เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง

เส้นทางต่อสู้ค้าส่งค้าปลีกรายย่อยยุคค้าปลีกข้ามชาติสยายปีกเต็มเมือง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 พฤษภาคม 2550 09:57 น.

ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งรายย่อยเมืองไทยเริ่มระส่ำระสายหลังจากที่เกิดศูนย์การค้าดิสเคาน์สโตร์ขนาดใหญ่เต็มบ้านเต็มเมือง การต่อสู้ระหว่างค้าปลีก ค้าส่งสัญชาติไทย กับ ดิสเคาน์สโตร์ข้ามชาติ ไม่ได้ทำให้เลือดนักสู้อย่างผู้ประกอบการคนไทยยอมแพ้แต่อย่างใด และวันนี้ เรามีตัวอย่างการต่อสู้ของผู้ประกอบการ ร้านค้าส่งและค้าปลีกรายย่อยย่านดอนเมืองที่ห้อมล้อมไปด้วยค้าปลีกรายใหญ่ และร้านสะดวกซื้อมากกว่า 5 แห่งที่เปิดอยู่รอบบ้าน ว่าเขาสามารถยืนยัดต่อสู้กับการแข่งขันที่ดุเดือดได้อย่างไร

กลยุทธ์ราคาแม่เหล็กดึงดูดลูกค้า

“อากู๋” นายสมเกียรติ คงถวารนันต์ เจ้าของร้านธนกิจ (อากู๋) เริ่มต้นทำการค้าเมื่อ 24 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากร้านเล็ก ลงทุนเพียง 6,000-7,000 บาท ขายปลีกสินค้าทั่วไปรายได้เพียง 200-300 บาท แต่อาศัยว่า อากู๋ เป็นคนขยัน เปิดร้านทุกวันไม่เคยปิดร้านแม้แต่วันเดียวแม้แต่วันสำคัญต่างๆ โดยยึดแนวคิดที่ว่าการเปิดร้านทำให้เรามีรายได้เข้ามาทุกวัน จากร้านค้าปลีกขนาดเล็กค่อยโตจนสามารถขยายกิจการเกิดเป็นร้านค้าส่งอยู่บนตึก3ชั้นราคากว่า 8 ล้านบาท เป็นที่รู้จักของร้านค้าปลีกรายย่อยย่านดอนเมือง สำหรับสินค้าหลักของร้านธนกิจ ในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม เบียร์ เหล้า บุหรี่ และอื่นๆที่มาเสริม ประกอบด้วย ข้าวสาร มาม่า หรือ ขนมขบเคี้ยว

อากู๋ เล่าว่า วันนี้ การทำการค้าของเราไม่ได้ง่ายเหมือนในอดีต เพราะร้านของเราห้อมล้อมไปด้วยร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ที่เปิดให้บริการอยู่รอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็น โลตัส บิ๊กซี แมคโคร หรือ ในส่วนของร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการไปทุกหย่อมหญ้า ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ ซึ่งจะว่าเราไม่กระทบเลยก็ไม่ใช่ แต่ไม่ได้กระทบมาก เพราะรายได้วันนี้ไม่ได้ตกลงไปมากนัก

“หลายคนอาจจะสงสัยว่า อากู๋เก่งทำได้อย่างไร ซึ่งเคล็ดลับไม่ได้มีอะไรมากประการแรก ราคาขายของเราต้องไม่แพงไปกว่าร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เหล่านั้น ซึ่งราคาของเราขณะนี้สามารถการันตีได้ว่าสามารถทำได้ราคาได้ใกล้เคียง หรือ ถูกกว่าที่ขายในศูนย์การค้า ที่เรายังสามารถทำราคาได้ ส่วนหนึ่งมาจากการซื้อสินค้าครั้งละจำนวนมากและติดต่อโดยตรงกับบริษัทผู้จำหน่าย และไม่มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเหมือนกับในศูนย์การค้าประหยัดต้นทุนไปได้ส่วนหนึ่ง ที่สำคัญเราขายเอาจำนวนในขณะที่กำไรต่อชิ้นไม่ได้มาก โดยทั่วไปกำไรของร้านค้าส่งต่างจากค้าปลีกมาก ซึ่งค้าส่งทั่วไปตั้งกำไรไว้ประมาณ 2-3% เท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสินค้าจะราคาเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนภายในร้านจำนวนมาก ในขณะที่กำไรต่อหน่วยยังเท่าเดิม ดั้งนั้น การทำธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกในปัจจุบันจึงต้องมีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก ซึ่งเจ้าของร้านจะต้องรู้จักที่จะบริหารเงินให้เป็นด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง

มัดใจลูกค้าด้วยบริการ

การเอาใจใส่ สนใจ และเอาอกเอาใจลูกค้าเป็นเรื่องจำเป็นมากเช่นเดียวกับราคา บางครั้งก็ต้องมีให้บริการเงินเชื่อบ้าง แต่เราจะพยายามควบคุมเรื่องเงินเชื่อให้ไม่เกิน 20% โดยมากเงินเชื่อจะมาจากลูกค้าเตรียมเงินมาไม่พอ ขาด 300 -500 บาท ก็ติดไว้ ไม่ใช่เงินเชื่อเป็นหลักพันหรือหลักหมื่นบาท และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ายังคงเลือกซื้อสินค้าจากเราแทนการซื้อจากห้าง คือ การบริการแบบดิลิเวอรี่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะโทรศัพท์สั่งซื้อสินค้าแทนการมาซื้อสินค้าด้วยตัวเอง ทางร้านจะมีบริการรถจัดส่งให้ การจัดส่งสินค้าจะส่งเฉพาะในย่านดอนเมืองเท่านั้น

ในขณะที่การซื้อที่ศูนย์การค้าแม้ว่าจะราคาถูกกว่าแต่ต้องฝ่าการจราจรไปซื้อเองและไม่มีบริการขนส่งและต้องขนของเอง ทำให้ลูกค้ายังคงเลือกที่จะซื้อจากร้านขายส่งรายย่อยที่อยู่ใกล้บ้านแม้ว่าราคาจะแพงกว่า ยิ่งถ้าได้ราคาที่ถูกกว่าเชื่อว่าหลายคนคงจะหันมาใช้บริการร้านค้ารายย่อยมากขึ้นอย่างแน่นอน และการที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ยิ่งเป็นโอกาสให้กับร้านค้าย่อยที่มีบริการส่งสินค้าได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

เพิ่มขึ้นของค้าปลีกรายย่อย

อากู๋ เล่าให้ฟังว่า แม้ว่าปัญหาของค้าปลีกข้ามชาติ และร้านสะดวกซื้อที่เกิดขึ้นใหม่จำนวนมาก แต่จำนวนร้านค้าปลีกรายย่อยที่เกิดใหม่ก็ยังเพิ่มขึ้นมาก เช่นกัน ซึ่งในย่านดอนเมือง ในซอยโกสุม 6 มีร้านค้าปลีกรายย่อยทั้งรายเก่าและเกิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 40 ร้าน แสดงว่าร้านค้าปลีกรายย่อยสามารถขายได้แม้ว่าการแข่งขันจะสูงมากก็ตาม เพราะยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่ต้องพึ่งพาร้านค้าปลีกรายย่อยเหล่านี้

ในการซื้อเครื่องดื่ม เหล้า บุหรี่ มาม่า ขนมขบเคี้ยว หรือ ซื้อของเล็กๆน้อย การเกิดของค้าปลีกรายย่อยจำนวนมาก ในขณะที่ยอดขายของแต่ละร้านก็ลดน้อยเฉลี่ยกันไป เพราะใครใกล้ร้านไหนหรือ ใครมีอะไรมัดใจลูกค้า ก็จะซื้อร้านนั้น ส่วนร้านอากู๋นั้นมีทั้งขายส่งและขายปลีกด้วย ซึ่งราคาขายปลีกตั้งราคาไม่แพง ลูกค้าใกล้ก็จะเลือกมาซื้อที่ร้านของเรา

สาเหตุที่ยอดขายของอากู๋ยังไม่ตกมากนัก ส่วนหนึ่งมาจากร้านค้าปลีกรายย่อยที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้ได้จำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้น แต่การสั่งซื้อของแต่ละรายนั้นจำนวนน้อยลงไปบ้าง เพราะมีร้านเกิดขึ้นใหม่มากขึ้น ยอดขายของแต่ละร้านลดน้อยเฉลี่ยกันไป

อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของร้านสะดวกซื้อนั้น กระทบค้าปลีกรายย่อยบ้างเพราะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ลูกค้าสามารถจะเข้ามาใช้บริการเวลาไหนก็ได้ แต่สิ่งที่ค้าปลีกรายย่อยมี คือ การบริการที่เป็นกันเองคุ้นเคยกับลูกค้า บางครั้งมีเงินไม่พอติดไว้ก่อนได้ และใกล้บ้านหรือ สินค้าบางอย่างไม่สามารถซื้อในร้านสะดวกซื้อได้

การแข่งขันที่ดุเดือดในธุรกิจค้าปลีกยังดำเนินต่อไป แต่สำหรับความเก่าแก่ของร้านค้าย่อยที่เปิดมานานกว่า 20-30 ปี ความคุ้นเคยเป็นสิ่งที่ช่วยมัดใจลูกค้าได้มากกว่า เหตุผลใดทั้งปวง อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าคนไทยด้วยกันจะช่วยสนับสนุนธุรกิจของคนไทยด้วยกัน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *