีก็คือเรื่องของโรคแทรกที่เรื้อรังตามมา ปัจจุบันความรุนแรงของโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของประชาชนรวมไปถึงการบริโภคอาหาร ทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีอัตราการอ้วนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ “โรคอ้วนลงพุง” หรือ “Metabolic Syndromes” ซึ่งกระทรวงสาธาณสุขได้ตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของประชาชนที่จะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในภาวะอ้วนลงพุง จึงมีการรณรงค์โครงการ “คนไทย ไร้พุง” หรือ “ลดอ้วน ลดโรค” เพื่อให้เห็นปัญหาสุขภาพที่จะตามมาในอนาต

โรคอ้วนลงพุงเป็นอย่างไร?
          อ้วนลงพุงเป็นภาวะความอ้วนที่มีไขมันสะสมบริเวณช่องท้องมากกว่าปกติ ทั้งยังมีสะสมในอวัยวะอื่นที่สำคัญในร่างกายและเกิดอันตรายได้ง่าย ภาวะอ้วนลงพุงเกิดได้แม้จะมีค่าดรรชนีมวลกาย BMI (Body Mass Index-BMI) ยังไม่สูงมากนัก ถ้าจะกล่าวตามภาษาชาวบ้านก็คือ คนที่อ้วนและมีไขมันสะสมที่พุงจนเพิ่มขนาดใหญ่จนไม่สามารถมองเห็นหัวแม่เท้าของตนเอง

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคอ้วนลงพุง?
          การวินิจฉัยว่าอ้วนลงพุงหรือไม่มีหลายเกณฑ์ สำหรับประเทศไทยใช้เกณฑ์เส้นรอบเอว คือ 
ชาย  > 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว และหญิง > 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว พร้อมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นอีก 2 ข้อใน 4 ข้อ ก็แสดงว่าเป็นโรคอ้วนลงพุง โดยปัจจัยเสี่ยง 4 ข้อนั้นคือ                                                                                                                  

     1. ระดับความดันโลหิต > 130/85 มม. ปรอท ขึ้นไป
     2. ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ตั้งแต่ 150 มก./ดก. ขึ้นไป (TG >150 mg/dl.) 
     3. ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร  > 100 มก. ดล. ขึ้นไป
     4. ระดับคอเลสเตอรอลชนิดดีในเลือด (High Density Lipoprotein-HDL)
           ชาย น้อยกว่า  40 มก./ดล. 
           หญิง น้อยกว่า 50 มก./ดล.

สภาวะอ้วนลงพุงในประเทศไทย 
          ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา พบว่าคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไปมีลักษณะอ้วนลงพุงประมาณร้อยละ 30 หรือ 12 ล้านคน นั่นหมายความว่าคนไทย 3 คน จะพบคนอ้วนลงพุง 1 คน และส่วนใหญ่พบในเพศหญิง โดยเฉพาะคนที่เกษียณอายุราชการแล้ว
          การศึกษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีพบว่าคนที่มี BMI 24.9-25.9 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ท้วมหรือเริ่มอ้วน จะมีผู้ที่อ้วนลงพุงประมาณร้อยละ 52.4 
          ถ้าใช้เส้นรอบเอวของคนเอเชีย ความชุก Metabolic Syndrome เพิ่มเป็น 29.3 เปอร์เซ็นต์

ปัญหาทางสุขภาพของโรคอ้วนลงพุง 
          เมื่ออ้วนลงพุงแล้วจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนลงพุง หรือเมทาโบลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) ซึ่งมีโอกาสเป็นโรคแทรกต่างๆ ได้มากกว่าคนอ้วนทั่วๆ ไป  ได้แก่
          โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ คนอ้วนจะหายใจได้อากาศน้อยกว่าคนปกติ เพราะผนังที่ทรวงอกหนาและหนัก ไขมันสะสมที่พุงขยายใหญ่จะดันปอดขึ้นด้านบน ทำให้การขยายตัวของปอดในแนวตั้งลดลง จึงต้องหายใจเร็วและแรงกว่าคนปกติ ทำให้เหนื่อย หอบ เพราะหายใจได้ลมน้อยจึงทำให้ปอดด้านล่างแฟบ การแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง เกิดการขาดออกซิเจนและทำให้การทำงานของสมองลดลงและหัวใจวายได้ มีการคั่งของคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดอาการซึม และสามารถหลับได้แม้ในขณะที่นั่งคุย หรือเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถได้ง่าย
           ดังนั้นเพื่อลดการตีบตันของทางเดินหายใจและการหยุดหายใจ ขณะนอนแต่ละคืนควรนอนในท่าตะแคงหรือกึ่งคว่ำกึ่งตะแคง และพยายามลดน้ำหนักลง ก็ช่วยแก้ปัญหาการนอนของคนอ้วนลงพุงได้  
          โรคเกี่ยวกับภาวะไขมันสูงในเลือดและโรคหัวใจ  เมื่ออ้วนก็จะมีไขมันสะสมในร่างกาย รวมทั้งอวัยวะต่างๆ ด้วย ส่วนหนึ่งของไขมันจะอยู่ในเลือด ปัญหาที่ตามมาคือมีภาวะไขมันสูงในเลือด และส่วนหนึ่งเกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดมีขนาดเล็กลงหรือตีบได้ การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายจึงไม่สะดวก หัวใจก็ต้องทำงานหนักในการสูบฉีดโลหิต ไม่นานก็จะเกิดโรคหัวใจตามมา
          โรคเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง คนอ้วนลงพุงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง 3 เท่าของคนปกติ จากการศึกษาพบว่าน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ ความดันตัวบนหรือซิสโตลิกจะเพิ่ม 7 มิลลิเมตรปรอท และถ้าลดน้ำหนักลง 1 กิโลกรัม  ความดันตัวบนจะลดลง 0.33 มิลลิเมตรปรอท และตัวล่างหรือไดเอสโตลิกลดลง 0.43 มิลลิเมตรปรอท นอกจากนี้ปัญหาที่ตามมาของความดันโลหิตสูงคือ โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ ฯลฯ
          โรคเบาหวาน คนอ้วนจะมีระดับอินซูลินสูงกว่าธรรมดา และระดับน้ำตาลในเลือดสูงเพิ่มขึ้นด้วย ในขณะที่คนปกติที่มีระดับอินซูลินสูง แต่น้ำตาลในเลือดจะต่ำ สภาพเช่นนี้เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน และอาจจะเป็นเบาหวานได้ถ้าไม่ลดน้ำหนัก เพราะฉะนั้นคนอ้วนที่เป็นเบาหวานในระยะแรกๆ จึงแนะนำให้ลดน้ำหนัก ซึ่งจะทำให้อาการเบาหวานลดลงโดยไม่ต้องใช้ยา ถ้าลดน้ำหนักลงไม่ได้ การควบคุมระดับน้ำตาลจะทำได้ยาก มีการดื้อต่อยาเบาหวาน และเกิดโรคแทรก เช่น โรคไต โรคตับ ภาวะไขมันสูงในเลือด โรคเกี่ยวกับตา เป็นต้น
          โรคตับ โดยทั่วไปในตับจะมีไขมันสะสมเกินร้อยละ 5 ของน้ำหนักตับ ถ้ามีไขมันเกาะมากกว่าปกติเรียกว่า โรคไขมันเกาะตับ (Fatty Liver Disease) ทำให้เกิดอาการตับอักเสบและมีการตายของเนื้อเซลล์ อันนำไปสู่การเกิดพังผืดและตับแข็ง หากทิ้งไว้นานตับจะเสื่อมมากขึ้นและเกิดภาวะตับวายหรือเป็นมะเร็งตับได้  ซึ่งยังไม่มีการรักษาโรคไขมันเกาะตับโดยเฉพาะ แต่ที่ได้ผลสูงสุดคือการลดน้ำหนัก ถ้าลดน้ำหนักตัวลงร้อยละ 10 ของน้ำหนักเดิมจะช่วยให้ความผิดปกติของตับลดลง โดยการลดน้ำหนักที่ดีคือการควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทแป้งและไขมัน และเพิ่มการออกกำลังกายให้มากขึ้น 
           โรคไต เมื่ออ้วนจะทำให้ไตทำงานหนักมากขึ้น  เกิดความผิดปกติทางพยาธิสภาพของเนื้อไต มีการคั่งของโซเดียม ร่างกายจึงเก็บน้ำไว้ในตัวมาก เป็นผลให้ความดันโลหิตสูง การที่ไตดูดซึมเอาโซเดียมเพิ่มเป็นเพราะความผิดปกติของฮอร์โมนที่ไต นอกจากนี้อาจมีไข่ขาวรั่วออกมาทางปัสสาวะ แสดงถึงความผิดปกติของหลอดเลือดฝอยในเนื้อไต และถ้าปล่อยให้มีการรั่วของไข่ขาวอย่างต่อเนื่อง ไตจะเสื่อมได้ ดังนั้นการลดน้ำหนัก ควบคุมความดันโลหิต  ควบคุมระดับน้ำตาล จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไตได้ 
           โรคกระดูกและข้อ ส่วนสูงและน้ำหนักมีความสัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดความสมดุลในการรับน้ำหนักของกระดูกและข้อได้พอเหมาะ การมีน้ำหนักตัวเพิ่มหรืออ้วน กระดูกและข้อจึงต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดที่ข้อเข่า ข้อเท้า และปวดหลัง เคลื่อนไหวไม่คล่องตัว ถ้าลดน้ำหนักลง อาการต่างๆ จะดีขึ้น
            นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโรคที่คนอ้วนลงพุงอาจเป็นได้ เช่น โรคเกาต์ โรคผิวหนัง หรือเมื่อมีเหตุต้องผ่าตัดจะเกิดปัญหา เพราะผ่าตัดยากและแผลหายช้า นอกจากปัญหาทางสุขภาพดังกล่าวแล้ว ยังมีปัญหาในด้านเศรษฐกิจ สังคม และจิตใจตามมาอีกด้วย 
           จากสถิติคนไทยมีอัตราการอ้วนลงพุงเพิ่มมากขึ้นนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีโครงการ “คนไทย ไร้พุง” “ลดพุง ลดโรค” รณรงค์ให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และข้าราชการ ตระหนักถึงพิษภัยที่ตามมาจากโรคอ้วนลงพุง และหาแนวทางลดน้ำหนักเพื่อลดปัญหาของสุขภาพที่จะตามมาในอนาคต 
           เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว คุณจะถนอมพุงไว้หรือจะกำจัดออกไป?

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *