เร็ว ช้า หนัก เบา

เร็ว ช้า หนัก เบา
ปรัชญาชีวิตข้อนี้ต้องจดจำขึ้นใจ แล้วใช้เป็นหลักในการทำงาน เป็นแนวทางของการปฏิบัติตนมิให้ผิดพลาดหรือล้มเหลว เป็นการรู้จักการทำงานแต่ละชิ้น แต่ละอัน แล้วลงมือปฏิบัติได้ด้วยความพยายามอันถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับจังหวะชีวิตที่ควรจะเป็น
งานบางอย่างเป็นงานที่รีรอชักช้าไม่ได้ ต้องรีบทำเหมือนกับสุภาษิตทีว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก
งานบางอย่างต้องตัดสินใจเร็ว แก้ไขเร็ว ทำให้จบเร็ว ไม่เช่นนั้นปัญหาที่มีอยู่อาจลุกลามไปใหญ่โตกว้างขวาง หรือโอกาสที่มีอยู่อาจสูญเสียไปก็ได้
งานบางอย่างเป็นงานที่ผลีผลามไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คอยเป็นค่อยไป เหมือนสินค้าบางตัวที่จะทำ จะให้โตเร็วพรวดพราดไม่ได้ อาจต้องค่อย ๆทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะได้ไม่ผิดพลาด งานที่ต้องใช้เวลายาวนานแก้ไขใจร้อนไม่ได้ ก็ไม่ควรจะรีบร้อน เพราะถ้าใช้เวลาน้อยเกินไป รีบเร่งเกินไป จะมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นได้
งานบางอย่างถ้าทำแล้วโหมหนักเอาจริงเอาจังเหมือนการออกสินค้าบางตัว ในสภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง เราอาจมีความจำเป็นที่จะต้องต่อสู้อย่างรุนแรง อันนี้ก็คือสิ่งที่ต้องทำอย่างหนัก หน่วง
“หมั่นพิจารณาอยู่เสมอว่า งานไหนทำก่อน งานไหนทำทีหลัง
งานไหนต้องจริงจัง และงานไหนต้องพอควร”
งานบางอย่างนั้นจะโหมเลยทันทีไม่ได้ต้องค่อย ๆ ทำค่อย ๆ ลอง บางเวลาสิ่งที่เคยทำหนักยังต้องผ่อนลงมาบ้าง เพราะถ้าทุ่มเทเกินไปก็มิใช่จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น เสียเวลากับงานนั้นมากเกินไป ทั้ง ๆทีประโยชน์ที่พึงได้ก็ไม่คุ้ม งานอย่างนี้ก็ต้องทุ่มเทแต่พอควร
หลักปรัชญาข้างต้นนั้นจะทำให้เราหมั่นพิจารณาอยู่เสมอว่า
งานชิ้นไหนต้องทำก่อน…..เร็ว
งานชิ้นไหนต้องทำหลัง….ช้า
งานไหนที่ต้องทุ่มเทอย่างจริงจัง…..หนัก และ
งานไหนที่ทุ่มเทแต่พอควร……เบา
เพื่อให้เรากะจังหวะเวลาและกำหนดความเข้มข้นของความพยายามทีเหมาะสมกับงานแต่ละชิ้นที่เราจะต้องทำ
จากหนังสือคำสอนนายห้างเทียม โชควัฒนา

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *