เศรษฐกิจพอเพียง : จากการวิวัฒน์สู่แนวปฏิบัติ (2)

เศรษฐกิจพอเพียง : จากการวิวัฒน์สู่แนวปฏิบัติ (2)
บทความ โดย ดร.ไสว บุญมา ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3905 (3105)
ความบกพร่องของเศรษฐกิจกระแสหลักและทางแก้ไข ในปัจจุบันนี้ทุกประเทศทั่วโลกยกเว้นเกาหลีเหนือ และคิวบายึดระบบตลาดเสรีเป็นแนวบริหารจัดการเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามการใช้ระบบนี้มีความแตกต่างกันออกไปในรายละเอียด โดยเฉพาะด้านบทบาทของรัฐ อะดัม สมิท เสนอให้รัฐจำกัดบทบาทของตนให้อยู่เฉพาะในสิ่งที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น นั่นคือ ทำเฉพาะในสิ่งที่เอกชนไม่ควรทำ เช่น การบริหารและการป้องกันประเทศและการดำเนินงานด้านการควบคุมกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามประเทศที่จำกัดบทบาทของรัฐตามคำเสนอแนะของอะดัม สมิท มีเพียงส่วนน้อย
ทั้งที่มีฐานมั่นคงและอยู่คู่กับสังคมมนุษย์มาช้านาน ระบบตลาดเสรีมีข้อบกพร่องหลายอย่างซึ่งสร้างปัญหาขึ้น หากไม่แก้ไขปัญหานั้นจะทำให้สังคมมนุษย์ไม่ยั่งยืน ในปัจจุบันปัญหาสำคัญยิ่งเป็นผลมาจากการแสวงหากำไร ที่นำไปสู่ความร่ำรวยแบบไร้จริยธรรม และการบริโภคแบบสุดโต่ง เท่าที่ผ่านมาการแสวงหากำไร และการบริโภคเป็นหัวจักรสำคัญของการขับเคลื่อนความก้าวหน้าต่างๆ ความจริงข้อนี้เป็นที่ยอมรับของปราชญ์ รวมทั้งอะดัม สมิท เองด้วย อย่างไรก็ตามในสมัยของอะดัม สมิท โลกมีประชากรเพียง 800 ล้านคน และโดยเฉลี่ยแต่ละคนบริโภคน้อยกว่าประชากรในปัจจุบันซึ่งมีถึง 6.4 พันล้านคน และยังเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งแต่ละคนยังต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นด้วย
เนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าถ้าประชากรโลกต้องการบริโภคแบบเกินความจำเป็น สูงดังที่ชาวอเมริกันทำกันในปัจจุบันนี้ เราจะเอาทรัพยากรที่ไหนมาสนองความต้องการอย่างเพียงพอ ในขณะนี้มีชาวโลกเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่บริโภคในระดับเดียวกับชาวอเมริกัน แต่โลกก็เริ่มขาดทรัพยากร จนถึงกับทำสงครามแย่งชิงกันแล้ว สงครามในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลกับชาวอาหรับหลายครั้ง มีการแย่งน้ำเป็นปัจจัยหนึ่งซึ่งอยู่เบื้องหลัง สาเหตุสำคัญที่รัฐบาลอเมริกันส่งทหารเข้าไปในอิรัก คือการครอบครองน้ำมันในย่านตะวันออกกลาง
เทคโนโลยีใหม่เอื้อให้การแสวงหากำไรและความร่ำรวยเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลัน ผู้ที่มีความสามารถ และเข้าถึงข่าวสารข้อมูลได้เร็วจะสร้างกำไรและความร่ำรวยได้ทันตาเห็น ทำให้โลกมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นแทบทุกวัน แต่ในขณะเดียวกันความยากจนแสนสาหัสยังแพร่กระจายอยู่ทั่วไปทั้งโลก ความรู้สึกไม่เป็นธรรมอันเกิดจากความเหลื่อมล้ำอย่างร้ายแรง ระหว่างประเทศและระหว่างกลุ่มชนต่างๆ ภายในสังคมเดียวกันกำลังสร้างความตึงเครียดทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศ ความตึงเครียดนี้จะผลักดันให้เกิดการรบราฆ่าฟันกันเพิ่มขึ้น
ความบกพร่องของระบบตลาดเสรีเป็นที่รู้กันมานานในหมู่ของปราชญ์รวมทั้งอะดัม สมิท เองด้วย เนื่องจากเขาเป็นอาจารย์ทั้งทางด้านจริยศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ เขาจึงเน้นการแก้ไขโดยการใช้จริยธรรมเป็นหลัก ดังที่อ้างถึงแล้ว ในสมัยของอะดัม สมิท ประชากรโลกมีเพียง 800 ล้านคน และโดยเฉลี่ยแต่ละคนบริโภคน้อยกว่าในยุคปัจจุบัน ฉะนั้นการที่ปราชญ์ไม่ค่อยแสดงความวิตกถึงความจำกัดของทรัพยากรจึงเป็นสิ่งที่พอเข้าใจได้ แต่ในยุคนี้โลกมีประชากรกว่า 6.4 พันล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าทุกคนบริโภคเกินความจำเป็นมากๆ โลกย่อมไม่มีทรัพยากรเพียงพอ ความจริงข้อนี้เป็นที่ยอมรับในหมู่ของปราชญ์และกระตุ้นให้เกิดการแสวงหาทางแก้ไข เศรษฐกิจพอเพียงเป็นผลของการแสวงหานี้และเป็นแนวคิดที่จะแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด
กรอบและส่วนประกอบของแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงมีส่วนประกอบสำหรับพิจารณา 5 ส่วนด้วยกันคือ การมีความรู้ การมีคุณธรรม/จริยธรรม การมีความพอประมาณ การมีเหตุผลและการมีภูมิคุ้มกัน “ความรู้” เป็นส่วนประกอบที่มีขอบเขตกว้างมาก จึงจะยกมาเพียง 3 ด้านเท่านั้น ด้านแรกเป็นความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต เช่น รู้ว่าร่างกายต้องการอะไรในแต่ละวัน อาหารชนิดไหนมีประโยชน์ สิ่งไหนให้โทษต่อร่างกาย สิ่งแวดล้อมชนิดไหนควรหลีกเลี่ยง ปริมาณของการออกกำลังกายและการพักผ่อน เป็นต้น
ด้านที่สองเกี่ยวกับความรู้ทางด้านเทคนิคสำหรับประกอบอาชีพ ความรู้ด้านนี้ส่วนใหญ่ได้จากการเรียนในสถาบันการศึกษา เสริมด้วยการฝึกฝนนอกสถาบันและการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ในยุคปัจจุบันองค์ความรู้ด้านเทคนิคเปลี่ยนแปลงเร็ว ฉะนั้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นหลักที่จะต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ความรู้ด้านเทคนิค และหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นที่ยอมรับว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบตลาดเสรีมานานแล้ว อะดัม สมิท จึงเขียนไว้อย่างละเอียดในหนังสือของเขาเรื่อง The Wealth of Nations นอกจากนั้นเขาเองเป็นแบบอย่างที่ดี ของผู้ที่ศึกษาหาความรู้ตลอดชีวิตถึงขนาดก่อนตายเขาแสดงความเสียใจว่า เขายังศึกษาบางวิชาไม่สำเร็จ
ด้านที่สามเกี่ยวกับข่าวสารข้อมูลซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของตลาดเสรี นั่นคือทั้งผู้ซื้อและผู้ขายในตลาด จะต้องมีข่าวสารข้อมูลทัดเทียมกัน มิฉะนั้นจะเกิดการเอาเปรียบและการผูกขาดซึ่งจะทำให้ตลาดขาดประสิทธิภาพ ข่าวสารข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากการติดตามวิวัฒนาการด้านต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะจากการอ่าน ในยุคของอะดัม สมิท การอ่านและการเข้าร่วมสมาคมเพื่อพบปะกับสมาชิกในสังคมเป็นวิธีติดตามข่าวสารข้อมูลหลักซึ่งเขาถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ในยุคนี้ระบบอินเทอร์เน็ตมีข่าวสารที่ทันกับเหตุการณ์ ฉะนั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญยิ่ง นอกจากนั้นในยุคนี้มีการชักจูงด้วยวิธีต่างๆ อย่างเข้มข้น ให้คนคิดว่าตนมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สินค้าใหม่ๆ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเลย ผู้ถูกชักจูงจะต้องรู้ทัน
“คุณธรรม/จริยธรรม” เป็นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม เรื่องนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด อะดัม สมิท เองย้ำเน้นเรื่องนี้เป็นพิเศษถึงกับเขียนหนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อ The Theory of Moral Sentiments เพื่อเป็นตำราวิชาจริยศาสตร์ และแสดงความวิตกออกมาอย่างแจ้งชัดว่า การแสวงหากำไรเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง และการบูชาคนรวย จะนำไปสู่ความเสื่อมของคุณธรรม/ จริยธรรม นอกจากมีความรู้ชั้นปราชญ์แล้ว อะดัม สมิท เป็นผู้ดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบของคุณธรรม/จริยธรรมอย่างเคร่งครัด ครอบครัวขุนนางชั้นสูงของอังกฤษครอบครัวหนึ่ง จึงจ้างให้เขาเป็นครูแบบกินอยู่ประจำเพื่อสอนเด็กในครอบครัว
ส่วนประกอบอีกสามด้านเกี่ยวพันกันสูงมาก “ความพอประมาณ” เป็นส่วนประกอบที่ให้นิยามแบบเฉพาะเจาะจงได้ยาก จึงจะกล่าวถึงต่อไปในตอนที่เกี่ยวกับแนวปฏิบัติ ส่วน “ความมีเหตุผล” มีความหมายแจ้งชัดภายในตัวของมันเองอยู่แล้ว โดยธรรมชาติมนุษย์เรามีทั้งอารมณ์และเหตุผล การดำเนินชีวิตประจำวันต้องวางอยู่บนฐานของเหตุผล คนเราจึงจะอยู่ได้อย่างสงบสุข “ภูมิคุ้มกัน” มีความสำคัญยิ่งขึ้นในยุคนี้เพราะมีความเสี่ยงสูง ในยุคก่อนซึ่งคนส่วนใหญ่ ทำหลายอย่างเป็น และดำเนินชีวิตบนฐานของการร่วมมือกันในครอบครัวขนาดใหญ่ และในชุมชนขนาดเล็ก ความเสี่ยงมีค่อนข้างต่ำ แต่ยุคปัจจุบันยึดการแบ่งงานกันทำเป็นหลัก คนส่วนใหญ่จึงทำได้เพียงอย่างเดียว
พร้อมกันนั้นสภาพสังคมได้เปลี่ยนไปจากการมีครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีคนหลายรุ่นอยู่ร่วมกันและช่วยเหลือกัน ไปเป็นครอบครัวขนาดเล็กที่มีคนเพียงรุ่นเดียวหรือสองรุ่นเท่านั้น และจากชุมชนขนาดเล็กที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไปเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีลักษณะของการต่างคนต่างอยู่ ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น สร้างความจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยง
ส่วนประกอบ 3 ด้านนี้มีอยู่ในหลักของระบบตลาดเสรีแต่ไม่ได้รับการเน้นย้ำ เพราะสภาพสังคมในสมัยก่อน ต่างกับในสมัยนี้ดังที่กล่าวถึงแล้ว เช่น มีประชากรน้อย มีครอบครัวขนาดใหญ่และชุมชนขนาดเล็กที่มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นอกจากนั้นอะดัม สมิท มีชีวิตอยู่ในยุคที่มีชื่อว่า The Age of Reason ฉะนั้นการมีเหตุผลเป็นสิ่งที่ปราชญ์อาจเห็นว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องเน้นย้ำ
อย่างไรก็ตาม อะดัม สมิท เองปฏิบัติตัวภายในกรอบของส่วนประกอบเหล่านี้ทั้งที่เขาเองไม่ได้แยกแยะมันออกมาโดยเฉพาะ เช่น เขาดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายทั้งที่มีรายได้สูง เขาอุปการะแม่เมื่อยามแก่เฒ่าพร้อมกับส่งเสียหลานๆ ให้มีการศึกษา เขาต้องการคืนเงินบำนาญทั้งหมดที่เขาได้รับจากครอบครัวขุนนางที่จ้างเขาเป็นครูสอนเด็ก เมื่อเขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มีรายได้สูง เมื่อครอบครัวขุนนางไม่ยอมรับบำนาญคืน เขาก็ใช้รายได้นั้นซื้อตำรับตำรา เพื่อศึกษาวิชาต่างๆ เพิ่มขึ้น อาจกล่าวได้ว่า อะดัม สมิท ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพราะเขาเป็นปราชญ์ที่ตระหนักดีถึงความบกพร่องของระบบตลาดเสรีที่เขาศึกษาอย่างแตกฉาน
หน้า 50
________________________________________

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *