เรียนอาชีพใหม่ สอนให้ฟรีๆ มีในโลก!

เรียนอาชีพใหม่ สอนให้ฟรีๆ มีในโลก!
Post Today – เรื่องปากท้องถือได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะต้องมาจ๊ะเอ๋กับพิษเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยแล้ว หลายคนเริ่มกังวลกับสถานะของตัวเอง ไม่รู้ว่าจะโดนปลด หรือโดนไล่ออกเมื่อไหร่ …
ก็เลยเริ่มหันไปมองหาอาชีพเสริม หรืออาชีพที่น่าจะสร้างรายได้ให้กับตัวเองเผื่อเอาไว้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับอนาคตอันใกล้ (หรือหวังว่าจะไกล)
หลายอาชีพสามารถที่จะเรียนรู้เอาไว้ แม้ “ความตกงาน” จะยังมาไม่ถึง ก็อาจจะเรียนรู้เอาไว้เล่นๆ เป็นทางเลือกเอาไว้ทำฆ่าเวลาแก้เซ็ง ทำหารายได้เสริม หรือสามารถนำไปประกอบอาชีพแบบจริงๆ จังๆ ก็ยังได้
เขาและเธอทั้ง 3 คนนี้ เต็มใจจะสอนวิชาความรู้ให้กับคุณไปฟรีๆ ไม่คิดสตางค์สักกะแดงเดียว
อาหารเจเพื่อสุขภาพ
กระแสรักสุขภาพยังคงเป็นกระแสที่ยังมาแรงอยู่ และไม่มีทีท่าว่าจะซาลงไปง่ายๆ เพราะฉะนั้นการขายอาหารเพื่อสุขภาพอย่าง อาหารมังสวิรัติ และอาหารเจ น่าจะเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ทำรายได้ให้กับคนที่กำลังหาอาชีพเสริม หรือยึดเป็นอาชีพหลักได้เป็นอย่างดี
อาจารย์เฉลิมชาติ ประไพ คลุกคลีกับการสอนทำอาหารเจมาเป็นระยะเวลาหลายปี โดยเปิดบ้านสอนหลักสูตรการทำอาหารเจให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ให้ความสนใจมากมาย
อาจารย์เฉลิมชาติเริ่มต้นการเป็นอาจารย์สอนทำอาหารเจเนื่องมาจากการที่ตัวของเขาเองนั้นป่วยบ่อย และมีหลายโรครุมเร้ามาตั้งแต่เด็ก มาพอช่วงวัยรุ่นร่างกายเริ่มไม่รับเนื้อสัตว์ จนในที่สุดก็เปลี่ยนจากการรับประทานเนื้อสัตว์มากินอาหารเจ กว่า 30 ปีมาแล้ว
“พอเรารู้สึกว่าร่างกายไม่รับเนื้อสัตว์ ก็เลยเริ่มศึกษาว่า ถ้าไม่กินเนื้อสัตว์แล้วเราจะกินอะไร เพราะเกี่ยวกับตัวเองโดยตรง จนได้ไปเรียนรู้เรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ไปเรียนรู้ที่โรงเจ และด้วยความที่เราเป็นคนครูพักลักจำ ช่างสังเกต เราก็คิดว่า ถ้าเราไม่กินเนื้อสัตว์แล้วเราจะเอาอะไรมาแทน ก็เริ่มศึกษาไปเรื่อยๆ และก็คิดค้นเมนูขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งพอปรับพฤติกรรมการกินร่างกายก็ดีขึ้น จากที่เคยกินยาแทนอาหาร ก็เริ่มกินอาหารเป็นยา จนไม่ต้องกินยาอีกเลย ซึ่งสุขภาพกายดีก็จะส่งผลต่อสุขภาพจิต และพอสุขภาพจิตดี เราก็จะมองทุกอย่างในแง่ดี และก็จะมีความสุขตามมา”
เมื่อเริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น มีทั้งนิตยสาร ทีวี เริ่มมาขอสัมภาษณ์ จนมีหลายคนขอมาเรียนทำอาหารกับอาจารย์ และในที่สุดก็เปิดสอนอาหารเพื่อสุขภาพอย่างเป็นรูปเป็นร่าง และเมื่อเปิดไปได้สักระยะหนึ่ง อาจารย์ก็เกิดความคิดที่จะคืนกำไรให้กับสังคมด้วยการเปิดคอร์สสอนทำอาหารฟรีปีละ 1 ครั้ง โดยจะเปิดสอนฟรีทุกเดือนธ.ค. ของทุกปี
“เราเปิดสอนได้รายได้จากการสอนมาทั้งหมด 11 เดือนแล้ว เราก็เลยเกิดความรู้สึกอยากจะคืนกำไรให้กับสังคม อยากจะสนองคุณแผ่นดิน ทำวิทยาทานเพื่อสาธารณประโยชน์ ก็เลยคิดที่จะสอนทำอาหารฟรี ปีหนึ่งสอนฟรีสักครั้งหนึ่ง และก็ได้ไปโพสต์เอาไว้ตามบอร์ดต่างๆ ซึ่งที่ผานมาก็มีคนสนใจมาเรียนกันเยอะมาก”
แม้ว่าระยะเวลาในการสอนทำอาหารฟรีจะหมดไปแล้ว แต่สำหรับผู้ที่สนใจจะเรียนทำอาหารเพื่อสุขภาพฟรี และอยากจะหารายได้เสริมจากการขายอาหารเจแล้วละก็ อาจารย์เฉลิมชาติก็ใจดี เพราะจะสอนให้ฟรีๆ สำหรับผู้ที่อ่านและถือหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ฉบับนี้ไปหาอาจารย์
“ถ้ามีความสนใจในอาชีพนี้จริงๆ ผมมีร้อยกว่าเมนูทั้งคาวทั้งหวาน ทั้งเมนูแบบเบสิก และการทำวัตถุดิบอาหารเจ เช่น การทำปลาเจ หมูเจ ไก่เจ อะไรพวกนี้ ถ้าคุณสนใจผมสอนได้ เพียงแต่โทร.มาคุยได้ มีเงินไม่มีเงินอันนี้ไม่ต้องซีเรียส อันนี้ลองโทร.มาคุยกันได้ แต่ผมอาจจะขอสัมภาษณ์หน่อยว่าคุณเป็นอย่างไร จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป
และสำหรับผู้ที่อ่านโพสต์ทูเดย์เล่มนี้ ก็ถือหนังสือพิมพ์มาหาอาจารย์ได้ แล้วลองมาคุยกันดู เพราะไม่ใช่คุณจะมาเรียนฟรีแล้วขับเบนซ์มา อาจารย์ก็จะดูอีกทีหนึ่ง เพราะอยากจะเปิดโอกาสให้คนที่เขาจะลืมตาอ้าปากได้จริงๆ คุณมาเรียนคุณก็ได้วิชาความรู้ที่เป็นผลประโยชน์ เพื่อให้คุณมีสัมมาอาชีพ และความรู้นี้ก็จะติดตัวไปชั่วลูกชั่วหลาน”
ใครที่สนใจก็ลองโทร.ไปคุยกับอาจารย์ได้ที่ 0891401145
ถักไหมพรมกับ แหม่ม วิชุดา
หลายคนถักไหมพรมเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาในยามว่าง แต่อีกหลายคนก็ใช้การถักไหมพรมในการสร้างอาชีพหารายได้
สำหรับดาราสาวคนนี้ แหม่ม–วิชุดา พินดั้ม ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในการถักไหมพรมจนออกหนังสือสอนถักไหมพรมขายดิบขายดีมาแล้วหลายเล่ม เริ่มสนใจการถักไหมพรมมาตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยจู่ๆ ก็นึกอยากจะถักไหมพรมขึ้นมา ซึ่งก็เป็นการถักเพื่อความสนุก และความชอบ โดยเริ่มศึกษาวิธีการถักจากเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ต
“ส่วนใหญ่ที่ถักมาก็ให้เพื่อนๆ คนรู้จัก ให้เป็นของขวัญ หรือบางคนก็มาสั่งให้ถักนู่นถักนี่ เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลา ต้องมีเวลาจริงๆ ถึงจะถักได้ ก็ใช้เวลาพักกอง หรือถ้าเร่งมากๆ ก็จะถักก่อนนอน
ตอนแรกที่ถักก็ไม่ค่อยมีคนสนใจมากนัก แต่คนรอบข้างพอเห็นเราถัก เขาก็จะมาขอให้สอน อยากถักเป็น และเราก็จะสอนเขาตรงนั้นเลย สอนกันเองก่อน เพื่อนๆ คนรู้จัก พอเวลาผ่านไปพอออกหนังสือเล่มแรกคนก็สนใจเยอะ แต่ก็ยังไม่ได้เปิดโรงเรียนนะ เพราะยังไม่ได้คิดอะไรมาก สอนแต่คนรู้จัก

แต่พอออกหนังสือเล่มสองก็มีคนให้ความสนใจมากขึ้นเป็นเท่าตัว เราก็เลยคิดที่อยากสอนคนอื่นนอกจากเพื่อนเราบ้าง เพื่อเขาไปทำเป็นอาชีพได้ ซึ่งระยะแรกก็จะนัดกันไปสอนตามที่ต่างๆ เพราะยังไม่ได้เปิดโรงเรียน แต่ที่บูมมากๆ คือสอนให้คนในกองถ่าย และเขาก็จะไปสอนกันต่อๆ ผู้หญิง ผู้ชายถักเป็นหมด ซึ่งบางคนเขาก็ไปทำเป็นอาชีพก็มีนะ”
สำหรับช่วงนี้แหม่มบอกว่า ต้องหยุดการสอนไป เพราะไม่ค่อยมีเวลา และส่วนใหญ่ก็จะมีโครงการงานกุศลต่างๆ เข้ามาให้ทำ เช่น ถักหมวกถวายพระ ทำให้ยุ่งมาก
“จริงๆ อยากจะสอนแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเวลาที่ไหนไปสอน ถ้าถามว่าสอนไหมก็สอนอยู่ แต่ก็จะสอนคนที่รู้จัก หรือไปเจอกันเขาให้สอนก็จะสอน แต่คนอื่นที่ไม่รู้จักก็ยังไม่ได้เปิดเป็นเรื่องเป็นราว แต่จะมีตามโครงการต่างๆ เช่น ที่เปิดโครงการถักหมวกถวายพระ แหม่มก็จะเปิดรับสมัครอาสาสมัครที่มาช่วยถัก ก็จะเปิดรับลงทะเบียน และแหม่มก็จะสอนเพื่อให้เขาถักหมวกถวายพระ ซึ่งเขาก็จะได้เรียนรู้วิธีการถักจากตรงนั้น ถ้าเขาสนใจ แต่ต้องเป็นตามโครงการถึงจะได้เจอกัน ซึ่งโครงการต่างๆ ก็จะมีเรื่อยๆ ถ้าใครอยากจะมาให้แหม่มสอนให้ก็ต้องคอยฟังข่าวให้ดี เพราะโครงการแบบนี้ก็จะมีเรื่อยๆ ค่ะ”
ใครสนใจอยากเรียนถักนิตติงกับดาราสาวสวยมากความสามารถคนนี้ ก็ต้องรอฟังข่าวกันให้ดี
สอนถักนิตติง ที่ร้านบิ๊กนิต
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคน สำหรับ ไน้ส์ ตันศรีสกุล เจ้าของร้านบิ๊กนิต คาเฟ่ (Big Knit Cafe) ที่นอกจากจะเป็นร้านกาแฟแล้ว ยังเปิดสอนถักนิตติง และโครเชต์ให้กับผู้ที่สนใจฟรีอีกด้วย เพียงแต่มีข้อแม้ว่าจะต้องมาซื้ออุปกรณ์ที่ร้านเท่านั้นเอง
ไน้ส์ เล่าให้ฟังว่า เธอสนใจการถักนิตติงมาตั้งแต่เด็กๆ เพียงแต่เมื่อโตขึ้นก็ห่างหายจากการถักไป จนเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว เธอได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ และไปเจอร้านไหมพรมร้านหนึ่งเข้า เลยสะกิดอาการอยากจะถักนิตติงขึ้นมาอีกครั้ง
“ปกติเวลาที่เราถักไหมพรมก็จะมีแต่ไหมพรมแบบธรรมดาๆ แต่พอได้ไปเที่ยวเมืองนอก ไปเจอร้านไหมพรมร้านหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนร้านที่เมืองไทยเลย เป็นไหมพรมแฟนซีมีหลากหลายแบบ ก็เลยเกิดความอยากจะถักไหมพรมขึ้นมาอีก แล้วก็เลยซื้อมาแล้วมาถักเอง แต่บางทีซื้อมาเยอะก็มีเหลือเยอะก็จะมีคนรู้จักเข้ามาขอดู มาขอซื้อต่อบ้าง และจากคนรู้จักก็จะกระจายออกไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีคนขอเข้ามาดูไหมพรม และขอซื้อเพิ่มมากขึ้น”
ตอนนั้นเธอก็เลยเกิดเป็นความคิดที่จะเปิดร้านขายไหมพรมขึ้นมา และเปิดร้านขายกาแฟไปพร้อมๆ กันด้วย
“ก็จะมีคนที่มาซื้อไหมพรมเรามากขึ้น และบางคนก็เริ่มเข้ามานั่งถักด้วย บางคนก็อยากรู้ว่าลายนั้น ลายนี้ถักอย่างไร เราก็เลยเริ่มสอนให้ฟรี และเราก็เปิดร้านกาแฟควบคู่ไปด้วย เพราะส่วนใหญ่คนที่ถักนิตติงมักจะลืมเวลา ถักไปเรื่อยๆ ไม่หยุด เราก็เลยต้องมีร้านเอาไว้ เผื่อว่าหิวจะได้มีอะไรกิน”
สำหรับคนที่อยากจะเรียนถักนิตติง เพื่อนำไปประกอบอาชีพ หรือเพื่อทำเป็นงานอดิเรกนั้น ไน้ส์ บอกว่า “ใครอยากจะเรียนถักแต่ไม่เป็นอะไรเลยก็เข้ามาที่ร้านได้เลยค่ะ เราจะมีหนังสือให้ดูว่า คุณอยากจะได้ลายแบบไหน ก็บอกเรา เราก็จะสอนให้ฟรี เพียงแต่ว่าจะต้องมาซื้ออุปกรณ์ ไหมพรมที่ร้านเราเท่านั้นเอง”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *