เรื่องฉนวนที่ควรรู้

 เรื่องฉนวนที่ควรรู้

ก่อนที่จะเลือกฉนวนแต่ละอย่างไปใช้กับบ้าน นอกจากการเลือกฉนวนก็ต้องมีความสามารถในการกันความร้อนได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็น่าจะลองถามผู้รู้เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ด้วย
-การทนต่อแมลงและการเกิดเชื้อรา
-ราคาและอายุการใช้งานของแต่ละประเภท
-น้ำหนักและความหนาแน่นของฉนวน
-การป้องกันน้ำและป้องกันความชื้นให้ฉนวนในการนำไปใช้งาน
ควรบอกกับตัวเองไว้ว่า การถามผู้รู้จนรู้เรื่องและเข้าใจ จะช่วยให้การเลือกใช้ฉนวนเป็นอย่างถูกต้อง และคุ้มกับความตั้งใจในการประหยัดพลังงานให้แก่บ้านของเรา
ติดตั้งฉนวนตรงไหนของบ้านถึงจะประหยัดพลังงานและอยู่สบาย
หากบ้านของเรามีการปรับอากาศทั้งหลัง (เหมือนตู้เย็น) คงต้องฟันธงบอกเลยว่าติดทั้งหลัง เพราะเจ้าความร้อนนั้นจะเข้ามาสู่ตัวบ้านของเราแทบจะทุกทิศทาง แต่ในความเป็นจริงนั้น ปัจจุบันแต่ละบ้านจะมีการปรับอากาศเพียงบางห้อง
ดังนั้นหากจะให้แนะนำกำลังความสามารถของงบประ–มาณ พอจะมีข้อแนะนำได้ดังนี้ สำหรับห้องที่มีการปรับอากาศ (ห้องที่ติดแอร์) หากมีงบประมาณเพียงพอ ควรติดฉนวนทั้งที่ผนังและหลังคา (ฝ้าเพดาน) ของทุกห้องที่มีการปรับอากาศ เพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานไม่หนักเนื่องจากสู้รบกับความร้อนที่เกิดภายในบ้านเท่านั้น
หากมีงบประมาณปานกลาง ควรติดฉนวนที่หลังคา (ฝ้าเพดาน) แล้วเลือกติดตั้งที่ผนังด้านที่ร้อนที่สุด 1-2 ด้าน (โดยมากจะเป็นด้านที่โดนแดดมาก ๆ เช่นทิศใต้ และทิศตะวันตก)
หากมีงบประมาณน้อยมาก ก็เลือกติดที่หลังคา (ฝ้าเพดาน) ก็ยังพอจะช่วยให้ประหยัดพลังงานได้ (เพราะหลังคาจะได้รับความร้อนมากที่สุดเกือบตลอดเวลา)
สำหรับห้องหรือบ้านที่ไม่มีการปรับอากาศ (บ้านไม่ติดแอร์)
-แนะนำเป็นอย่างยิ่งว่าควรหางบประมาณสำหรับติดตั้งฉนวนที่หลังคา หรือฝ้าเพดานของชั้นบนสุด เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้าเพดานร้อนและแผ่รังสีความร้อนมาหาเรา (ใครที่เคยอยู่บนห้องชั้นบนของบ้านที่ไม่มีฉนวนหลังคาเลย ตอนบ่ายแก่ ๆ คงพอ จะนึกออกว่าร้อนแค่ไหน) เพิ่มเติม

-อย่าได้เผลอติดฉนวนในบ้านที่ไม่มีปรับอากาศจนเต็มไปทั้งหมด เพราะฉนวนจะทำหน้าที่เพิ่มเติมให้กับบ้านเรา คือ กันไม่ให้ความร้อนออกไปจากบ้านด้วย คราวนี้บ้านเราอาจเป็นคล้าย ๆ กระติกน้ำร้อนกับความร้อนไว้ภายในบ้าน ดังนั้นหากติดฉนวนในบ้านที่ไม่ปรับอากาศแล้ว อย่าลืมต้องให้ลมพัดผ่านเข้า-ออกได้ดีพอสมควร
ดังนั้น หากมีโอกาส ไม่ว่าจะปรับปรุงบ้านเก่าหรือสร้างบ้านใหม่ อย่าเสียดายงบประมาณในการติดตั้งฉนวนกันความร้อน เพราะฉนวนหลายอย่างไทยเราทำได้เอง หาซื้อไม่ยาก และราคาก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับราคาบ้านที่สูงกว่าและการประหยัดพลังงานที่เราทำให้กับบ้าน
ทิศตั้งฉนวนใต้หลังคาหรือฝ้าเพดานได้อย่างไรบ้าง
หากในบ้าน ในห้องของท่านไม่มีฝ้าเพดาน เช่น ห้องแถว ตึกแถวที่มีหลังคาชั้นบนเป็นพื้นดาดฟ้า หรือแม้แต่ ทาวน์เฮาส์หรือบ้านเดี่ยวที่หลังคาลาดเอียง (เงยขึ้นมองแล้วเห็นโครงหลังคาและแผ่นกระเบื้องเลย) การติดตั้งก็สามารถพอที่จะทำเองได้ กรณีหลังคาหรือเพดานแบน ๆ ก็อาจเลือกฉนวนที่เป็นแบบแผ่น เช่น
ประเภทแผ่นโฟมประเภทใยแก้ว หรือแบบเป็นม้วนก็ได้ โดยอาจต้องมีฝ้าเพดานปิดทึบอีกทีเพื่อความสวยงามและช่วยรับตัวฉนวน ส่วนกรณีที่เป็นหลังคาลาดเอียงก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่การติดตั้งเองค่อนข้างลำบาก (ทั้งสูงทั้งเอียง) หากมีงบประมาณพอหาช่างมาติดตั้งให้ อาจจะสะดวกกว่า
สำหรับบ้านพักอาศัยที่มีฝ้าเพดานภายในห้อง ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช่น

ฝ้าเพดานแบบ ที-บาร์ (T-BAR) ลักษณะเป็นตารางสามารถยกเปิดแผ่นฝ้าของแต่ละช่องของตารางได้ กรณีนี้ เจ้าของบ้านสามารถทำเองได้ โดยการยกเปิดแผ่นฝ้า แล้วใช้ฉนวนแบบแผ่น หรือแบบม้วน ปูทับไปบนโครงตารางแล้วปิดแผ่นฝ้าตามเดิมเป็นอันเรียบร้อย การปูก็พยายามให้ฉนวนชิดติดกัน (หรือซ้อนทับก็ได้) เพื่อให้การป้องกันความร้อนได้ผลดี ฝ้าเพดานแบบแผ่นเรียบ เป็นแบบที่ปิดตายไม่สามารถยกเปิดได้ โดยมากมักทำแบบไม่เห็นรอยต่อของแผ่น มีทั้งใช้แผ่นยิปซัม แผ่นไม้อัด การ
ติดตั้งฉนวนกับฝ้าแบบนี้ด้วยตัวเองจะยุ่งยากพอควร ทางที่ดีควรหาช่างมาติดตั้งให้การเลือกใช้ฉนวนก็สามารถใช้ได้ทั้งแบบแผ่น แบบม้วนหรือแม้แต่ฉนวนพวกที่ใช้ฉีดพ่นเข้าไป(การฉีดพ่นอาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะมาทำให้
ฉบับหน้าจะกล่าวถึงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านกัน …

ที่มา อาคารบ้านและที่ดินอับเกรด

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *