‘เลิกกลัวผิด’ ไม่พอให้คิดสร้างสรรค์

“เลิกกลัวผิด” ไม่พอให้คิดสร้างสรรค์
นอกจากความเข้าใจผิด 3 ข้อที่พูดถึงในตอนที่ผ่านมาคือ คนที่เข้าใจผิดว่า 1.ความคิดสร้างสรรค์เป็นพรสวรรค์เฉพาะคนเรียนกันไม่ได้ 2. ความคิดสร้างสารค์มักได้มาจากคนที่ไม่ชอบทำตามกฎระเบียบ และ 3. ถ้าจะคิดสร้างสรรค์ต้องใช้สมองซีกขาว

วันนี้เรามาต่อกันด้วยความเข้าใจผิดข้อที่ 4 คือ คนจะคิดสร้างสรรค์ได้ถ้าได้รับการปลดปล่อยและไม่กลัวผิด

ระบบการตัดสินเป็นส่วนที่สำคัญมากในการศึกษาของเราซึ่งเน้นเรื่อง “คำตอบที่ถูกต้องมีคำตอบเดียว” ผลจากระบบการศึกษาเช่นนี้ทำให้ผู้คนไม่ค่อยกล้าคิดกล้าพูด เพราะกลัวคิดผิดและกลัวพูดผิดซึ่งจะทำให้ดูแย่มากในสายตาของทุกคน มีคนนำจุดนี้มาใช้การฝึกอบรมด้านความคิดสร้างสรรค์โดยปลดปล่อยผู้คนให้มีอิสระเต็มที่ไม่ต้องกลัวผิดหรือกลัวถูกตำหนิ จะคิดอะไรออกมาก็ได้

จุดที่เป็นความเข้าใจผิดสำคัญคือ ความคิดที่ว่าการปลดปล่อยให้คนคิดได้อย่างไม่กลัวผิดเท่านั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องทำอะไรอยางอื่นอีกแล้ว เดี๋ยวคนก็คิดสร้างสรรค์ได้เอง บางบริษัทจึงหาใครสักคนเข้ามา “ปลดปล่อย” และให้อิสระแก่พนักงาน และเข้าใจว่า นี่แหละ คือ วิธีพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน

วิทยากรบางคนบอกตัวเองสามารถสอนความคิดสร้างสรรค์ได้ เพราะคิดวาเพียงแค่หาแบบฝึกหัดมาทำให้คนไม่กลัวผิด และพูดอะไรที่อยู่ในใจออกมาก็ได้ นี่เป็นความเข้าใจผิดอย่างมาก

เหตุผลที่กล่าวเช่นนี้ก็คือ อาจารย์เอ็ดเวิร์ด เดอโบโน กล่าวว่า สมองคนเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคิดสร้างสรรค์ สมองมนุษย์มีหน้าที่หลักสำคัญคือ การเก็บข้อมูลที่เข้ามาในชีวิตของเราเป็นชุด ๆ และจำไว้ เช่น เราแก้ปัญหางานนี้ด้วยวิธีการแบบนี้

สมองก็จะเปิดแฟ้มใหม่หรือเรียกง่าย ๆ ว่า กล่องใหม่และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหานี้ไว้ในกล่องและจำไว้ ถ้ามีปัญหาทำนองนี้ขึ้นเมื่อใด สมองจะเรียกข้อมูลที่จำไว้มาป้อนเสนอให้เราหยิบไปใช้ทันที เราเคยทำอะไรอย่างไร สมองก็จะจำไว้และมักชี้ให้เราทำซ้ำตามสิ่งที่เราเคยทำคือ คิดตามกล่อง กล่องที่ทำซ้ำนาน ๆ เห็นมานาน ก็หนาแน่นเป็นกรอบความคิด คิดอะไรก็อยู่ แต่ในกรอบความคิดที่เคยทำอยู่เสมอ

แต่ความคิดสร้างสรรค์เป็นความคิดที่เกิดขึ้นจากคิดตัดข้ามกล่อง หรือการคิดนอกกรอบความคิดเดิม ๆ ได้

โดยลำพังตัวเองแว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่สมองจะคิดสร้างสรรค์หรือคิดนอกกรอบความคิดเดิมได้

จุดมุ่งหมายของสมองคือ ช่วยให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องความคิดสร้างสรรค์แต่อย่างใด สมองไม่ได้สร้างมาให้คิดตัดข้ามกล่องหรือคิดนอกกรอบ ความกลัวผิดกดดันให้ระดับความคิดสร้างสรรค์ของเราอยู่ระดับต่ำกว่าปกติ เพราะฉะนั้นถ้าเราปลดปล่อยความรู้สึกกลัวผิดทั่วไปได้

สมมติว่าหมดร้อยเปอร์เซ็นต์นั่นก็หมายความว่า ระดับความคิดสร้างสรรค์กลับมาอยู่ที่ระดับปกติ แต่การจะเป็นคนคิดสร้างสรรค์มาก ๆ จริง ๆ เราต้องทำสิ่งที่” ไม่เป็นธรรมชาติ” บางอย่าง ซึ่งได้แก่ เทคนิคการคิดนอกกรอบ Lateral Thinking

อย่างไรก็ตาม มีคนที่มีความคิดสร้างสรรค์อยู่ในโลก และมีความคิดใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ๆ แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่เป็นธรรมชาติของสมองความคิดใหม่ ๆ อาจเกิดขึ้นเพราะเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมาอย่างประจวบเหมาะกัน หรือโดยบังเอิญ

เช่น มีเรื่องเล่าว่าอาหารจีน ที่รู้จักกันในนาม “หมูหัน” นั้น มีที่มาจากเหตุการณ์ไฟไฟ้เจดีย์ใหญ่แห่งหนึ่งในจีน เจดีย์ถูกไฟไห้มจนหมด เมื่อมีการเข้าไปตรวจสอบเพื่อเตรียมสร้างใหม่ เจ้าหน้าที่พบว่ามีหมูอยู่ในเจดีย์และถูกไฟไหม้ตาย ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าหน้าที่คนนั้นเกิดความคิดใหม่ คิดทำอาหารสูตรใหม่ ชื่อว่า “หมูหัน” คือ นำหมูมาย่างทั้งตัวอย่างที่เรารู้จักกันทุกวันนี้

คนคิดความคิดใหม่ ๆ ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่านี่ป็นหน้าที่โดยธรรมชาติของสมอง เพราะสมองทำงานแบบระบบ “ความจำ” จึงทำให้คิดต่างจากที่จำไว้ได้ยากมาก แม้ไม่มีความ “กลัวผิด” มาทำให้ไม่กล้าคิด แม้มีอิสระเต็มที่ที่จะคิด คนก็มักคิดได้เฉพาะสิ่งที่จำได้ หมายถึงเคยได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็น ได้รู้มาก่อน

เวลาที่มีปัญหาเช่นเดิมเกิดขึ้น สมองจะป้อนข้อมูลเดิมที่จำได้ให้เราทุกทีถ้าวิธีแก้ปัญหาที่เคยใช้ได้ผลมาในอดีตนั้นใช้ไม่ได้ผลแล้วในปัจจุบันเรารู้ว่ามีความจำเป็นต้องคิดหาวิธีใหม่ และเปิดโอกาสให้ทุกคนในทีมงานคิดและนำเสนออย่างอิสระ

ส่วนใหญ่จะบอกว่า “คิดไม่ออก”หรือ “นึกไม่ออก” จึงไม่รู้จะทำอย่างไร การปลดปล่อยความกลัวผิดอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้คนคิดความคิดใหม่ๆ ได้

แต่ความคิดใหม่สร้างขึ้นได้ด้วยวิธีและขั้นตอนอย่างเฉพาะเจาะจงและเป็นระบบ อย่างเทคนิคการคิดนอกกรอบ Lateral Thinking

เรื่อง : อ.รัศมี ธันยธร / ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ / rasmee@meettothink.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *