เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับใบลาออก

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับใบลาออก

ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะมักจะได้รับคำถามจากผู้คนรอบข้างอยู่บ่อยครั้งว่า “ถ้าจะเขียนใบลาออกจากบริษัทแล้วต้องรอให้บริษัทอนุมัติหรือไม่ เพราะบริษัทมีระเบียบว่า การลาออกนั้นต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจเสียก่อน…”

ยกตัวอย่างเช่น นงนุชต้องการจะลาออกจากบริษัท จึงเขียนใบลาออกยื่นกับขจีซึ่งเป็นหัวหน้า ซึ่งตามระเบียบของบริษัทกำหนดไว้ว่า หากพนักงานต้องการจะลาออกต้องยื่นใบลาออกล่วงหน้า 30 วัน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าการลาออกผิดกฎระเบียบของบริษัท

นงนุชจึงทำตามกฎของบริษัท โดยเขียนใบลาออกยื่นให้ขจีตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน เพื่อให้มีผลวันที่ 1 กรกฎาคมในเดือนถัดไป

ปรากฏว่าเมื่อถึงวันที่ 30 มิถุนายนขจีก็ยังไม่ได้บอกให้นงนุชทราบเลยว่าบริษัทอนุมัติการลาออกหรือไม่ นงนุชเองก็ไม่แน่ใจว่าในวันที่ 1 กรกฎาคมนั้นจะต้องมาทำงานดีหรือไม่ เพราะถ้าไม่มาทำงาน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมโดยที่บริษัทยังไม่อนุมัติการลาออก เดี๋ยวบริษัทจะเลิกจ้างด้วยเหตุละทิ้งหน้าที่เกินกว่า 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ตกลงนงนุชควรจะทำยังไงดีละครับ ?

หรือถ้านงนุชมาทำงานในวันที่ 1 กรกฎาคม และทำไปจนสิ้นเดือนกรกฎาคม ขจีกลับมาบอกว่า “นงนุชจ๋า…ใบลาออกของเธอได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้วโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขอโทษทีที่ช้าหน่อยเพราะผู้อนุมัติไปเมืองนอกงานยุ่งมาก แต่ยังไงก็ตามเธอไม่ต้องมาทำงานในวันพรุ่งนี้แล้วนะจ๊ะ…สำหรับในเดือนกรกฎาคมที่เธอมาทำงานก็ถือว่าทำฟรีให้บริษัทก็แล้วกัน…”

อ้าว ! แล้วอย่างนี้ตกลงว่านงนุช “เสียค่าโง่” มาทำงานฟรีหรือครับ หรือว่ากรณีนี้ถือว่าใบลาออกไม่มีผลแล้ว ?

เป็นยังไงครับ ดูๆ แล้ววุ่นวาย ดีไหมครับ ?

ใจเย็นๆ ครับ เราค่อยๆ มาถกปัญหานี้กันทีละเปลาะ แล้วท่านจะเข้าใจหลักได้ไม่ยากเย็นเลยดังนี้ครับ สัญญาจ้างสิ้นสุด เมื่อใด ?

ในการทำงานนั้นย่อมต้องมีสัญญาจ้าง ไม่ว่าการจ้างนั้นจะมีเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ตามถือว่าได้เกิดสภาพการจ้างขึ้นแล้ว เช่น การที่นายทวีคนงาน พานางสมรศรีเป็นภรรยามาช่วยงานที่โรงงานเพราะเห็นว่าอยู่กับบ้านเฉยๆ เดี๋ยวฟุ้งซ่าน เมื่อนางสมรศรีมาทำงานในโรงงานก็ไม่ได้ค่าแรงอะไรเพราะถือว่ามาช่วยสามีทำงาน ซึ่งเถ้าแก่เฮงเจ้าของโรงงานมาเห็นเข้าก็ไม่ได้พูดว่าอะไรยังคงปล่อยให้นางสมรศรีทำงานต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่จ่ายค่าแรงเพราะเห็นว่าโรงงานได้ประโยชน์จากการที่ได้นางสมรศรีมาทำงานให้ฟรีๆ

ลักษณะอย่างนี้ก็ถือว่าเกิด สัญญาจ้างขึ้นแล้วโดยปริยาย แม้ไม่มีสัญญาจ้างนะครับ !

เพราะหากนางสมรศรีไปร้องเรียนหรือไปฟ้องศาลแรงงานเมื่อไร เถ้าแก่เฮงก็หนีความเป็นนายจ้างไปไม่พ้นหรอกครับ

คราวนี้ที่ผมพูดทิ้งไว้ว่า สัญญาจ้างสิ้นสุดเมื่อไรนั้นก็บอกได้ว่าตามกฎหมายแรงงานแล้ว สัญญาจ้างจะสิ้นสุดลงเมื่อ

1.นายจ้างบอกเลิกจ้าง คือบริษัททำหนังสือเลิกจ้างแจ้งให้พนักงานทราบว่าไม่อยากจะจ้างคุณต่อไปอีกแล้วนะ ซึ่งสาเหตุของการเลิกจ้างคืออะไรก็ต้องบอกเอาไว้ด้วยให้ชัดเจน

2.ลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง คือ พนักงานเขียนใบลาออกโดยระบุวันที่มีผล ที่จะไม่มาทำงานอีกต่อไปแล้วเอาไว้ด้วยนั่นเองครับ

3.สัญญาจ้างที่มีระยะเวลาที่แน่นอนชัดเจน ระบุเอาไว้ว่า เริ่มต้นจ้างและสิ้นสุดการจ้างเมื่อไร ดังนั้นเมื่อถึงระยะเวลาสิ้นสุด การจ้างนั้นก็สิ้นสุดไปโดยสัญญาจ้าง ซึ่งในกรณีนี้ลูกจ้างก็ไม่ต้องเขียนใบลาออก และนายจ้างก็ไม่ต้องทำหนังสือเลิกจ้าง เพราะถือว่าสัญญาจ้างบอกไว้ชัดแล้วว่าสิ้นสุดเมื่อใด ซึ่งในกรณีนี้ลูกจ้างต้องไม่กลับมาทำงานหรือมีการต่อสัญญาออกไปอีกนะครับ เพราะถ้าทำอย่างนั้นเมื่อไรจะถูกตีความว่าสัญญาจ้างนี้เป็น “สัญญาจ้างที่ไม่มีระยะเวลา” ไปในทันที ซึ่งจะต้องมีการเขียนใบลาออกจากลูกจ้างหากลูกจ้างประสงค์จะบอกเลิกสัญญาจ้าง หรือนายจ้างต้องออกหนังสือเลิกจ้างหากไม่ประสงค์จะให้ลูกจ้างทำงานต่อไป คือต้องกลับไปใช้เกณฑ์ในข้อ 1 และข้อ 2 นั่นเองครับ การลาออกต้องให้บริษัทอนุมัติหรือไม่ ?

เมื่อท่านได้เข้าใจหลักของการบอกเลิกสัญญาจ้างข้างต้นไปแล้ว ดังนั้นในกรณีที่มีคำถามว่า “การลาออกต้องให้บริษัทอนุมัติหรือไม่ ?” นั้น ท่านคงจะได้คำตอบแล้วใช่ไหมครับ ?

ถูกต้องเลยครับ คำตอบก็คือ “ไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากบริษัท นะซิครับ” เพราะลูกจ้างแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างเอาไว้ในใบลาออกแล้ว นี่ครับว่าต้องการจะให้มีผลเมื่อไร

ดังนั้น เมื่อถึงกำหนดที่ลูกจ้างระบุไว้ในใบลาออกแล้ว ลูกจ้างจึงไม่ต้องมาทำงานอีกต่อไป ซึ่งในกรณีนี้คุณนงนุชก็ไม่ต้องมาทำงานในวันที่ 1 กรกฎาคม โดยไม่ต้องรอให้บริษัทอนุมัติอีกยังไงละครับ

แล้วถ้านงนุชมาทำงานในวันที่ 1 กรกฎาคมล่ะ ใบลาออกยังมีผลหรือไม่ ?

คำถามนี้น่าคิดดีเหมือนกันนะครับ โดยในกรณีดังกล่าวนี้ได้เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีแรงงานดังนี้ คือ

ฎ.2214/2542

การลาออกเป็นสิทธิของลูกจ้างที่จะลาออกเมื่อใดและกำหนดวันลาออกของตนได้ แต่หลังจากครบกำหนดตามที่ระบุใน ใบลาออก ลูกจ้างยังคงทำงานต่อมาโดยนายจ้างยินยอมให้ทำงาน กรณีดังกล่าวถือได้ว่าลูกจ้างนายจ้างไม่ติดใจเอาใบลาออกเป็นข้อสำคัญอีกต่อไป ใบลาออกดังกล่าวจึงสิ้นผล

หลังจากนั้นอีก 1 เดือนนายจ้าง แจ้งให้ลูกจ้างทราบว่า นายจ้างอนุมัติให้โจทก์ลาออกได้จึงเป็นกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง

ซึ่งในกรณีนี้หากบริษัทต้องการให้นงนุชพ้นสภาพพนักงานก็จะต้องเป็นการเลิกจ้างและต้องจ่ายค่าชดเชยพร้อมทั้งค่าบอกกล่าวล่วงหน้าให้กับนงนุชอีกด้วยครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *