เร่งความรวย

เร่งความรวย
โลกในมุมมองของ VALUE INVESTOR : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
คนหนุ่มสาวมักจะใจร้อนอยากรวยเร็ว บางคนเข้ามาเล่นหุ้นได้ไม่นาน และอาจจะบังเอิญได้กำไรเร็วมาก ก็มักจะคิดว่าตนเองจะต้องร่ำรวยได้อย่างรวดเร็ว เขาไม่พร้อมจะเป็น “เต่า” เขาพร้อมที่จะเสี่ยงเป็น “กระต่าย” เหนือสิ่งอื่นใด เขาคิดว่า ถ้าเขาพลาด เขาก็ยังสามารถเริ่มต้นใหม่ได้
ผมเองคิดว่า วิธี “เร่งความรวย” แบบไม่เสี่ยง หรือเสี่ยงไม่มากนั้นมีอยู่ แต่นี่ไม่ใช่การทำตัวแบบ “กระต่าย” แต่เป็น “ซูเปอร์เต่า” ที่เดินทางอย่างรวดเร็ว เพราะเดินหน้า หรือว่ายน้ำเต็มกำลัง มุ่งตรงสู่เป้าหมายโดยไม่หยุด วันแล้ววันเล่า และต่อไปนี้คือ วิธีที่น่าจะได้ผลดีที่สุด
ข้อแรก สำหรับคนหนุ่มสาวที่ต้องการที่จะ “รวยแบบเร่งรีบ” ก็คือ ต้องเซฟหรือเก็บเงินจาก “น้ำพักน้ำแรง” เป็นเม็ดเงินมากที่สุด นั่นก็คือ ต้องหารายได้ให้มากที่สุด และจ่ายให้น้อยที่สุด การหารายได้นั้น ถ้าคุณเป็นคนเก่ง ก็จะต้องพยายามทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อที่จะได้รับการโปรโมท ได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น และอาจจะทำให้มีโอกาสย้ายงานไปในที่ให้เงินเดือนสูงขึ้น เพราะตำแหน่งที่สูงขึ้น และการย้ายงาน คือ หนทางในการที่จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ถ้าคุณมีศักยภาพที่จำกัด การหารายได้เสริมนอกเหนือจากงานในหน้าที่ก็เป็นหนทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้
ส่วนรายจ่ายนั้น ต้องพยายามอย่าให้เพิ่มเท่ากับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำได้แบบนี้ กระแสเงินจากน้ำพักน้ำแรงจะเพิ่มขึ้นเร็วมาก และนี่เป็นการเร่งความรวยโดยไม่มีความเสี่ยงเลย
ข้อสอง เมื่อมีกระแสเงินจากน้ำพักน้ำแรงแล้ว เราจะต้องนำมาลงทุน เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่มี และที่ได้มาเพิ่มเติบโตขึ้น ถ้าเราไม่เร่งหรือเฉื่อยแฉะ เราก็เพียงแต่เก็บเงินสดไว้ในบัญชีเงินฝากธนาคาร แต่ถ้าเราอยากรวยเร็วขึ้น และมีความเสี่ยงไม่สูงนัก เราก็อาจจะทำตามสูตรของนักการเงินทั่วไปที่ให้จัดสรรทรัพย์สิน หรือทำ ASSETS ALLOCATION แบ่งเงินบางส่วนลงทุนในหุ้น บางส่วนลงในพันธบัตร บางส่วนเป็นเงินฝาก และในบางส่วนอาจจะลงในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งน่าจะทำให้เงินเติบโตได้ปีละประมาณ 6-7% แต่ถ้ารีบรวยมาก
ผมแนะนำว่า ให้เอาเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ออมได้ลงทุนในหุ้นทั้งหมด วิธีนี้ ในระยะสั้นก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเสี่ยง เพราะเราอาจจะขาดทุนได้ แต่ในระยะยาวตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะให้ผลตอบแทนสูงสุดประมาณเกือบ 10% ต่อปีโดยที่ความเสี่ยงจะน้อยกว่าที่คนทั่วไปคิดมาก
ข้อสาม หลังจากจัดสรรเงินลงทุน และเราได้สัดส่วนหรือเม็ดเงินที่จะลงทุนในหุ้นแล้ว ถ้าเราไม่ต้องการเร่งผลตอบแทนที่จะได้จากหุ้น เพราะเราไม่อยากจะเสี่ยงเกินไป เราก็นำเงินนั้นไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่อิงกับดัชนีตลาด แต่ถ้าเราต้องการที่จะเร่งความรวยจากหุ้นขึ้นมาให้เต็มกำลัง โดยที่ความเสี่ยงนั้นยังเป็นที่ยอมรับได้ เราก็จะต้องเรียนรู้การลงทุนแบบ VALUE INVESTMENT หรือลงทุนแบบเต่าซื้อหุ้นเน้นคุณค่า
พอร์ตการลงทุน จะเป็นแบบโฟคัส นั่นคือ เราจะถือหุ้นน้อยตัว อาจจะมีหุ้นหลักๆ เพียง 5-6 ตัว ที่คิดเป็นเงินถึง 3 ใน 4 ของเงินทั้งหมดในพอร์ต ด้วยวิธีนี้ เราอาจจะสามารถเพิ่มผลตอบแทนจากหุ้นขึ้นอีก 3-4% ต่อปี ซึ่งในระยะยาวแล้ว จะทำให้เรารวยเร็วขึ้นมาก
เมื่อได้กำหนดแนวเส้นทางสู่ความร่ำรวยแล้ว ประเด็นสำคัญต่อมา ก็คือ การเลือกว่าเราจะเดิน หรือวิ่งในเลนไหน นั่นก็คือ ในข้อแรก ถ้าเราจะอยากเร่งเต็มที่ ก็หมายความว่า เราอาจจะต้องเสียสละความสุขสบาย โดยเฉพาะทางด้านวัตถุไปพอสมควรเป็นระยะเวลานาน สำหรับหลายคนก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก เพราะเขาอาจจะคิดว่า กว่าจะถึงวันที่รวย เขาก็ไม่มีแรงที่จะใช้เงินแล้ว
ในข้อสองที่เป็นเรื่องของการลงทุนนั้น ถ้าจะเร่งเต็มที่ ก็คือ การลงทุนในหุ้น 100% นั้น เขาอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป เพราะหากเกิดวิกฤติเขาอาจจะหมดตัวได้
ที่สำคัญ เขาอาจจะเห็นว่า บ้านเป็นสิ่งที่จำเป็นเกินกว่าที่จะรอให้ร่ำรวยก่อน และสุดท้าย ก็คือ การลงทุนแบบโฟคัสและใช้แนวทางการลงทุนแบบ VALUE INVESTMENT นั้น แม้ว่าอาจจะให้ผลตอบแทนสูงขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงมากหากหุ้นที่ถือไว้น้อยตัวนั้นมีอันเป็นไป เหนือสิ่งอื่นใด ก็คือ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่า ตนเองมีความสามารถในการเลือกหุ้นเพียงพอหรือไม่ ดังนั้น สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว การเลือกเดินสายกลางๆ ไม่เร่งรีบรวยนัก น่าจะเป็นทางที่สมเหตุผลกว่า
หนุ่มสาวที่พร้อมและอยากลองเดินทางในถนนสายซูเปอร์ไฮเวย์ เพื่อที่จะเร่งความรวยตามแนวทางที่ผมกล่าวไว้นั้น ผมเองเชื่อว่าโอกาสประสบความสำเร็จ และทำให้เขาเป็นอิสระทางการเงินก่อนอายุ 50 ปี น่าจะมีอยู่ไม่น้อย และสำหรับคนที่มุ่งมั่น และมีความสามารถสูง โอกาสที่เขาจะร่ำรวยเป็นเศรษฐีก็น่าจะไม่เกินเอื้อม เพราะเส้นทางสายนี้ แม้ว่าคนจำนวนมากอาจจะมองว่าเป็นเส้นทางวิบากและอันตราย แต่ถ้าเราไม่หวั่นไหวท้อถอยไปเสียก่อน เราก็จะพบว่า แท้ที่จริงแล้ว มันคือเส้นทาง “สายไหม” ที่น่าท้าทาย น่ารื่นรมย์ และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คนคิดเลย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *